Magic World of HOGWARTS THAI

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: Zennita

{RPG} คอฟฟี่ช็อปสตาร์บัคส์

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2014-6-1 15:15:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เมื่อวาน เวลา 13.00 น.

อีไลหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง อดปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าวัตถุทรงสี่เหลี่ยมบาง ๆ อย่างเครื่องมือสื่อสารที่พวกมักเกิ้ลขาดไม่ได้พอ ๆ กับอากาศหายใจมันช่วยลดความเหงาได้ไม่น้อย อากาศอึมครึมเหมือนฝนจะตก แต่ก็ร้อนอบอ้าวเอาเรื่อง  ระหว่างที่เดินเตร็ดเตร่อย่างไม่มีจุดหมาย  สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นร่างใครบางคนภายในร้านกาแฟ  อากาศคงไม่ได้ทำให้เขาหน้ามืดจนมองคนผิดเพี้ยนหรอกนะ  อีไลก้าวเท้ายาว ๆ มุ่งหน้าไปที่ร้านเป้าหมายโดยไม่รีรอ ทันทีที่เขาผลักประตูร้านเข้าไป ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศด้านในก็เข้ามาปะทะผิว เขาเดินไปยังด้านในสุดของร้านตรงที่นั่งริมกระจก  ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ร่างที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง อีกฝ่ายคงนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยชนิดที่ว่าพาสติออกไปด้วย ถึงได้ไม่รู้ตัวว่ามีใครเข้ามามองในระยะประชิดขนาดนั้น นี่ถ้าเขาเป็นคนร้ายคนตรงหน้าคงตายแบบไม่รู้ตัว ...

"ไซลาร์"เสียงทักจากเขาปลุกให้คนที่นั่งเท้าคางเหม่อไปถึงไหนต่อไหน  ตวัดสายตาขึ้นมอง

"หือ?.... อิไลใช่มั๊ย"ดวงตาสีน้ำตาลคู่คมเบิกกว้างแล้วถามประมาณว่าไม่เชื่อในสิ่งที่สายตาเห็น เขาจึงดึงแก้มอีกฝ่ายด้วยอารมณ์หมั่นไส้เล็ก ๆ อาจจะออกแรงหนักมือไปหน่อยอีกฝ่ายจึงร้องซะลั่นร้าน เรียกสายตาผู้คนที่มานั่งดื่มเครื่องดื่มยามบ่ายหันมามองเป็นจุดเดียว

"เจ็บนะครับ อิไล"ชายหนุ่มลูบแก้มตรงที่ถูกเขาหยิกป้อย ๆ ก่อนที่อีไลจะถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับชายหนุ่ม  พลางกอดอก  มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเคือง ๆ

"แล้วใช่รึเปล่าล่ะ"อยากจะคุยดี ๆ อยู่หรอก แต่ปากมันดันไปก่อน พอได้เห็นคนตรงหน้า ความรู้สึกต่าง ๆ หลั่งไหลปนเปเข้ามาหมด ทั้งดีใจ เคือง น้อยใจ ฯลฯ เลยไม่รู้จะทำหน้ายังไง

"คิดถึงจังครับ"พอได้เห็นรอยยิ้มของชายหนุ่ม ความขุ่นเคืองทั้งหลายมันก็เหือดแห้งไปซะอย่างนั้น  แต่ยังไม่วายตีหน้าเรียบเฉยใส่  

"จดหมายฉบับสุดท้ายก็เมื่อ  2 เดือนก่อน ถ้าไม่เห็นหน้าวันนี้ ผมคงคิดว่าคุณถูกใครฆ่าปิดปากซะแล้ว"นี่คงไม่ใช่การพูดประชดประชันใช่มั้ย ? เชื่อเถอะว่าเขาห้ามปากตัวเองไม่ได้จริง ๆ อีไลผินหน้ามองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ของร้าน  ฝนกำลังตั้งเค้ามาและคงจะตกในไม่ช้า  

"มันมีงานเข้ากะทันหันนะผมไม่ได้อยากไปนักหรอกครับ ขอโทษจริงๆนะครับ"

"...ผมจะพูดอะไรได้ นั่นมันชีวิตของคุณ"อีไลพูดโดยไม่หันมามองคนตรงหน้า  มีบางเรื่องที่ต้องยอมรับให้ได้ ไซลาร์ทุ่มเทให้กับงานเสมือนลมหายใจ  แม้เขาจะเคยคัดค้านให้อีกฝ่ายเลิกอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการรักษาชีวิตไม่ให้เข้าไปเสี่ยงกับพวกมีอิทธิพลที่หวังผลประโยชน์จากงานของเขา แน่นอนล่ะว่าเขาถูกชายหนุ่มปฏิเสธความหวังดี   อีไลจึงต้องตามใจอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

"ทำยังไงถึงจะยกโทษให้ครับ"ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนเด็กเล็กถูกจับได้ว่าทำผิด  มันทำให้อีไลนึกเรื่องสนุก ๆ สำหรับแก้เผ็ดคนบางคน

"ต้องการให้ยกโทษใช่มั้ย"เขาว่าพร้อมกับกระตุกยิ้มเย็น ๆ "พูดแล้วห้ามคืนคำนะ!"

โพสต์ 2014-6-18 19:44:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แสงไฟสีเหลืองที่สาองสว่างทั่งอาณาบริเวณร้านกาแฟที่เป็นที่รักของบรรดาปุถุชนทั่วไป เท้าเล็กที่กำลังเดินอย่างมั่นคงคู่หนึ่งเลี้ยวเข้าไปในร้านที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคลั่งที่กำลังเสวยสุขกับกาแฟรสเริศของร้าน ก่อนที่เธอผู้เป็นเจ้าของเท้าคู่นั้นจะเดินตรงดิ่งไปที่เคาเตอร์แล้วสั่งกับพนักงานด้วยน้ำเสียงโทนเดียว

"ขอโกโก้ร้อนแกก้วนึงค่ะ"เซน่าพูดเสียงเรียบบวกกับหน้าที่ค่อนข้างจะไร้อารมณ์ทำให้ดูเหมือนคำพูดของเธอเหมือนก่อนน้ำแข็งที่ทำเอาพนักงานสาวเกิดความหมั่นใส้เล็กน้อย

"รอสักครู่ค่ะ"พนักงานตอบเสียงห้วน

แต่เซน่าหาได้ใส่ใจ เพราะเธอมักจะเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำ เนื่องด้วยเธอมักคิดว่าหน้าตาแบบอื่นๆนั้นทำยาก บวกกกับเธอไม่มีอารมณ์ที่จะเสแสร้งหรืออารมณ์ดีได้ทุกเวลานัก เธอจึงมักถูกมองว่าเย้อหยิ่ง แต่ตามจริงแล้วเธอเพียงแต่ 'ไม่มั่นใจ' กับการใช้อารมณ์ให้ถูกต้องก็เท่านั่น

"โกโก้ร้อน... ค่ะ"ดูเหมือนพนักงานสาวจะฉุกคิดได้ว่าเธอคือลูกค้าในตอนสุดท้าย

หลังจากรับโกโก้ร้อนมาเธอก็หาที่นั่งที่มุมหนึ่งของร้านที่ใกล้กับหน้าต่าง ทำให้เห็นครอบครัวที่เดินจูงมือกันพ่อแม่ลูกและเงามืดของตึกกรามบ้านช่องที่ส่อแววน่าพิศวง ทำให้เธอคิดถึงคำที่พ่อของเธอูดก่อนที่เธอจะออกจากบ้าน

"ลูกจะไม่ปลอดภัยทั้งในเงามืดของกลางคืน และแม้แต่ยามแสงแดดสาดส่องของกลางวัน หากลูกจะไปที่นี่น..."
มาถึงตอนนี้เธอก็ขึ้นมาปีสองแล้ว แต่เธอยังไม่เห็นแววของความน่ากลัวนั้น เว้นแต่ความน่ากลัวของโลกภายนอกที่แม้แต่เพื่อนข้างห้องพักที่เธอเช่าอยู่ยังทำเอาเธอหวาดหวั่นกับรอยยิ้มที่เขย่าประสาทเธอตลอดช่วงปิดเทอมนี้ แต่คำพูดของพ่อและแม่ของเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว แม้เธออาจจะรู้สึกเคืองสำหรับการเก็บงำความลับเกี่ยวกับสิ่งที่เธอเป็นอยู่จนทำให้เธอร้องไห้ทุกวันที่เพื่อนๆที่โรงเรียนของเธอล้อว่าเธอเป็นยัยตัวประหลาด และเป็นที่น่ากลั่นแกล้งก็ตามที แต่ใช่ว่าเธอจะไม่ใจอ่อนลง เพราะตอนนี้เธอชักจะคิดถึงบ้านของเธอกับครอบครัวที่เธอทิ้งมา

"หนูคิดถึงพ่อกับแม่ค่ะ" เซน่าพึมพำออกมาเบาๆขณะมองครอบครัวนั้นเดินลับสายตาไป...

โพสต์ 2014-8-11 12:55:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เวลา 10.30 น.

เมื่อวานเขากลับจากฮ่องกงเดินทางถึงอังกฤษราว ๆ  สองทุ่ม นอนพักผ่อนต่ออีกหน่อย เช้าวันรุ่งขึ้นก็ออกเที่ยวตามประสาคนไม่มีอะไรทำ ปิดเทอมยาว ๆ แบบนี้ จะให้นั่งนอนอยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อซังกะตาย  สู้ออกมาเที่ยวเล่นให้สบายใจว่าเป็นไหน ๆ ประมาณว่าถ้าไม่ได้เสียเงินจะนอนไม่หลับ  ก่อนกลับตาเขียนเช็คค่าขนมบอกให้ไปใส่ตัวเลขเอาเอง  อีไลจัดการเขียนเลขหนึ่งตามด้วยเลขกลม ๆ ต่อท้ายสักเจ็ดตัวเห็นจะได้ ทั้งหมดนี้เป็นเงินค่าขนมตอนปิดเทอม  เปิดเทอมตาจะส่งเงินมาให้ใช้อีก  จะว่าตาเลี้ยงเขาด้วยเงินก็คงไม่ผิด  แต่ท่านให้ความรักไม่ได้เสแสร้งจอมปลอมทำเป็นว่ารักเขานักหนาเหมือนกับญาติฝ่ายแม่บางคน  ต่อหน้าทำเป็นดีใจหายลับหลังเอาเขาไปนินทา อย่างเมื่อวันก่อนเขาไปได้ยินกุ้ยหลันด่าพาดพิงเขาให้สามีของหล่อนฟังพอดี  หาว่าเขาเกิดมาเป็นมารขวางความเจริญของเธอ ทั้งที่ก่อนหน้าใครล่ะที่อ้อนวอนเขาให้เซ็นยกบริษัทส่วนหนึ่งให้  พอเห็นหน้าเขาเจ้าหล่อนหน้าถอดสีเกิดอาการใบ้รับประทานไปชั่วขณะก่อนจะสวมบทป้าสะใภ้ใจดีทำเป็นห่วงเป็นใยชวนให้กินโน่นนั่น  เขาได้แต่มองเธอด้วยความสมเพช เพื่อเงิน เพื่ออำนาจ เจ้าหล่อนทำได้ทุกอย่างสินะ   บางทีก็อดสงสารตาไม่ได้ที่เลี้ยงอสรพิษเลี้อยยุ่บยั่บเต็มบ้านไปหมด  จะแว้งกัดตอนไหนก็ไม่รู้    อายุถึง 20 เมื่อไหร่คงได้มีตะเพิดใครบางคนให้ไสหัวออกจากตระกูลหลี่สักคนสองคน  ถึงวันนั้นเขาจะมีสิทธิขาดในการชี้เป็นชี้ตายคนอื่น  

อีไลเดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อไปสู่ถนนใหญ่  อากาศที่อังกฤษหนาวเย็นกว่าที่ฮ่องกงมาก  ฮ่องกงเพิ่งจะผ่านมรสุม เขาไม่ได้ออกไหนเลยนอกจากมองดูสายฝนบ้างก็เทกระหน่ำบ้างก็ตกปรอย ๆ ทั้งวันทั้งคืน  เจออากาศหนาวร้อนสลับกันปรับตัวไม่ทันคงได้มีไข้ถามหา  ดีที่ว่าเขาแข็งแรงไม่เจ็บป่วยอะไรง่าย ๆ แต่ถ้าไม่สบายทีก็เป็นหนักเอาเรื่องแอดมิดนอนโรงพยาบาลกันเป็นอาทิตย์ อากาศหนาวใช่จะไม่ร้อนพระอาทิตย์เล่นสาดแสงใส่  แบ่งวิตามินให้ผิวหนังแบบไม่บันยะบันยัง  อีไลยกนิตยสารภาษาจีนที่ถือติดมือมาจากฮ่องกงกันแสงแดด   ในขณะที่สายตามองหาร้านเครื่องดื่มเย็น ๆ สักร้าน

"สตาร์บัคส์สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ"พนักงานสาวสวยของร้านอ่ยต้อนรับทันทีที่เขาเดินเข้ามาในร้าน  อีไลเดินไปที่เคาน์เตอร์  มองดูเมนูที่ติดอยู่เหนือศีรษะด้านหลังพนักงาน

"อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่กาแฟ"เขาบอกเพราะนึกเมนูในหัวไม่ออก เขาไม่ชอบกินกาแฟมาแต่ไหนแต่ไร แต่ดันเข้าร้านกาแฟ(?)

"รบกวนคุณลูกค้าระบุเป็นชื่อเครื่องดื่มนะคะ"พนักงานสาวกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม  พลางยื่นเมนูส่งให้เขา อีไลเปิดดูผ่าน ๆ

"ช็อคโกแลตครีม แฟรบปูชิโน่ล่ะกัน"

"เป็นแก้วเล็กแก้วใหญ่คะ"

"แก้วใหญ่"

"คุณลูกค้าจะรับเป็นอาหารหรือของว่างเพิ่มด้วยมั้ยคะ"

"เรดเวลเว็ท"

"คุณลูกค้าจะทานที่นี่หรือนำกลับบ้านคะ"

"ที่นี่"

"ขอทบทวนรายการนะคะ ช็อคโกแลตครีม แฟรบปูชิโน่แก้วใหญ่ กับเรดเวลเว็ท 1 ชิ้น  ทั้งหมด XXX ปอนด์ค่ะ"อีไลหยิบเงินจ่ายให้พนักงาน ก่อนจะรับบิลค่าเครื่องดื่มจากพนักงานสาวเก็บลงกระเป๋ากางเกง

"รอสักครู่นะคะ"พนักงานสาวหันไปจัดเครื่องดื่มกับเค้กที่เขาสั่ง  อีไลเลือกหาที่นั่ง ยามเช้าแบบนี้ไม่ค่อยมีคนเท่าไร  เขาเลือกหาที่นั่งติดกระจกร้านเพราะจะได้ดูวิวข้างนอก แต่สายตาไปเห็นใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งด้านในซะก่อน  

"ใช่ลูเซียโน่รึเปล่า หรือฉันตาฝาด"อีไลทักทายด้วยคำพูดกวนประสาทใส่คนที่นั่งนิ่งผินหน้ามองไปนอกหน้าต่าง ทำท่าอย่างกับพระเอก MV เพลงอกหักรักคุดหญิงเมินอย่างนั้นล่ะ

"............"Luciano Lucrase Howard

"ไม่เห็นหน้าตั้งนาน นึกว่าถูกลักพาตัวไปที่ไหนซะอีก"อีไลพูดแบบไม่คิด  สายตาเขาเหลือบเห็นหมอนั่นสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉยเหมือนหุ่นปั้น เขาไม่ได้ทันสังเกตอาการแปลก ๆ ของลูเซียโน่เพราะมัวแต่สนใจหนังสือที่อยู่ในมือ

"............"Luciano Lucrase Howard

"สบายดีนะ"อีไลเงยหน้าจากหนังสือ มองอีกฝ่ายกระดกเครื่องดื่มเข้าปาก

"............"Luciano Lucrase Howard

"ก็เรื่อย ๆ เที่ยวบ้าง เล่นบ้างตามประสาคนโสด"เขารู้สึกขำกับคำพูดตัวเอง  พลางมองไปที่เครื่องดื่มตรงหน้าอีกฝ่าย

"นายกินของพรรค์นี้เป็นด้วยเหรอ"ให้ทายคงจะเป็นกาแฟสดที่เข้มสุด ๆ เดาจากสีดำข้นคลั่กของมัน  อีไลมองอีกฝ่ายอย่างทึ่ง ๆ เขาเคยกินกาแฟที่บ้านไปครั้งหนึ่งผลก็คือตาสว่างยันเช้าลามไปถึงรุ่งขึ้นอีกวัน  และเขาไม่ชอบรสชาติขม ๆ ของมันเท่าไร เลยฝังใจและไม่แตะกาแฟถ้าไม่จำเป็น  

"............"Luciano Lucrase Howard

"ฉันไม่ชอบกินกาแฟ"อีไลส่ายหน้า เอนหลังพิงพนัก จะว่าไปเขาถือวิสาสะนั่งร่วมโต๊ะอีกฝ่ายทั้งที่เจ้าของโต๊ะยังไม่ได้เอ่ยอนุญาต  ช่างมันเถอะโต๊ะลูเซียโน่มันก็เหมือนโต๊ะเขา พนักงานสาวคนเดิมเดินเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มกับเค้ก

"ช็อคโกแลตครีม แฟรบปูชิโน่กับเรดเวลเว็ทได้แล้วค่ะ"เครื่องดื่มกับเค้กถูกวางลงตรงหน้า  ก่อนที่พนักงานสาวจะเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์  

"ที่บ้านฉันปลูกกาแฟ  ไม่รู้ว่านายชอบ ไม่งั้นจะขนมาฝากสักกระสอบสองกระสอบ"ไม่รู้พูดด้วยน้ำใจหรือตั้งใจจะแดกดันอีกฝ่ายกันแน่  อีไลตักเค้กขึ้นชิมคำแรก ก่อนจะดื่มเครื่องดื่มตาม

"............"Luciano Lucrase Howard

"สั่งเพิ่มได้นะ  ฉันเลี้ยง"เห็นเครื่องดื่มของอีกฝ่ายพร่องเกือบจะถึงก้นแก้ว  อีไลก็อาสาเป็นฝ่ายจ่ายเงินทันทีตามประสาคนมีน้ำใจอ่านะ  55

"............"Luciano Lucrase Howard

"อะไรกัน ปฏิเสธน้ำใจอย่างนี้มันเสียมารยาทน่ะรู้เปล่า"เขาว่าอย่างไม่จริงจังมากนัก  ก็แค่อยากแกล้งอีกฝ่ายให้โมโหเล่น ๆ อย่างว่าสีหน้าตอนลูเซียโน่หัวเสียมันน่ามองกว่าตอนที่อีกฝ่ายอารมณ์ปกติซะอีก

"............"Luciano Lucrase Howard

"ทำหน้าบูดเป็นขนมเข่งค้างคืน ไง .. ทะเลาะกับที่บ้าน หรือว่าถูกสาวที่ไหนหักอกเข้าล่ะ"อีไลเอื้อมมือดึงแก้มอีกฝ่ายให้ส่ายไปมาตามแรงดึงเขา  ลูเซียโน่ปัดแขนเขาทำตาขวางใส่ อีไลหัวเราะ

"............"Luciano Lucrase Howard

"โอเค ๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้ โห่ว!! ทำหน้าเป็นคนแบกโลกไว้ทั้งใบไปได้ เดี๋ยวก็แก่ก่อนวัยหรอก"อีไลตักเค้กเข้าปาก มองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะยักคิ้วให้ ... ปั่นประสาทคนให้โมโหเล่นมันก็สนุกดีเหมือนกันแฮะ

"............"Luciano Lucrase Howard


------------------------------------------------
*ชีวิตจริงเคยแต่เข้าร้าน KFC ไม่เคยเข้า Starbucks เลยไม่รู้ว่าพนักงานจริง ๆ เขาต้อนรับกันยังไง ราคาก็ไม่รู้ XXX ไว้ในฐานที่เข้าใจล่ะกัน 555 มั่ว+มโนเอาล้วน ๆ -3-
โพสต์ 2014-8-12 00:58:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด

                    ... คอฟฟี่ช็อปสตาร์บัคส์ (10.00)

                    “ อเมริกาโน่ช๊อท ไซส์แกรนเด ทานนี่ครับ.. “ เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ก้าวเข้ามาในร้าน
          ก่อนจะสั่งกาแฟกับพนักงานที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ ธนบัตรหนึ่งใบถูกควักออกมาจากกระเป๋าสตางค์ แล้ววาง
          ลงบนเคาน์เตอร์เพื่อเป็นค่ากาแฟ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปหาที่นั่ง

                    ดวงตาสีเทามองออกไปนอกกระจกที่เต็มไปด้วยรถและผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา กลิ่นกาแฟหอมอบ
          อวลลอยขึ้นมาเมื่อแก้วสีขาวถูกยกนำมาเสิร์ฟโดยพนักงานร้าน เด็กหนุ่มยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบก่อนที่จะหัน
          ไปมองภาพตัวเองที่สะท้อนเป็นภาพลางๆอยู่บนกระจกตัดกับบรรยากาศด้านนอก


                    เด็กหนุ่มในอาภรณ์สีดำนั่งจิบกาแฟอยู่ในมุมที่เงียบสงบที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ แขนเสื้อของเสื้อเชิ้ต
          สีดำถูกพับขึ้นจนถึงข้อศอกเพื่อความสะดวกในการทำกิจกรรมต่างๆ เสื้อโค้ทสีเข้มวางพาดไว้บนพนักเก้าอี้
          มือข้างขวาของเด็กหนุ่มเคาะกับพนักพิงเก้าอี้เบาๆเป็นจังหวะด้วยความเคยชินของเจ้าตัว ดวงตาสีเทามอง
          ผ่านกระจกร้านไปยังร้านค้าด้านนอก หากแต่เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองหาได้ใส่ใจกับสิ่งที่กำลังเดินไป
          อยู่อีกฝากของกระจกเลยแม้แต่นิด...


                    เรื่องราวต่างๆนาๆที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีให้หลังนี้ปรากฏขึ้นในหัวราวกับภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำไปซ้ำมา
          เป็นร้อยเป็นพันรอบ มันค่อนข้างจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อพอดูกับการนั่งดูรายการทีวีซ้ำไปซ้ำมาสักสี่ห้า มากไปกว่า
          นั้น.. ทั้งเรื่องที่ป่าต้องห้าม ภาพหลอนบ้าๆนั่น ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นที่เอมิสเทซ... บางทีมันทำให้เขาเองอดคิด
          ไม่ได้ว่า.. ถ้าวันนั้นไอเสาไฟฟ้านั่นมันไม่ไปจุดธูปเรียกวิญญาณเขากลับเข้าร่างล่ะก็... อะไรๆมันคงจะดีกว่าที่
          เป็นอยู่  ตอนนี้...



                    " ใช่ลูเซียโน่รึเปล่า หรือฉันตาฝาด "           ไม่ทันไร.. คนที่พึ่งจะถูกเขาพาดพิงในความคิดไปไม่ถึง
          สิบวิก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับท่าทีกวนประสาทที่ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้ง ดวงตาสีเทาเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ
          กับคนตรงหน้าก่อนจะหันมาทำหน้าเป็นไม้ตายซากไร้อารมณ์เหมือนเดิมตามความเคยชิน..


          “ อีไล..?! นาย.... ”

          " ไม่เห็นหน้าตั้งนาน นึกว่าถูกลักพาตัวไปที่ไหนซะอีก "

          “เหอะ.. ”          ลูเซียโน่สถบเบาๆก่อนที่จะยกเครื่องดื่มสีเข้มที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาดื่มอีกครั้ง

          “ สบายดีนะ ”          อีกฝ่ายถามพลางเงยหน้าขึ้นมา แล้วละสายตาจากตัวหนังสือบนนิตยสารที่เจ้าตัวถืออยู่ในมือ

          “ ก็ดี.. ”           ลูเซียโน่ตอบปัดๆพร้อมวางแก้วกาแฟลง ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขา
          ตอบไปเลยสักนิด เว้นเสียแต่ไอความรู้สึกกระอักกระอ่วนกินไม่ได้นอนไม่หลับอยากจะกระโดดลงแม่น้ำเทมส์จะ
          เป็นอะไรที่คนปกติธรรมดาทั่วไปเขาเป็นกัน..           “ แล้วนาย..? ”

          “ ก็เรื่อย ๆ เที่ยวบ้าง เล่นบ้างตามประสาคนโสด ”          ดวงตาสีเทาละสายตาจากบรรยากาศด้านนอกมอง
          ไปทางอีกฝ่ายอย่างเฉยชาก่อนจะหันกลับไปมองนอกหน้าต่างเช่นเดิม ขัดกับคนตรงหน้าที่ทำหน้าระรื่นอยู่ฝั่ง
          ตรงข้ามของโต๊ะกาแฟ           “ นายกินของพรรค์นี้เป็นด้วยเหรอ ”

          “ ทำไม..? ”          ดวงตาสีเทาหันกลับมาพลางเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ
          “ มันก็.. เรื่องปกติไม่ใช่หรือไง ”


          “ ฉันไม่ชอบกินกาแฟ ”          อีกฝ่ายตอบพลางส่ายหน้าเบาๆ แล้วเอนหลังพิกพนักทั้งๆที่ไม่ได้บอกได้กล่าว
          คนที่นั่งอยู่ก่อนหน้าเสียด้วยซ้ำ...   ‘ไม่ชอบกินกาแฟแต่มานั่งร้านกาแฟเนี่ยนะ.. หมอนี่นี่มัน.. ให้ตายเถอะพระเจ้า’


          “ ช็อคโกแลตครีม แฟรบปูชิโน่กับเรดเวลเว็ทได้แล้วค่ะ ”           เครื่องดื่มกับเค้กถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า
          ไม่ต้องทายก็รู้ว่าเป็นของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา



          “ ที่บ้านฉันปลูกกาแฟ  ไม่รู้ว่านายชอบ ไม่งั้นจะขนมาฝากสักกระสอบสองกระสอบ ”

          “ ไม่จำเป็น.. ”

          "สั่งเพิ่มได้นะ  ฉันเลี้ยง"

          “ ขอผ่านดีกว่า... “

          “ อะไรกัน ปฏิเสธน้ำใจอย่างนี้มันเสียมารยาทน่ะรู้เปล่า ”


          “ แล้วคนที่อยู่ดีๆเดินเข้ามานั่งแบบไม่ขออนุญาตอย่างนาย.. มันไม่เสียมารยาทกว่าหรือไง.. ”           ไม่แน่ใจ
          ว่าอีกฝ่ายแกล้งยั่วเขาให้โมโหเล่นหรือเปล่าแต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะทำสำเร็จ เพราะตอนนี้
          ดวงตาสีหม่นหันขวับไปจ้องหน้าคนที่นั่งตรงข้ามประหนึ่งว่าอาฆาตแค้นกันมานานหลายสิบปี...


          “ ทำหน้าบูดเป็นขนมเข่งค้างคืน ไง .. ทะเลาะกับที่บ้าน หรือว่าถูกสาวที่ไหนหักอกเข้าล่ะ ”           เด็กหนุ่ม
          ปัดแขนของอีกฝ่ายที่ตรงเข้ามาอย่างอารมณ์เสียพร้อมกับสายตาที่จ้องไปยังอีกฝ่ายแบบหนักกว่าเดิม


          “ พอสักทีเถอะน่า.. ”

          “ โอเค ๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้ โห่ว!! ทำหน้าเป็นคนแบกโลกไว้ทั้งใบไปได้ เดี๋ยวก็แก่ก่อนวัยหรอก ”       อีกฝ่ายพูด
          ถึงกระนั้นก็ยังไม่เลิกที่จะกวนประสาทลูเซียโน่ด้วยการเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทีกวนๆ ถ้าไม่ติดว่ากาแฟที่วางอยู่ข้างๆ
          พึ่งดื่มมันหมดไปเมื่อครู่ ไม่แน่ มันอาจจะได้ถูกนำมาสาดใส่หน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเพื่อให้เลิกทำท่าทียียวนกวน
          ประสาทก็เป็นได้


          “ เหอะ.. ”           ลูเซียโน่เอนหลังพิงพนักด้วยท่าทีที่ไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก ทุกอย่างเหมือนจะกลับไปสู่
          ความสงบ จนกระทั่ง...


          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ก็บอกว่าพอสักที จะได้ไหม.. ห้ะ?!”          ความอดทนที่เหลือเพียงแค่เส้นด้ายถูกกระชากจนขาดสะบั้นลง
          แบบไม่รู้ตัว ลูเซียโน่ลุกพร่วดขึ้นจากเก้าอี้ มือขวาของเด็กหนุ่มฟาดลงไปบนโต๊ะเต็มแรงจนเกิดเสียงดัง
          ได้ยินไปทั้งร้าน ขอบคุณที่ช่วงเวลานี้ยังมีคนไม่ค่อยมากแต่ถึงกระนั้นสายตาหลายคู่ก็หันมาจับจ้องที่เขา
          แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาสนใจมากไปกว่าสีหน้าของคนตรงข้ามที่มองมาทางเขาแบบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง..


          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

                    ดวงตาสีหม่นเลิกขึ้น ในขณะที่เด็กหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ดูเหมือนว่าเรื่องหลายๆเรื่องที่วนเวียนอยู่ในหัว
          จะทำให้ความสามารถในการควบคุมสติและอารมณ์ลดหายไปจริงๆซะด้วย..




          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ ท.. โทษที.. ”          ลูเซียโน่พูดเบาๆก่อนที่จะรีบลงไปนั่งก้มหน้าก้มตาแบบไม่พูดอะไรต่อไป.. ดวงตาสีเทา
          เมื่อครู่ที่มองตาขวางไปทางอีกฝ่ายดูโอนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีหม่นหลับตาลงอย่างเคร่งเครียด
          ในขณะที่เจ้าตัวใช้มือทั้งสองข้างเสยผมสีบลอนด์ของตนเอง...


          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ห้ะ..? อ.. เอ่อ.. อะไรนะ... ”           ดวงตาสีเทามองไปที่อีกฝ่ายแบบมึนๆ ถ้าได้ยินไม่ผิดเหมือนว่าอีกฝ่าย
          กำลังถามอะไรเขาสักอย่าง แค่ตอนนี้สติของเขามันดันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่.. เท่านั้นเอง....


          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ ไม่เป็นไร.. ”          ลูเซียโน่พึมพำเบาๆ          “ ก็แค่... ”

          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ ช่างมันเถอะ... ”          เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนจะตอบปัดๆไป..
          “ ไม่มีอะไรสำคัญนักหรอก... ”


          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก.. “          เด็กหนุ่มพูดเบาๆก่อนจะคว้าเสื้อโค้ทที่พาดอยู่ข้างๆขึ้นมา แล้วยก
          สีทองที่สวมอยู่บนข้อมือขวาขึ้นมาดูเวลา โดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่นั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ข้างๆ

          “ ... ”  Eli Grimm Almacious

          “ ไว้เจอกัน.. ”           ลูเซียโน่ตัดบทในขณะที่สวมเสื้อโค้ทที่ถืออยู่ในมือแล้วเดินออกจากร้านไปโดยไม่หัน
          กลับมามองคนที่นั่งตรงหน้าเลยสักนิด...


โพสต์ 2014-8-12 03:45:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เมื่อวาน}

อีไลอยากจะหัวเราะเวลาที่เห็นลูเซียโน่ทำหน้าบูดอย่างกับผู้หญิง  ถึงภายนอกหมอนี่จะดูดาร์ก ๆ ไม่น่าเข้าใกล้ สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเข้าขั้นติดลบ เขายังอดคิดเล่น ๆ ไม่ได้ว่าถ้าได้คนอย่างลูเซียโน่เป็นน้องชายแท้ ๆ ชีวิตคงจะมีสีสันไม่น้อย จะแกล้งให้โวยวายเล่นทั้งวันไปเลย  ระหว่างที่อีกฝ่ายนั่งหน้าไม่รับแขกมองออกไปนอกหน้าต่าง  อีไลโบกมือเรียกพนักงานสั่งกาแฟแบบเดียวกับที่ลูเซียโน่สั่งก่อนจะหันมาสนใจคนตรงหน้า

"อยู่กับฉันทำหน้าซังกะตาย มันน่าเบื่อขนาดนั้นอ่ะ"อีกฝ่ายทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูด  อีไลวางนิตยสารลงบนโต๊ะ เอื้อมมือจิ้มนิ้วจึก ๆ ไปที่แก้มอีกฝ่าย "ถ้านายไม่หันมาฉันจะแกล้งอยู่อย่างนี้ล่ะ"เขาว่าพร้อมกับออกแรงกดนิ้วที่แก้มอีกฝ่ายหนักมือขึ้น  สุดท้ายความอดทนของลูเซียโน่ก็ขาดผึง  

" ก็บอกว่าพอสักที จะได้ไหม.. ห้ะ?! "เด็กหนุ่มลุกขึ้นกระแทกมือลงบนโต๊ะเสียงดังปึง  สีหน้าท่าทางบ่งบอกถึงความไม่พอใจสุดขีด  อีไลถึงกับเงียบ ปกติหมอนี่ไม่ใช่คนความอดทนต่ำเท่าไร  เจอกันครั้งนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกรึยังไง ถึงได้อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ยิ่งกว่าราคาทองคำ

"ไม่แกล้งนายแล้วก็ได้"อีไลกอดอก กระตุกยิ้มนิด ๆ ทว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด สายตามองเหม่อไปข้างหน้า จนเขาต้องหันมองตามสายตาของหมอนั่น  ตอนแรกเขาคิดว่าอีกฝ่ายจะนัดใครมา  แต่ปรากฎว่าสายตาที่ลูเซียโน่กำลังมองออกไปไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่า  สงสัยอาการจะหนัก

"ลูเซียโน่"เหมือนหมอนั่นจะละร่างปล่อยวิญญาณเตลิดหาย ถึงได้ยืนนิ่งเป็นตอไม้  จนเขาเอื้อมมือไปดึงแขนอีกฝ่ายถึงได้รู้สึกตัว

" ท.. โทษที.. "

"ไหวมั้ยเนี่ย โอเคเปล่า"

" ห้ะ..? อ.. เอ่อ.. อะไรนะ... "

"ดูนายเหม่อ ๆ  ลอย ๆ พิกล เป็นอะไรรึเปล่า"อีไลถามด้วยความอยากรู้อยากเผือกเป็นหลัก ส่วนความห่วงใยนั้นเป็นรอง

" ไม่เป็นไร.. "คล้ายกับว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอยู่กับตัวเองมากกว่าคุยอยู่กับเขา " ก็แค่... "

".. ?"อีไลเลิกคิ้ว ตั้งใจรอฟังคำตอบ

" ช่างมันเถอะ...  "คนตรงหน้าถอนหายใจ ทำหน้าเมหือนคนคิดไม่ตก " ไม่มีอะไรสำคัญนักหรอก... "

"ซะงั้นล่ะ"อีไลลุ้นจนตัวโก่งคิดว่าลูเซียโน่จะยอมเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง เขาเอนหลังพิงกับเก้าอี้ มองอีกฝ่ายกด้วยสายตาผิดหวัง (ที่ความเผือกไม่ประสบความสำเร็จ)

" นายไม่จำเป็นต้องรู้หรอก.. "

"ใช่สิ ฉันไม่ได้สำคัญอะไรที่นายจะไว้ใจเล่าเรื่องหนักอกให้ฟังหนิ"ส่งคำพูดแนวตัดพ้อนิด ๆ แทนที่อีกฝ่ายจะรู้สึกผิดกลับทิ้งเขาซะดื้อ ๆ อย่างงั้น  อีไลมองเด็กหนุ่มคว้าเสื้อโค้ท ก่อนจะเพ่งมองนาฬิกาข้อมือ

" ไว้เจอกัน.. "อีกฝ่ายสวมเสื้อโค้ททับกับเชิ้ตสีดำ แล้วก็เดินตรงออกจากร้านไปหน้าตาเฉย  อีไลมองอากัปกิริยาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกมึนงง อยากจะถามแต่คนที่อยากถามก็ดันหนีเขาไปแล้วสิ

"อะไรของเขาวะ"อีไลสบถ ประตูร้านปิดสนิทพร้อมกับร่างลูเซียโน่หายไปกับฝูงชน เขากลับมานั่ง คิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่  อะไรที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นไปได้ถึงขนาดนั้น

"เรื่องนี้ต้องสืบ"ถ้าอยากรู้ล่ะเขาไม่มีวันปล่อยให้ความอยากรู้ผ่านไปได้ง่าย ๆ หรอก  แบบนี้มันต้องสืบสถานเดียว ถามกันดี ๆ ไม่ตอบ ต้องให้ขุดคุ้ยกันสินะ...ลูเซียโน่

"กาแฟที่สั่งได้แล้วค่ะ"กาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์  เขาตั้งใจสั่งเพื่อหมอนั่น  แต่ก็มาคลาดกันซะได้

"พอดีไอคนที่ชอบกินมันไม่อยู่ล่ะ ยกให้เธอล่ะกัน"อีไลพูดพร้อมกับควักเงินให้พนักงานสาว  "ไม่ต้องทอน"

"ขอบคุณค่ะ"ทีแรกเธอทำท่าลังเล  สุดท้ายก็ตัดสินใจรับเงินจากมือเขาพร้อมกับกาแฟดำข้นคลั่กติดมือกลับไปประจำหน้าที่ที่เคาน์เตอร์  อีไลยังนั่งแช่อยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างเงียบแถมอากาศกำลังเย็นสบายเลยทีเดียว เหมาะกับนั่งอ่านหนังสือ ไม่ก็นั่งคุยธุรกิจพันล้านอย่างโต๊ะข้างหน้าถัดเขาไปโต๊ะเดียวผู้ชายในชุดสูทคนหนึ่งกำลังโม้เรื่องธุรกิจของตัวเองให้ผู้ชายอีกคนฟังอย่างเมามันส์เลยทีเดียว  ว่าทำโน่นทำนี่จนไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไวที่ไหนบ้างล่ะ  เห็นแล้วมันน่าหมั่นไส้   

"คุยเรื่องธุรกิจกันอยู่เหรอครับ  ถ้าไม่รังเกียจขอผมร่วมวงสนทนาด้วยได้มั้ยครับ"ชั่วอึดใจเดียว อีไลก็พาตัวเองมายืนข้างโต๊ะที่ผู้ชายสองคนนั่งอยู่ซะแล้ว  ผู้ชายสองคนหันมามองเขาอย่างงง ๆ ก่อนที่หนึ่งในสองคนจะเอ่ยปากอนุญาต  เรื่องเผือกนี่ขอให้บอกเถอะ

"ได้ยินมาว่าคุณทำธุรกิจบ่อน้ำมันหรอครับ"เขาหันไปยิ้มให้กับผู้ชายคนที่คุยโวให้เขาได้ยินเมื่อครู่  ก่อนจะถามชื่อแซ่อีกฝ่าย  ที่แท้หมอนี่กะจะปอกลอกผู้ชายอีกคนนี่เอง  อ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันเป็นพัน ๆ บ่อ ถ้าเป็นเจ้าของจริงเขาจะต้องรู้จักบ้างล่ะน่ะ  คนทำธุรกิจนี้มีไม่กี่รายนักหรอก  อีไลฟังหมอนั่นพูดน้ำไหลไฟดับ อวดอ้างสรรพคุณจนผู้ชายอีกคนที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นนักธุรกิจตัวจริงหลงเชื่อซะสนิทใจ  

"อ๋อเหรอครับ"อีไลกระตุกยิ้มพลางมองอีกฝ่าย  ขี้โม้อย่างนี้จะตอกกลับให้หงายหลังเลยคอยดู ...!

โพสต์ 2014-10-22 23:09:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Iamchm เมื่อ 2014-10-22 23:15

    ณ คอฟฟี่ช็อปสตาร์บัคส์ {เวลา 19.45}
... บรรยากาศยามเย็นอันเหมาะกับการนั่งให้สายลมห่อหุ้มตัวของวันนี้ ลาสท์กลับไม่ได้นั่งหรือเดินให้สายลมกระทำกับเขาราวกับอยากให้รับรู้ถึงการมีตัวตนของมัน เขาเลือกที่จะเข้ามาอยู่ในบรรยากาศที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวนของเครื่องดื่ม ซึ่งเมนูที่เขาคิดว่าจะเลือกสั่งคือช็อคโกแลตครีมชิพ ด้วยเหตุเพียงเพราะมันสั่งง่าย และเขาชอบช็อคโกแลต ตอนนี้ลาสท์กำลังมองหาที่นั่ง แต่พลัน .. สายตาก็ถูกหยุดให้จ้องมองไปยังคนบางคน
"เฮ้" ลาสท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางเดินเข้าไปหาคนที่เขาคิดว่ารู้จักที่โต๊ะตัวหนึ่ง "พี่น้องฟรานซิส"
"................................................" วิเวียนน่า
"ยินดีที่ได้พบอย่างเป็นทางการ" ลาสท์ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อให้เธอจับ "จะไม่ชวนฉันนั่งหน่อยเหรอ"
"................................................" วิเวียนน่า
"ขอบใจ"
"................................................" วิเวียนน่า


    หลังจากลาสท์นั่งลงร่วมโต๊ะกับพี่น้องคนใหม่ของตระกูลที่เพิ่งจะพบปะครั้งแรก พนักงานก็เข้ามารับออร์เดอร์ วิเวียนน่าไม่ได้พูดอะไรเลยและดูเงียบสงบเสียจนน่ากลัว
"เธอสูงเท่าไหร่" ลาสท์หาเรื่องชวนคุยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง เพราะดูเหมือนวิเวียนน่าจะไม่ปริปากพูดอะไรก่อนลาสท์แน่นอน
"................................................" วิเวียนน่า
"น้อยกว่าฉันยี่สิบเซนฯ" ลาสท์เสตามองพื้นในขณะที่วิเวียนน่ากำลังจัดการเครื่องดื่มของเธออย่างเงียบ ๆ
   
    ไม่นานนักพนักงานก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมถาดใส่แก้ว ลาสท์ส่งยิ้มเล็กน้อยให้เธอหลังจากที่เธอวางแก้วลงบนโต๊ะ ช็อคโกแลตแสนอร่อย ลาสท์นึกขณะปล่อยให้ช็อคโกแลตครีมชิพเคลื่อนตัวผ่านลำคอ
"พูดอะไรบ้างก็ได้นะ" ลาสท์บอกเด็กสาวตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเลียช็อคโกแลตซอสที่ติดริมฝีปากเหมือนเด็ก ๆ
"................................................" วิเวียนน่า
"อ้อ เรียกฉันว่าลาสท์ก็ได้" เด็กหนุ่มมองหน้าเธอด้วยความคาดหวังว่าเธอจะพูดอะไรต่อ แต่กลับต้องพบกับความผิดหวัง "แค่นี้น่ะเหรอ"
"................................................" วิเวียนน่า
"อ่าฮะ งั้นเอาเป็นว่าฉันขอเลี้ยงต้อนรับเธอแล้วกัน" ลาสท์มองดูแก้วของเธอ
"................................................" วิเวียนน่า
"ไม่เป็นไร" ลาสท์ล้วงกระเป๋าและชิงวางเงินก่อนเธอ "ไว้เจอกันใหม่ วิเวียนน่า เอสตัน ดับเบิลยู. ฟรานซิส" ...









โพสต์ 2014-10-23 00:04:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ณ คอฟฟี่ช็อปสตาร์บัคส์ 19.30 น.
ร่างระหงส์เดินเข้ามาในส่วนตึกที่ตกแต่งสวยงามของร้านกาแฟชื่อดัง ใบหน้านิ่งไม่มีแม้แต่จะเผยรอยยิ้มออกมาแม้แต่น้อย วิเวียนน่าเลือกเดินไปตรงโต๊ะที่ติดกระจกเพื่อมองเห็นวิวภายนอกได้ขัดเจน พนักงานต้อนรับเดินมาเข้ามา
"ขอโทษนะครับ โต๊ะนี้สำหรับท่านรัฐมนตรีนะครับ"พนักงานต้อนรับพูดขึ้นพร้อมกับมองสำรวจเธอ วิเวียนน่าหันกลับมามองเพียงแวเดียว ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดขึ้น
"ต้องขอโทษด้วยนะครับเลดี้ฟรานซิสที่พนักงานเสียมารยาท"ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นวิเวียนน่าจำชายผู้นี้ได้ในหนังสือพิมพ์ของโลกมักเกิ้ลข่าวรัฐมนตรีชื่อดัง อีกทั้งครั้งหนึ่งบิดาของเธอเองก็เคยเชิญชายผู้นี้มาที่ปราสาทของมารที่อังกฤษก่อนที่เธอจะย้ายมาอยู่ในปารีสพร้อมกับตระกูลฟรานซิส "เชิญเลดี้ฟรานซิสนั่งตรงนี้ได้เลยครับ"ชายวัยกลางคนยิ้มแล้วก็เดินออกไป
พนักงานหนุ่มเอาแต่ก้มหน้า
"ขอนมอุ่นๆสักแก้วนะ" วิเวียนน่าพูดพร้อมกับจ้องหน้าพนักงานที่แอบเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะเดินหายไป สักพักก็เดินกลับมาพร้อมกับนมอุ่นๆของเธอ
    ความเงียบเริ่มก่อตัวขึ้น วิเวียนน่านั่งมองออกไปนอกกระจก มักเกิ้ลมากมายต่างททำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของตัวเองทำให้เธอนึกถึงครอบครัวของเธอขึ้นมา จนเสียงๆหนึ่งดังขึ้น
"เฮ้" ชายหนุ่มผิวขาวผมสีน้ำตาลทักขึ้น "พี่น้องฟรานซิส"
"สวัสดี"วิเวียนน่าหันไปมองใบหน้าที่ไม่คุ้นตาเลยสักนิด
"ยินดีที่ได้พบอย่างเป็นทางการ" ชายหนุ่มเอ่ย "จะไม่ชวนฉันนั่งหน่อยเหรอ"วิเวียนน่ายังมองชายหนุ่มจนนึกขึ้นได้ว่าใบหน้าเรียว นัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเล ที่เธอคุ้นเป็นหนึ่งในทายาทของฟรานซิสนั่นเอง
"นั่งลงก่อนสิ"เธอส่งยิ้มอ่อนๆให้
"ขอบใจ"ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับนั่งลงตรงหน้าเธอ
"ยินดีเสมอ"วิเวียนน่าว่าแล้วก็หันออกไปมองนอกกระจกนานจนเสียงของใครคนหนึ่งแทรกขึ้นมา
"เธอสูงเท่าไหร่"
วิเวียนน่าหันกลับมามองชายหนุ่ม "152 ใช่ ฉันสูง 152" วิเวียนน่าพูดพร้อมกับจ้องหน้าชายหนุ่ม มือเรียวยังจับถ้วยนมเล่น
"น้อยกว่าฉันยี่สิบเซนฯ"
.
.
"พูดอะไรบ้างก็ได้นะ"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง วิเวียนน่ายิ้มอ่อนๆ
"เธอชื่ออะไรล่ะ ฉันวิเวียนน่า"
"อ้อ เรียกฉันว่าลาสท์ก็ได้" ลาสท์เอ่ย "แค่นี้น่ะเหรอ"ใบหน้าลาสท์เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"นายอยากให้ฉันพูดอะไร แต่คงไม่มากหรอกนะ ฉันต้องไปแล้ว"วิเวียนน่าวางแก้วนมลง
"อ่าฮะ งั้นเอาเป็นว่าฉันขอเลี้ยงต้อนรับเธอแล้วกัน" ลาสท์มองดูแก้วของเธอ
"ไม่เป็นไร ฉันเลี้ยงนายเองก็ได้ เล็กน้อย"วิเวียนน่าทำท่าจะล้วงกระเป๋าเงินของตัวเองในกระเป๋าอีกใบของเธอ
"ไม่เป็นไร" ลาสท์ล้วงกระเป๋าและชิงวางเงินก่อนเธอ "ไว้เจอกันใหม่ วิเวียนน่า เอสตัน ดับเบิลยู. ฟรานซิส"
"ขอบใจ"วิเวียนน่ามองตามชายหนุ่มที่เดินออกไปจากร้านทันที่ วิเวียนน่าเองก็จัดการเก็บของของตัวเองก่อนจะเดินออกจากร้านตามไป

โพสต์ 2015-1-25 22:17:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
          … ณ คอฟฟี่ช็อปสตาร์บัค

                    “ขอคาเฟ่ อเมริกาโน่ครับ” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาสั่งตัดอย่างดีเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีนิลมองตรงไปข้างหน้า
          ผ่านโต๊ะขนาดเล็กสองสามโต๊ะที่มีลูกค้าคนอื่นๆนั่งอยู่ ก่อนที่เจ้าตัวจะเอ่ยปากสั่งเครื่องดื่มกับบาริสต้าที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ หลัง
          จากที่ทำการจ่ายเงินกันเสร็จสรรพ ไม่นานนักบาริสต้าก็เดินถือถาดและแก้วกาแฟมาเสิร์ฟ..


                    กลิ่นกาแฟลอยขึ้นมาพร้อมกับควันสีขาวที่ลอยขึ้นมาเหนือแก้ว กลิ่นนั่นมันทำให้เขารู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด ถึงแม้ว่า
          เขาจะไม่ค่อยชินกับรสชาติเข้มข้นของกาแฟดำตามสไตล์ของพวกชาติตะวันตกเท่าไหร่นัก แน่นอนว่ามันเทียบไม่ได้กับชาจีนที่
          เขาค่อนข้างจะโปรดปราน  แต่ การหาโรงน้ำชากลางเมืองลอนดอนนั้นเป็นเรื่องง่ายเสียเมื่อไหร่..

                    จางเสวี่ยซานค่อยๆยกกาแฟแก้วนั้นขึ้นจิบช้าๆ ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือ ปล่อยความ
          คิดในหัวสมองให้ลอยไปกับกลิ่นกาแฟที่ลอยอบอวลอยู่ในคอฟฟี่ช็อปแห่งนี้..


          อีกเกือบสามชั่วโมงก่อนจะถึงเวลานัด... นั่งปล่อยเวลาทิ้งเล่นๆอยู่ที่นี่ก็คงไม่เสียหายหรอก.... มั้ง?


โพสต์ 2015-5-22 22:54:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด


.... ณ ร้านสตาบัคส์

      
     กริ้ง ... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ทำให้หญิงสาวร่างสูงงงว่ามันมีตั้งแต่เมื่อไหร ก่อนจะเดินเข้ามาในร้านที่เต็มไปด้วยผู้จนไม่มีที่นั่ง
เมดิสันเดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์ ก่อนสั่งเครื่องดื่มชนิดโปรดที่มาทีไรต้องไม่เคยพลาด
" สวัสดีค่ะ " เสียงบาเทนเดอร์บอกกล่าวเล็กน้อย ก่อนที่เมดิสันจะมองเมนู
" ขอ กรีนทีเฟรปปูชิโน่ ไซส์กาง กับ เรดเวลเวทเค้ก ชิ้นนึงทานที่นี่ " หลังจากที่เมดิสันร่ายรายการจนจบก็ไปเดินหาที่นั่งเพื่อรอเครื่องดื่ม

      เมดิสันสอดส่องไปทั่วร้านที่นั่งว่างๆแทบไม่มีแต่แล้วก็มีที่นั่ง2เก้าอี้ และมีเด็กหนุ่มน่าตาเอเชียเหมือนกันดูท่าทางจะเป็นคนญี่ปุ่นไม่ก็จีน
ไม่รอช้าหญิงสาวเดินเข้าไปข้างๆทันที ก่อนจะทักทายเด็กหนุ่มไป
" ขอโทษนะ ฉันขอนั่งด้วยคน มันไม่มีที่นั่งน่ะ " เมดิสันบอกเสียงเรียบๆกับเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่
" ......................... " จางเสวี่ยซาน

" ขอบใจ " เมดิสันไม่รอช้าที่จะไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะก่อนจะว่างกุฏแจรถและไอโฟน6 บนโต๊ะก่อนพนักงานจะเรียกให้ไปรับเครื่องดื่ม

เมื่อรับเครื่องดื่มเสร็จเรียบร้อยเมดิสันก็จัดแจงวางเครื่องดื่มกับอาหารว่างก่อนจะค่อยๆกินทีละนิดเพื่อรักษาภาพพจน์กับเด็กหนุ่มตรงข้าม

" นายชื่ออะไรนะ เป็นคนอะไร จีน เกาหลี ญีปุ่น ??? " เมดิสันเลิกคิ้วถามฝ่ายตรงข้าม

"  ......................... " จางเสวี่ยซาน

" ยินดีที่ได้รู้จัก " เมดิสันพูดไปด้วยพลางตักเค้กเข้าปากไปด้วย ........

" ......................... " จางเสวี่ยซาน

" อา... แม็กกี้ ไม่สิ เมดิสัน ไทเมอริโน่ " เมดิสันแนะนำสั้นๆเกือบไปแล้วเชียว...

' เจ้านี่ลืมความหลังไม่ได้สินะ หึหึ ' เสียงของกิลลาเมซดังขึ้นมาในหัว ' เงียบน่ะ ' เมดิสันตอบด้วยเสียงหงุดหงิด

" ......................... " จางเสวี่ยซาน

"ก็... ตะกูลย่อยของเอมิสเทซน่ะ " เมดิสันบอกสั้นให้ได้ใจความ

" ......................... " จางเสวี่ยซาน

" ก็คงงั้น " เมดิสันกระตุกมุมปากก่อนจะดูดกรีนทีเฟรปปูชิโน่ต่อ


.....................................................

คิดไม่ออกและลากต่อที 5555+



โพสต์ 2015-5-24 12:49:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย VenarineVolden เมื่อ 2015-5-24 12:53

                    " ขอโทษนะ ฉันขอนั่งด้วยคน มันไม่มีที่นั่งน่ะ "

                    คนถูกเรียกเหลือบมองไปยังผู้มาใหม่ด้วยท่าทีแปลกใจเล็กน้อย ดวงตาสีหม่นละจากหนังสือในมือไปที่เด็กสาว
          เจ้าของเรือนผมสีช็อกโกแลตตรงหน้าดูแล้วน่าจะอายุน้อยกว่าเขา ประมานสักสี่ห้าปีเห็นจะได้ เขาตอบอีกฝ่ายไปด้วย
          เสียงเรียบเฉย ถึงแม้ความคิดสงสัยเรื่องความแตกต่างของวัฒนธรรมยังวนเวียนในหัว ยังไงก็ตามแต่.. ให้ผู้หญิงคนเดียว
          นั่งร่วมโต๊ะด้วยคงไม่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสอะไรนัก..



                    “ตามสบาย”

                    " ขอบใจ "
                    อีกฝ่ายว่าพลางนั่งลงที่อีกฝั่งของโต๊ะ กุญแจรถและสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดถูกวางไว้บนนั้นก่อนที่เจ้าตัวจะออกไปรับ
          เครื่องดื่มที่สั่งไว้ ทำเอาเจ้าของดวงตาสีหม่นนั่นอดสงสัยอย่างเสียไม่ได้..

                    ไม่กลัวเขาหยิบกุญแจรถกับสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นไปเลยรึไง..?




                    เด็กสาวตรงหน้ากลับมาอีกครั้งพร้อมถาดที่มีน้ำสีเขียวๆข้างบนวางทับด้วยวิปครีมกับก้อนเค้กสีแดงสดที่เขาไม่ค่อยจะ
          ใส่ใจจำชื่อเสียเท่าไหร่นัก เธอคนนั้นนั่งลงอีกฝาก ดวงตาสีหม่นเหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรพลางยก
          กาแฟอเมริกาโน่ตรงหน้าขึ้นจิบสลับกับอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ


                    " นายชื่ออะไรนะ เป็นคนอะไร จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ??? "

                    “จางเสวี่ยซาน ผมมาจากหังโจว.. อืม.. คนจีนน่ะ ” เสวี่ยซานตอบอีกฝ่ายไปอย่างไม่ยี่หระ

                    " ยินดีที่ได้รู้จัก "

                    “ เช่นกัน... “

                    ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลทองเอ่ยพลางเหยียดยิ้มบางๆ.. หนังสือในมือปิดลงแต่เขาก็ยังคงถือไว้ ผู้หญิงที่ถาม
          ชื่อเขาก่อนที่จะแนะนำชื่อตัวเอง... ดูเหมือนเขาจะเจออะไรที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว..



                    “ แล้วคุณล่ะ...? ”

                    " อา... แม็กกี้ ไม่สิ เมดิสัน ไทเมอริโน่ "


                    “ ไทเมอริโน่..? ”
                    เขาทวนถามอีกครั้ง การเรียงลำดับชื่อนามสกุลของชาวตะวันตกต่างจากที่ที่เขาจากมาค่อนข้างมาก ที่นั่นนามสกุลมักจะ
          เป็นพยางค์เดียวหรือสองพยางค์ตามด้วยชื่อต่อหลัง แต่สำหรับวัฒนธรรมนี่ชื่อสกุลจะถูกยกไปต่อหลังชื่อจริง ซึ่งบางครั้งอาจมี
          ชื่อกลางแทรกมาด้วย

                    ไทม์ มีความหมายว่าเวลา ส่วนไทม์เมอริโน่นั้นฟังดูเป็นคำที่เกี่ยวกับเวลาหากแต่ไม่น่าจะใช่ภาษาที่ใช้ในเกาะบริเทน
          ฟังดูเหมือนภาษาตระกูลลาตินในแถบคบสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนเสียมากกว่า.



                    "ก็... ตระกูลย่อยของเอมิสเทซน่ะ "

                    “ น่าสนใจดี.. ” ชื่อของสกุลนี้เขาก็พอได้ยินมาบ้างจากเพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างจะเป็นพวกอัพเดทข่าวสารแฟชั่นอยู่
          ไม่น้อยตามประสาของพวกผู้หญิง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีผลประโยชน์ร่วมกันหรือสายอาชีพเดียวกันจึงไม่ได้ใคร่ให้ความสำคัญ
          มากนัก แต่ไม่นึกรู้ว่าสกุลนี้เป็นตระกูลใหญ่ถึงขนาดมีสายตระกูลย่อยด้วย..



                    " ก็คงงั้น "


                    “ตระกูลคุณคงไม่ได้มีต้นตระกูลมาจากอังกฤษหรอกใช่ไหม..?”

                    “ ... “


                     “พูดกันตามตรง.. ผมไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลของคุณ ผมเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ค่อยรู้เรื่องของพวกผู้วิเศษเท่าไหร่หรอก..”

                    เสวี่ยซานเอ่ยพลางยกกาแฟขึ้นดื่ม ถึงแม้เขาจะเป็นคนธรรมดาที่คนกลุ่มนั้นเอ่ยขานนามคนประเภทเขาว่า ‘มักเกิ้ล’ แต่ก็
          ใช่ว่าเขาถึงขนาดว่าไม่รู้เรื่องอะไร.. หนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของเขาก็มีคนกลุ่มนี้ปะปนอยู่..


                    โลกใบนี้ยังเต็มไปด้วยสิ่งพิศวงอีกมากนัก..



                    “ ถ้าคุณจะช่วยเล่าเรื่องตระกูลของคุณให้ผมฟัง คงจะไม่เป็นการรบกวนเกินไปหรอกใช่ไหม..? ”

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver|HOGWARTS THAI  

GMT+7, 2019-9-19 11:01 , Processed in 0.128425 second(s), 17 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20160601, Rev.48

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้