Magic World of HOGWARTS THAI

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
1234567
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: Zennita

{RPG} ชายหาดโบร์นมัท

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2016-5-13 17:41:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด

                            ชายหาดโบร์นมัท (ย้อนเวลา)

                             ในที่สุดดิมิทริซก็ได้รับการปลดปล่อยจากสถานจองจำ ที่มีชื่อสวยหรูว่าโรงเรียนเวทมนตร์คาถาฮอกวอตส์ ไม่ใช่ว่าสถานศึกษาที่ตัวเขาเรียนนั้นไม่ดี หรือมีมาตรฐานที่ตกต่ำ แต่เป็นกฎระเบียบหยุบหยับมากกว่าสองร้อยฉบับที่อัดแน่นบนผนังห้องอาจารย์ใหญ่ต่างหาก และเผื่อใครยังไม่รู้จักดิมิทริซ เดดาลัส สเปนเซอร์คนนี้ดีพอ อาชีพหลักเขาคือนักฆ่า ซึ่งคงไม่เป็นที่น่าพึงพอใจของเหล่าศาสตราจารย์วัยเจ็ดสิบเสียเท่าไหร่ และนั่นนำพาที่อาชีพเสริมของชายหนุ่ม นักแหกกฎมืออาชีพนั่นเอง ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งภาคเรียนการศึกษาที่ผ่านมา ดิมิทริซได้เข้าห้องปกครองบ่อยเสียยิ่งกว่าห้องนอนตัวเอง ถูกตำหนิมากกว่ารายชื่อคาถาในห้องเรียนเวทมนตร์คาถา และใช่ พูดถึงห้องเรียนเวทมนตร์คาถา เทอมนี้เขาได้สร้างสถิติระเบิดคลาสเรียนไปถึงสี่ครั้งในเดือนเดียว เรียกได้ว่าชื่อเสียงของร่างสูงนั้นยิ่งกว่ากระจอนกระจาย

                             มีนักปราชญ์สมองใสคนนึง (ซึ่งดิมิทริซจำชื่อไม่ได้แล้ว) บอกว่าอดีตคืออดีต ไม่ว่าเนิร์ดแว่นหนาคนนั้นจะชื่ออะไร ทายาทลำดับที่สองอดเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ไปไม่ได้ ดังนั้น พักเรื่องราวฮอกวอตส์ และเตรียมตัวเชือด.. หมายถึงเชื้อเชิญเป้าหมายคนนี้ ให้เข้าไปนอนพักในหลุมหลังปราสาทสเปนเซอร์ดีกว่า ชายหนุ่มปรายตามองรูปภาพในมือ พ่อมดฝ่ายดำชื่อ วลาด เกรฟ์ ใบหน้ายาวและจมูกงองุ้มเหล่านี้มันช่างบ่งบอกถึงวีรกรรมส่วนบุคคลเสียจริงๆ

                             ตามข้อมูลที่เรย์มอนด์และมอร์ตี้สืบมา มิสเตอร์เกรฟ์กำลังวางแผนปลุกสัตว์ประหลาดในตำนานเพื่อเสริมอำนาจให้แก่ตระกูลของเขา ว่ากันตามตรงตามหลักทฤษฎีแล้ว การเรียกอสูรกายจากโลกเมื่อหลายพันปีก่อน ย่อมสร้างความหวาดกลัวและเกรงขามแก่ครอบครัวอยู่แล้ว แต่ตามหลักปฎิบัติ มิสเตอร์เกรฟ์คงลืมว่าสิ่งที่เขากำลังจะเรียกนั้น มันโหดแบบติดท็อปเท็น ไม่ต้องพูดถึงบังคับให้มันทำตามคำสั่ง เอาให้มันหยุดถล่มทวีปๆหนึ่งก่อนเสียดีกว่า นี่คือสาเหตุว่าทำไม พี่น้องสเปนเซอร์ถึงมานั่งเสนอหน้าที่ชายหาดโบร์นมัทแห่งนี้ เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมนั่นเอง
                           
                " เอาละ เดี่ยวพอเป้าหมายมานะ พวกเธอต้องรีบตัดประสาทสัมผัสมันก่อน เดี่ยวมันดิ้นแล้วเรื่องจะใหญ่ " ดิมิทริซกรอกตา งานที่ทำในสถานที่คนเยอะแบบนี้ ช่างน่ารำคาญเสียจริงๆ " จากนั้นก็ใช้เครื่องเคลื่อนย้ายสสารกลับ แล้วค่อยเชือด เคมะ? "

                             นี่เจ้าเห็นปราสาทสเปนเซอร์อันศักดิ์สิทธิ์เป็นโรงเชือดหรือยังไง? เดดาลัสเค้นเสียงถามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
                             แหม ตาแก่ ช่วงนี้เขาคุมเข้มเรื่องกฎนี่นา จะให้จุดไฟเผาแบบนั้นก็โดนลากไปย่างสดพอดี เจ้าของร่างตอกกลับ
                             แล้วทำไมเจ้าไม่ย่างพวกมันไปด้วยเลยละ..
                             เออ.. น่าสนใจ

                             ระหว่างที่พี่ชายคนโตกำลังขบคิดถึงปัญหาเชาว์ประจำวัน เสียงของเด็กสาวพลันดังขึ้นตัดความคิดในทันที              

                Avalice C. Spencer
                " ใช่ แถมเรายังใช้เวทมนต์ไม่ได้ เรื่องจะใช้พลังแห่งจิตวิญญาณไม่ให้พวกมักเกิ้ลเห็นนี่ก็ ลืมไปได้เลย " คอร์ดิเลียเสริม ซึ่งที่เธอพูดมาก็มีส่วนถูก ถึงแม้จะแค่ใช้พลังในการตรึง ตัด ประสาทสัมผัส แต่ก็คงยากที่จะไม่ให้พวกมักเกิ้ลสอดรู้สังเกตเห็น

                Avalice C. Spencer
                " งั้นพวกเธอก็ตัดการมองเห็นพวกมักเกิ้ลไปด้วยเลยสิ " ดิมิทริซเสนอ
                Avalice C. Spencer

                " ให้ตายเถอะ " คอร์ดิเลียบ่นอุบ " พวกมักเกิ้ลเดี๋ยวนี้ชอบถ่ายคลิปจะตาย แล้วก็เอาไปลงอินเตอร์เน็ตน่ะ รู้จักมั้ย นั่นแหละ แล้วทั้งโลก สหภาพโซเวียต ยูเอ็น หรืออะไรก็ตามก็จะส่งคนมาตามล่าเรา "
                " เพ้อเจ้ออีกแล้ว เธอหนะ "

                             ร่างสูงกดหัวคิ้วลงต่ำ สมองปวดตุบๆ พลางนึกสงสัยว่าทำไมเรย์มอนด์ไม่มาทำงานนี้เอง เท่านั้นยังไม่พอ ยังลากคอร์ดิเลีย เอวาลิซ ซินเซียร์มาอีก ซึ่งทุกคนก็ต่างรู้ดี ว่าชื่อที่กล่าวมาทั้งสี่ชื่อนี้ต่างมีพลังที่พาชาวบ้านวอดวายได้ง่ายเสียยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก คนนึงก็เผาทุกอย่างไม่ลืมหูลืมตา อีกคนก็ใช้พลังแบบบ้าดีเดือด ยังไม่นับอีกคนที่มีโอกาสวางยาคนทั้งเมืองให้ตายในพริบตา และโอ้่ อย่าลืมนับสาวน้อยที่ชอบปลุกทัพซอมบี้นะ ช่างเป็นการผสมผสานที่เหมาะกับงานปิดบังตัวเองเสียจริง

                " ฉันเปล่าเพ้อเจ้อ เนาะเอวา "
                Avalice C. Spencer
                " เอาเถอะ ว่าแต่เป้าหมายไปไหนนะ.. " ผู้เป็นพี่ล้มตัวลงนอนอย่างขี้เกียจ " มันมาแล้วปลุกด้วยละ " เขาทิ้งท้าย ซึ่งหลังจากชายหนุ่มจัดแจงตัดขาดโลกภายนอกแบบไร้ความรับผิดชอบสุดๆ เอวาลิซตัวดีก็แหวขึ้นมาเสียงดัง

                Avalice C. Spencer

               
" เดี๋ยว.. " มือเรียวยกขึ้นมาส่งสัญญาณให้พี่น้องทั้งสองเงียบ " ซินเนอร์ไปไหน "  



_______________________

Dimitriz Daedalus Spencer - #C0C0C0
Cordelia Cecil Spencer -#FF6A6A
Avalice Cruz Spencer -#FF8596

โพสต์ 2016-5-13 21:16:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย SincereSpenser เมื่อ 2016-5-13 21:32

ณ ชายหาดโบร์นมัท

ซินเซียร์ไม่ชอบออกแดด... เด็กสาวชินกับการเป็นค้างคาวกลางคืนเสียมากกว่าเนื่องด้วยพรสวรรค์ด้านการปรุงยาของเธอมักไปได้สวยท่ามกลางพลังงานเย็นๆจากแสงจันทร์ หากเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ทีไรก็เป็นอันต้องดิมิทริซทุกที... หมายถึงไดนาไมต์ตู้มๆน่ะนะ น้ำทะเลก็เป็นอีกสิ่งที่เธอไม่ได้อภิรมย์ใจกับมันนัก ทะเลมักจะทำให้เธอรู้สึกเหนียวเหนอะมากกว่าสดชื่น หากเลือกได้ซินเซียร์คงขอไปพักผ่อนที่แหล่งน้ำจืดเสียยังจะดีเสียกว่ามาจมอยู่กับผืนทรายหยาบๆและผืนทะเลที่แปรปรวน

อันที่จริงเด็กสาวก็มีเหตุการณ์อันไม่น่าจดจำนักที่ฝังอยู่ในหัวตั้งแต่จำความได้ เธอเคยเกือบหายไปกับไปกับเกลียวคลื่นมหึมาพร้อมๆกับมอร์เดร็ดหากไม่ได้เซลิเนซ เจ้าหญิงแห่งผู้ควบคุมเวลาช่วยไว้ อันที่จริงคงจะเรียกว่าช่วยคงก็จะไม่เหมาะนัก.. เซลิเนซที่ยังเด็กไม่แพ้กันเพียงแค่ตกใจเสียจนพลังงานไฟปะทุออกมา ทำเอาระดับน้ำทะเลตกฮวบลงไปเกือบห้าร้อยเมตร แถมไอน้ำที่พุ่งขึ้นฟ้าราวกับกาต้มน้ำเดือดก็ยังไปสร้างพายุขนาดมหึมาที่ซัดถล่มเมืองไปเกือบค่อนทวีป

บาปหนาจริงๆ เสียงในหัวรำพึงขึ้น

อย่างน้อยก็บาปน้อยกว่าเป็นสเปนเซอร์วันนึงปะ ซินเซียร์โต้กลับพลางถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

แสงแดดที่โบร์นมัทจัดจ้านเสียเหลือเกิน เแต่เหล่าพี่น้องเกือบทั้งคฤหาสน์ก็ยังแห่ตามกันออกมาตามคำสั่งของเรย์มอนด์อย่างเสียไม่ได้ โอเค ฮอกวอตส์เพิ่งจะปิดเทอมได้ไม่กี่วันก็จริง แต่ก็นานพอที่จะให้ซินเซียร์ระเบิดคฤหาสน์เล่นเป็นครั้งที่สามในรอบอาทิตย์นี้ ครั้งนี้เฮลล่าดูจะหงุดหงิดเป็นพิเศษ เรย์มอนด์จึงไล่ตะเพิดพวกเธอออกมากันทั้งขโยงในขณะที่พี่คนโตต้องเสียพลังงานโดนใช่เหตุไปซ่อมคฤหาสน์หลังมหึมาซึ่งคงกินเวลาไปเกินค่อนวัน

ซินเซียร์จึงปิดปากเงียบไม่หือไม่อือแม้ว่าจะเกลียดทะเลแค่ไหนก็ตาม คงต้องโทษคัมภีร์แห่งชีห์เล่มโตที่เพิ่งได้มานั่นแหละ  สิ่งมีชีวิตตัวสีฟ้าที่อายุยืนเป็นพันปีพวกนั้นมีของจริงๆ แม้ว่าเด็กสาวยังศึกษาไปได้ไม่ถึงไหนแต่เธอก็พัฒนาฝีมืออย่างก้าวกระโดด เว้นก็แต่คาถาที่ต้องใช้กระสายยาเป็นของเหลวที่เขียนขึ้นด้วยภาษาแปลกๆซึ่งคล้าย
คำว่าน้ำมาก เด็กสาวจึงเทน้ำลงไปแบบไม่ยั้งมือ ผลก็คือระเบิดตู้มนั่นแหละ..

" เอาละ เดี่ยวพอเป้าหมายมานะ พวกเธอต้องรีบตัดประสาทสัมผัสมันก่อน เดี่ยวมันดิ้นแล้วเรื่องจะใหญ่ " ดิมิทริซเอ่ยขึ้นพร้อมกับกลอกตา สมาชิกสเปนเซอร์นั่งปักหลักกันอยู่บนเก้าอี้อาบแดดที่มีร่มสีเสล่อขนาดยักษ์กางอย่างไร้ประโยชน์

" จากนั้นก็ใช้เครื่องเคลื่อนย้ายสสารกลับ แล้วค่อยเชือด เคมะ? " พี่ชายสองพันปีเอ่ยด้วยใบหน้าคลุ้มคลั่งซึ่งทำให้ซินเซียร์รู้สึกเบื่อโลกมากกว่าเดิม ภารกิจนี้ดูไร้ความสมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่เรย์มอนด์เคยจัดการมา ส่งนักฆ่าสี่ชีวิตมาเชือดในสถานที่ที่มีมักเกิ้ลพลุ่งพล่านแบบนี้น่ะนะ มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ

"............." Avalice C. Spencer

" ใช่ แถมเรายังใช้เวทมนต์ไม่ได้ เรื่องจะใช้พลังแห่งจิตวิญญาณไม่ให้พวกมักเกิ้ลเห็นนี่ก็ ลืมไปได้เลย  " คอร์ดิเลียเสริมขึ้น ซินเซียร์ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ล้านในขณะที่ความคิดในหัวหมุนติ้วราวกับเครื่องยนต์ดีเซล ดวงตาสีฟ้าสดชัดมองไปรอบตัวอย่างใช้ความคิดก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าจิ๋วที่เป็นช่องสำหรับเก็บขวดน้ำยาทำลายล้างนับล้านออกมา ของเหลวสีใสถูกเทออกมาจากหลอดแก้วที่มีจุกสีใสและแถบสีดำสลับขาวลงบนตัวเด็กสาวอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ร่างของซินเซียร์จะเลือนหายไปกับสายลมหอบหนึ่ง

ไอเดียเจ๋งนี่ เสียงในหัวดังขึ้นเมืือซินเซียร์คว้าเข้ากับหลอดทดลองอีกชิ้นที่มีแถบสีแดงและดำออกมา เด็กสาวยังไม่คุ้นชินนักกับการบังคับอวัยวะที่เธอมองไม่เห็นแต่ก็ดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆหน้า ซินเซียร์ตั้งสมาธิขณะที่บรรจงหยดน้ำยาขุ่นคลั่กลงบนน้ำทะเลและตามจุดต่างๆเพื่อให้แน่ใจมักเกิ้ลเหล่านี้จะโดนน้ำยาสูตรพิเศษสุดจะแนบเนียนของเธอโดยทั่วหน้า น้ำยาที่สกัดจากบอระเพ็ดเข้มข้นและน้ำลายมังกรจะระเหยไปในอากาศทำให้มักเกิ้ลที่อยู่ในรัศมีห้าร้อยเมตรรู้สึกไม่สบายตัวจนล้มเลิกความตั้งใจที่จะอยู่หรือเข้ามาในบริเวณใกล้เคียง โดยน้ำยาจะออกฤทธิ์ในห้านาทีและมีผลถึงสองชั่วโมง

ขณะที่ซินเซียร์คลี่ยิ้มบนริมฝีปากที่มองไม่เห็นของเธออยู่นั้น เด็กสาวก็เหลือบไปเห็นร่างของใครคนหนึ่งยืนอยู่ในทะเลลึกที่ระดับน้ำสูงจนเกือบถึงคอของเขา ซินเซียร์หยีตาสู้แสงมองอย่างสนใจไปที่ร่างสูงที่มีเรือนผมสีน้ำตาลอย่างสนใจ แผนเดิมที่ว่าจะกลับไปหาพวกพี่น้องสเปนเซอร์โดยไม่ให้ผิดสังเกตถูกยกเลิกไปเมื่อเธอตัดสินใจคว้าน้ำยาแถบสีดำสลับขาวออกมาอีกสามหลอดใหญ่ๆและราดลงบนตัวเธอเพิ่ม ซินเซียร์ยื่นขาที่มองไม่เห็นลงไปในทะเลที่ซัดเข้ามาก่อนจะพบว่ามันน่าสงสัยเกินไปที่ทะเลจะแหวกเป็นทาง เด็กสาวจึงคว้าน้ำยาอีกหลอดมาราดปลายเท้าด้วยความลุ้นระทึกว่าเธอจะไม่ได้เสียน้ำยาหายากนี้ไปเพราะกะตำแหน่งนิ้วแม่โป้งของตัวเองไม่ถูก

นั่นก็โง่ไปละ คาลิปโซบ่นความคิดเพ้อเจ้อของเธอด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ซึ่งซินเซียร์ก็พ่นลมหายใจแทนคำตอบก่อนจะเดินไปตามผืนน้ำทะเลอย่างทุลักทุเล

โพสต์ 2016-6-15 23:18:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Ariana เมื่อ 2016-6-15 23:19

ชายหาดโบร์นมัท ย้อนเวลา 16.17 น.

ท้องฟ้าสีฟ้า หาดทรายสีขาว และน้ำทะเลสีฟ้ารวมระลอกคลื่นเข้าไปด้วยก็ครบ ถือว่าที่นี่สวยมากจริงๆ เหมาะสำหรับคนนอนน้อยร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอจึงทำให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมอย่างเธอที่เกิดเป็นลมหมดสติไปเมื่อเช้านี้

อาริอาน่าเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบในที่สุดก็ตัดสินใจนั่งลงบนหาดทรายนุ่มๆ โดยอาศัยเงาของร่มไม้ที่ขึ้นอยู่ข้าง ๆ เป็นที่บังแดดก่อนจะทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นทราย หลับตาลง

"นี่ ๆ อย่าวิ่งเร็วนักซี่ รอพี่ด้วย" เสียงเด็กผู้ชายตะโกนอยู่ใกล้ๆทำให้อาริอาน่าไม่สามารถนอนหลับได้แม้เพียงชั่วครู่ เธอลืมตาขึ้นมองไปด้านซ้ายมือก็เจอกับใบหน้าเล็กๆของเด็กสาวที่ดูคุ้นเคยจนนึกออกแทบจะทันที

"ฟีโอน่าหรอจ๊ะ" หญิงสาวเอ่ยถาม ค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง

"ค่ะ พี่อันนา" เด็กหญิงฟีโอน่าตอบแล้วยิ้มกว้าง "หนูนึกว่าจะไม่ได้เจอพี่แล้วซะอีกค่ะ" เสียงใสๆยังคงเอ่ยประโยคต่อไป เพียงครู่เด็กชายตัวน้อยแต่ดูสูงกว่าฟีโอน่าก็วิ่งเข้ามานั่งหมดแรงอยู่ข้างๆ

"วิ่งเร็วไปแล้วนะ พี่ตามไม่ทันเลย" เด็กชายพูดกับน้องสาวพลางทำหน้าดุ

"พี่ชายหรอจ๊ะเนี่ย น่ารักจัง" อันนาพูดพลางส่งยิ้มให้คนมาใหม่ที่หันมาจ้องหน้าเธอนิ่ง

"ฮะ ผมเป็นพี่ชายฟีโอน่าฮะ ชื่อนิโคฮะ ยินดีที่ได้รู้จักฮะ พี่อันนา" นิโคพูดแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ

"อ้าว รู้จักชื่อพี่ด้วยหรอเนี่ย" หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับเด็กชายแน่ๆ

"ฟีโอน่าเรียกชื่อพี่ก่อนจะวิ่งมาฮะ" เด็กชายตอบ คราวนี้ส่งยิ้มมาด้วย เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกสดใสเหมือนน้ำทะเลที่ชายหาดนี้เลย

"อ้อ จำพี่ได้ด้วยหรอเนี่ย ดีใจจังน๊า...ว่าแต่ทำไมมากันสองคน คุณแม่ไปไหนซะล่ะ" หญิงสาวผมแดงถาม พลางกวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาฟรีเซียผู้เป็นแม่  

"คุณแม่นั่นอยู่ทางนู้นค่ะ" เด็กหญิงพูดแล้วชี้มือไปในทิศที่วิ่งมา "ครั้งนี้หนูไม่ได้หลงกับคุณแม่แล้วด้วย" เด็กสาวยืดตัวขึ้นขณธพูดเหมือนจะอวดว่าตัวเก่งเเล้วที่ไม่หลงกับแม่เหมือนครั้งก่อนที่เจอกันอีก

"เก่งจังเลยจ้ะ" อาริอาน่าพูดพลางเอื้อมมือไปลูบศีรษะเด็กหญิงเบาๆด้วยความรักใคร่เอ็นดู "เราไปหาคุณแม่กันดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะ" พูดจบทั้งสามคนก็จูงมือกันเดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่บนชายหาดลำพัง สายตาทอดมองไปยังผืนน้ำเบื้องหน้าด้วยความเหม่อลอย

"สวัสดีค่ะคุณฟรีเซีย" หญิงสาวเอ่ยทักทายก่อนแล้วจึงนั่งลงข้างๆกัน "คิดอะไรอยู่คะ" เธอถาม

"อ้อ สวัสดีค่ะคุณอันนา ขอโทษทีที่ไม่ทันเห็นก่อนค่ะ พอดีนั่งคิดอะไรเพลินๆ แล้วนี่เด็กๆไปกวนอะไรคุณรึเปล่าคะ ถ้ายังไงต้องขอโทษด้วยนะคะ" ฟรีเซียในชุดผ้าสีขาวเบาพริ้วไปตามลมพูดด้วยความเกรงใจ

"ไม่ได้กวนอะไรหรอกค่ะ ว่าแต่ทำไมคุณดูเครียดๆจัง มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ" เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าเเละแววตาที่เหม่อลอยเมื่อครู่นี้ของผู้หญิงตรงหน้า

"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่ตอนนี้กำลังหางานทำค่ะ" ฟรีเซียพูดพลางใช้มือรวมผมที่กำลังปลิวสยายของลูกสาวแล้วมัดรวมกันไว้ด้วยยางมัดผมสีขาวที่มีลูดเชอร์รี่ห้อยอยู่ 2 ลูก

"อ้าว แล้วงานที่คุณทำอยู่ล่ะค่ะ" อันนาถาม เหตุที่เธอรู้ว่าฟรีเซียมีงานทำเพราะครั้งนึงในร้านเบเกอรี่เธอเห็นหญิงสาวคนนี้สวมชุดพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวๆถนนชาริงครอสนั่นเอง

"ออกแล้วล่ะค่ะ ติดปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูก ไม่มีเวลาอยู่กับลูกเลยค่ะ ไปเช้ากลับค่ำแทบทุกวันก็เป็นห่วงที่ต้องปล่อยเด็กๆอยู่บ้านลำพัง ครั้นจะไปจ้างพี่เลี้ยงก็ไม่มีเงินขนาดนั้นจึงจำต้องออกจากงานค่ะ" ฟรีเซียอธิบาย

"เอางี้มั้ยคะ สนใจมาเป็นแม่บ้านที่คฤหาสน์เลอร์ลูสมั้ย มีที่พักด้วยแถมยังได้อยู่กับเด็กๆโดยไม่ต้องปล่อยทิ้งให้อยู่ลำพังด้วยค่ะ" เธอยื่นข้อเสนอ เนื่องจากความสงสารเด็กๆที่ไม่มีเวลาได้อยู่กันพร้อมหน้า

"ได้จริงๆหรือคะ ยินดีมากเลยค่ะ ขอบคุณจริงๆ" ฟรีเซียพูดแล้วเอื้อมมือมากุมมือของเธอเอาไว้แน่น

"จริงสิคะ คฤหาสน์เลอร์ลูสยินดีต้อนรับเสมอค่ะ" หญิงสาวพูด
โพสต์ 2017-2-6 22:17:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย QeenElizabeth เมื่อ 2017-2-8 13:30

[ย้อนเวลา 17.30น.]
ณ ชายหาดโบร์นมัท

ร่างบางทอดนัตย์ตาสีเทามองรอบๆ เธอกำลังมองหาเพื่อนสนิทของเธอ เด็กสาวเดินเหยียบทรายสีขาวแล้วมองทะเลตรงหน้า  ฉับพลันก็มีมือหนาของใครบางคนมาปิดตาของเธอ
"อ๊ะ..."ร่างบางตกใจสะดุดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
"อยู่คนเดียวไม่เหงาแย่หรอคลีน"
เสียงทุ้มกระซิบข้างหูของเด็กสาวเบาๆก่อนจะคลายมือออกจากบริเวณตาทั้งสองข้างของเธอ
"น็อคทิส! เล่นอะไรของนาย" เด็กสาวหันไปทุบที่แผ่นอกหนา แล้วเบี่ยงตัวเดินหนีบุคคลตรงหน้า
"งอนหรอครับคลีน"น็อคทิสจับแขนบาง ก้มลงมองใบหน้าเด็กสาว"มา...เดี๋ยวฉันพาไปเดินเล่น"

ร่างทั้งสองจูงมือกันเดินเล่นบนชาดหาด ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น ลมจากทางทิศตะวันออกพัดเข้าสู่ชายฝั่ง ทำให้บรรยากาศค่อนข้างจะหนาวขึ่นอย่างเห็นได้ชัด น็อคทิสเห็นว่าร่างบางสั่นเทาด้วยความหนาว เขาถอดเสื้อคลุมราคาแพงสวมใส่ให้เธอ
"ใส่ซะ เดี๋ยวไม่สบายเอา"
"ไม่เห็นจะหนาว!"เด็กสาวทำอวดเก่งแต่ก็โดนมือหนาดีดมาที่หน้าผากจนแดง
"อย่ามาอวดเก่ง"เสียงทุ้มเอ่ยพูด
"..."
เด็กสาวเงียบไม่พูดจา สายตามองด้วยความว่างเบา เธอไปนั่งที่ชายหาดแล้วปาทรายใส่ร่างสูงจนเซ เด็กหนุ่มไม่รอช้าปาทรายใส่ร่างบางคืน น็อคทิสและคลีนผัดกันปาทรายใส่กันไปใส่กันมา จนตัวเนื้อมีแต่ทรายสีขาวติดทั่วบริเวณร่างกาย คลีนกระชากแขนเพื่อนสนิทของตนแล้ววิ่งไปที่น้ำทะเลสีคราม พร้อมสาดน้ำใส่เขาจนตัวเปียกโชก ผมที่เคยถูกเซ็ตอย่างดีตอนนี้กลับกลายเปียกไปด้วยน้ำทั่วบริเวณศีรษะ น็อคทิสเห็นดังนั้นจึงสาดน้ำใส่คนร่างบางจนเปียกโชกพอๆกับเขา เด็กหนุ่มคิดในใจดีนะที่คลีนถอดเสื้อคลุมที่เขาคลุมให้ไม่งั้นคงเปียกไปด้วยแน่นอน

เขาและเธอเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ต่างคนต่างยิ้มให้กัน เพราะทั้งคู่ไม่ได้ออกมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว ด้วยความรับผิดชอบในฐานนะของ...คลีน อลิธซาเบธกับน็อคทิส ลูซิส เคลัมต่างกัน แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและกันมาตลอด
"เราทั้งคู่ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแค่ไหนกันแล้วนะ"เขาหันไปถามเด็กสาวเพื่อนตัวเล็กของเขา
"อืม ฉันเป็นเพื่อนกับนายก็สนุกทุกวันนั้นแหละ"คลีนตอบน้ำเสียงเรียบ เพราะเธอไม่ชอบแสดงอารมณ์ใดๆให้ใครเห็น ด้วยปกติเธอเป็นคนเงียบๆอยู่แล้ว
"เฮ้อ..."น็อคทิสถอนหายใจเฮือกใหญ่ บ่งบอกว่ากำลังอารมณ์เสียกับคำตอบของร่างบาง
"ถอนหายใจ เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอก ฉันยังไม่อยากมีเพื่อนแก่ก่อนตัวเองหรอกนะน็อคทิส"เธอบอกด้วยน้ำเสียงขบขันกับการกระทำของเพื่อนชายตรงหน้า ที่ขมวดคิ้วมองมาด้วยความไม่พอใจ เด็กสายรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนเดิมก่อนที่เขาจะสังเกต

การพบเจอก็ต้องมีการลาจาก แน่นอนว่าถึงเวลาที่ทั้งคู่จะต้องกลับออกไปจากชายหาดโบร์นมัทที่ขาวสะอาด องค์รักษ์คนที่4 ของราชอาณาจักรอเล็กซานดราเดินมาจากมุมพื้นถนนที่ไม่มีรถขับผ่านแม้แต่สักคัน
อาร์มิน คริสไตน์เดินตรงมาหาที่รัชทายาทของราชวงศ์ อเล็กซานดรา
"ท่านคลีนครับถึงเวลาเสด็จกลับแล้วขอรับ"ชายหนุ่มโค้งศีรษะให้เด็กสาว
ร่างบางขอเวลาสักพักเพื่อคุยกับเพื่อนสนิทของตนเอง  
"ฉันไปก่อนนะ"เธอบอกเขาด้วยสีหน้าเศร้า
"อย่าเศร้าไป ฉันถ้าว่างๆจากราชกิจแล้วจะไปเยี่ยม แต่ถ้าคิดถึงมาก จะมาหาฉันที่วังได้ทุกเวลา"น็อคทิสพูดติดตลกแล้วเอื้อมมือมาหยิกแก้มขาว
"อืม"

คลีน อลิธซาเบธเดินตามองครักษ์ไปไม่ลืมที่จะหันกลับมาโบกมือให้เจ้าชายแห่งราชอาณาจักรลูซิส อาร์มินเปิดประตูรถให้เด็กสาว เธอก้าวเท้าขึ้นนั่งบนรถหรูก่อนรถจะหายไปจากชายหาดโบร์นมัทภายในพริบตา



1234567
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver|HOGWARTS THAI  

GMT+7, 2019-7-20 11:54 , Processed in 0.081878 second(s), 15 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20160601, Rev.48

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้