Magic World of HOGWARTS THAI

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: Zennita

{RPG} ชายหาดโบร์นมัท

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2014-7-1 12:55:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ ต่อ }

"อิไล...."อีกฝ่ายขานชื่อเขา  อีไลหลบนัยน์ตาสีน้ำตาลที่กำลังจ้องสบกลับอย่างไม่วางตา  ไม่ทันไรชายหนุ่มก็หัวเราะออกมา

"ผมไม่ตลกด้วยนะ"อีไลหน้าตึง  เริ่มอ่านอารมณ์คนตรงหน้าไม่ถูก

"ผมรึจะกล้าโกรธคุณ น่ารักจริงๆ"ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อก็ถูกชายหนุ่มดึงเข้าไปกอดพร้อมกับหอมหนัก ๆ ที่แก้ม  อีไลนิ่งไปได้แต่ก้มหน้ามองพื้น  นี่เขาถูกอีกฝ่ายแกล้งใช่มั้ยเนี่ย! "ไม่นึกว่าคุณจะมาง้ออย่างนี้"ชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี  

"ผมคิดว่าคุณโกรธจนไม่อยากพูดกับผม"แค่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดไม่จากับเขาแค่นั้นก็ทำให้เขานั่งไม่เป็นสุข

"ผมโกรธจริงนะแต่ผมไม่ได้จะงอนอะไรเพราะรูว่าคุณไม่ตั้งใจ แต่ผมหมั่นเขี้ยวอยากแกล้งคนปากเร็ว"

"ให้มันได้อย่างนี้สิ"อีไลแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย ให้ตายเถอะ ทำไมเขาต้องหลงกลผู้ชายคนนี้อยู่เรื่อยก็ไม่รู้

"อย่าโกรธผมนะ"น้ำเสียงออดอ้อนส่งผ่านจากปากผู้ชายตรงหน้า บางทีเขาก็คิดนะ ถ้าจับไซลาร์แต่งชุดหมีแล้วทำท่าออดอ้อนอย่างนี้มันคงน่าแปลกดีพิลึก  อีไลเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวกับความคิดของตัวเอง จึงทำเป็นมองอย่างอื่นไปซะ "อาหารเสร็จแล้วไม่ไหม้แล้วหนนี้กินได้กินกันเถอะ ผมเริ่มหิวละ"ไซลาร์วกกลับมาเรื่องอาหาร ชายหนุ่มกระวีกระวาดยกอาหารไปที่โต๊ะ  โดยมีอีไลเดินตามหลังช่วยถือจานเปล่ากับช้อนส้อม นั่งประจำที่โต๊ะเรียบร้อย  เขามองดูไข่กวนกับปลาทอดฝีมือชายหนุ่ม ดูหน้าตาน่ากินแต่รสชาตินี่ต้องพิสูจน์กันอีกที

"ทำได้น่ากินดีนี่"อีไลหันไปยิ้มให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

"ผมป้อนนะ"อีกฝ่ายว่าพร้อมกับตักไข่กวนขนาดพอดีคำยื่นมาตรงหน้า  อีไลรีบหุบยิ้มหันหน้าหนีไปทางอื่น    "ป้อนด้วยมือไม่พอใจหรือครับป้อนด้วยปากเอามั๊ยครับ"พอถูกขู่เข้าอย่างนี้เขาจำเป็นต้องหันหน้ากลับมา อ้าปากรับไข่กวนที่อีกฝ่ายตักให้เข้าปากอย่างไม่ต้องคิดนาน  

"...."เขาเคี้ยวได้  2-3 ทีฟันก็กระทบเข้ากับวัตถุแปลกปลอมบางอย่างมันทำให้ขนลุกซู่กันเลยทีเดียว จากประสบการณ์ทำอาหารกินที่ค่ายพักแรมสมัยเรียนที่จีน  ไอ้ของแปลกปลอมที่ว่ามันจะต้องเป็นเปลือกไข่อย่างแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์

"อร่อยมั๊ยไม่สิต้องถามว่า พอกินได้รึเปล่า"ชายหนุ่มส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากเขา อีไลฝืนเคี้ยวลวก ๆ ก่อนจะกลืนลงคอทั้งที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียด ป่านนี้เปลือกไข่ไปนอนอยู่เต็มกระเพาะเขาแล้วล่ะมั้ง

"โดยรวมก็โอเค  แต่ว่ามันเค็มไปนิด"เขาอยากจะบอกอีกฝ่ายว่าทีหลังไม่ต้องแถมเปลือกไข่ให้ก็ได้  แต่กลัวชายหนุ่มจะหมดกำลังใจแล้วพาลไม่อยากทำอาหารต่อนี่สิ  เพราะลำพังเขาก็เกลียดการเข้าครัวเป็นที่สุด "เนื้อไข่กระด้างลิ้น แก่เนยไป แถมยังมีกลิ่นไหม้ด้วย"ว่าจะไม่วิจารณ์มากแล้วไง  แต่มันห้ามปากไม่ได้สักที  

"แน่ละผมไม่ใช่พ่อครัวระดับโลกนะ ระดับผมนี้ร้านรถเข็นตามทางยังอร่อยกว่าเลย"ไซลาร์บ่นพึมพำคล้ายกำลังพูดกับตัวเอง  แต่นั่งกันใกล้แค่นั้น  ทำไมเขาจะไม่ได้ยิน "ป้อนมั่งสิครับ"อีกฝ่ายเบียดไหล่เขา  ออดอ้อนสุดฤทธิ์  ช่วยถามความสมัครใจคนฟังหน่อยเถอะ ไม่ใช่เขาไม่อยากทำให้หรอกนะ  แต่ไอ้การทำอะไรน่ารักมุ้งมิ้งอย่างป้อนข้าวป้อนน้ำให้กันเนี่ยมันสุดวิสัยที่คนอย่างเขาจะทำได้จริง ๆ

"กินเองไปสิ  มือก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"อีไลพยายามบ่ายเบี่ยงสุดกำลัง

"ก็อยากให้ป้อนอะนานะ นะครับอิไล คำเดียวก็ได้"ถูกลูกอ้อนอีกฝ่ายหนัก ๆ เข้า  อีไลจำต้องพยักหน้าตอบตกลงอย่างช่วยไม่ได้

"แค่คำเดียวนะ"เขาหยิบช้อนอีกคัน ตักไข่กวนส่งเข้าปากชายหนุ่มด้วยท่าทางเก้กังสุด ๆ เกือบจะได้ป้อนเข้าจมูกแทนปาก ... มันทำให้เขานึกถึงครั้งดูแลไซลาร์เมื่อตอนอยู่ร้านหม้อใหญ่รั่ว  เขาไม่เหมาะจะดูแลใครได้เลยจริง ๆ  ดินเนอร์ผ่านไปอย่างทุลักทุเล อีไลทำจานแตกไป 3 ใบ ชามอีก 1 ตอนช่วยไซลาร์ล้างจาน  ชายหนุ่มจึงให้เขาไปกวาดพื้นแทน  ก่อนที่จะต้องควักเงินซื้อของชดใช้โรงแรมจนกระเป๋าฉีก  เหลือเวลาอีกเยอะกว่าจะถึงเวลาเข้านอน เขาจึงอ้อนอีกฝ่ายให้พาไปเที่ยวข้างนอก  โบร์นมัทยามค่ำคืนมีเสน่ห์ไม่แพ้กลางวัน  แสงไฟสว่างไสวยาวขนาบคู่ไปกับชายหาด  นักท่องเที่ยวใช้โอกาสที่ไร้แสงอาทิตย์ออกท่องราตรี   พระจันทร์ดวงโตลอยเด่นเหนือเส้นขอบฟ้า  ท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบฝั่งเพราะราวกับเสียงเพลง เหนือขึ้นไปบนชายหาด ร้านรวงออกมาตั้งขายของเต็มสองข้างทาง   ของที่นำมาขายส่วนใหญ่จะเป็นของที่ระลึก  หรือไม่ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ทะเล รวมถึงของกินเล่นประเภทขนมวางขายมากมายละลานตา อีไลไม่ได้อยากเดินออกมาเที่ยวอะไรหรอก  แค่เขาอยากใช้เวลาที่เหลือกับคนที่เขาแคร์มากที่สุดต่างหาก อยากเดินไปด้วยกัน อยากได้ยินเสียงหัวเราะ อยากใช้ช่วงเวลาอันน้อยนิดให้มีค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้  เดินดูของจนหนำใจ ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่นัก มีสวนสาธารณะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ติดกับชายหาด    ทั้งคู่จึงพากันมานั่งคุยรับลมทะเลเย็น ๆ มีแสงสว่างจากโคมไฟในสวนช่วยทำให้บรรยากาศไม่มืดจนเกินไป  รอบกายเงียบสงบได้ยินเสียงคลื่นดังแว่วมาเบา ๆ เวลาเลยผ่านใกล้จะเที่ยงคืน  ผู้คนเริ่มบางตา แต่ยังพอเดินให้เห็นอยู่ประปราย  ทั้งสองเลือกม้านั่งที่หันหน้าไปยังชายหาด  อีไลวางถุงขนมกับขวดน้ำลงข้างตัว

"ผมมีอะไรจะให้ด้วยล่ะ"เขาหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างกาย

"..................."Sylar Gray

"ไม่บอก"เขาทำแบบมีลับลมคมใน  เรียกความสงสัยที่ฉายจากแววตาอีกฝ่ายได้ไม่ยาก "หลับตาก่อนสิ"

"..................."Sylar Gray

"บอกให้หลับตาก่อนไง"

"..................."Sylar Gray

อีไลมองจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายหลับตาจริง ๆ  จึงล้วงบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ  แสงไฟตกกระทบกับวัตถุสีเขียวสะท้อนแสงสดใส  เขาร้อยมันเข้ากับสร้อยก่อนจะคล้องใส่ที่คอชายหนุ่ม

"อย่าเพิ่งลืมตาสิ"อีไลตีเข้าที่บ่าอีกฝ่ายเบา ๆ เป็นเชิงปราม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าจะลืมตา  

"..................."Sylar Gray

"นับ 1-3 แล้วลืมตานะ 1 - 2 ..."พอนับได้ถึง 2 อีไลจึงกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากชายหนุ่มแล้วกลับไปนั่งลงข้าง ๆ ตามเดิม"3!"เขาพยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุด  โชคดีจุดที่เขานั่งแสงไฟส่องให้เห็นไม่ชัดมากนัก  ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะต้องสังเกตเห็นความผิดปกติบนหน้าเขาชัดเจนแน่นอน

"..................."Sylar Gray

"เป็นไงชอบมั้ย"อีไลรู้ว่าไซลาร์แพ้โลหะทุกชนิดเขาจึงเลือกสร้อยเชือกที่รับรองว่าจะไม่ทำให้ระคายผิวอีกฝ่าย  ส่วนจี้ที่เขาเพิ่งร้อยใส่ไปนั้นเป็นแหวนของแม่  แหวนหยก ... ของรักของหวงเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่แม่สวมติดตัวตลอดจวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต

"..................."Sylar Gray

"แหวนวงนี้จะช่วยให้คุณปลอดภัยจากอันตราย เมื่อก่อนมันเคยเป็นของแม่ ตอนนี้คุณคือ เจ้าของ"อีไลจับมืออีกฝ่ายขึ้นมากุมไว้หลวม ๆ "ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นอะไรอีก ถ้าเราจะจากกันขอให้จากกันทั้งที่ยังมีลมหายใจ  ไม่ใช่ตลอดกาล  คุณเข้าใจความหมายของผมใช่มั้ยครับ"

"..................."Sylar Gray

"สัญญานะ"ว่ากันว่าไม่ควรคาดหวังในคำสัญญา   มันก็แค่ลมปากที่ใช้พูดกันเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสบายใจ  จะสมหวังหรือผิดหวังก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ให้สัญญา  อีไลไม่คาดหวังว่าจะอนาคตจะเป็นยังไง  ขอแค่ได้ยินคำมั่นสัญญาจากอีกฝ่ายว่าจะทำตามที่เขาขอร้องไว้ก็เท่านั้น อนาคตจะหัวเราะหรือร้องไห้ก็สุดแล้วแต่สวรรค์จะลิขิต

"..................."Sylar Gray

"ผมรักคุณนะไซลาร์"อีไลโผเข้ากอดอีกฝ่าย  ซบหน้าลงบนอกกว้าง สองแขนโอบรอบเอวชายหนุ่ม  อยากหยุดเวลาให้เดินอยู่แค่นี้  เพื่อใช้ชีวิตอยู่กับคนที่รักจนชั่วนิรันดร์

"..................."Sylar Gray

โพสต์ 2014-12-10 13:40:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Katia. เมื่อ 2014-12-10 21:19

____ชายหาดโบร์นมัท

เสียงเพลงจังหวะช้าดังอยู่ในหูของเด็กสาวพร้อมๆกับเสียงลมมที่พัดปะทะเข้ามาเหมือนกับคอยเป็นแบคกิงแทรคให้กับเพลงที่เธอฟังอยู่ บิเอลถอดหูฟังออกจากหูทั้งสองข้างของเธอก่อนจะพาร่างของตัวเองมาที่ริมทะเล น้ำทะเลอุณหภูมิต่ำถูกลมพัดขึ้นฝั่งมากระทบกับเท้าเล็กของเด็กสาวจนต้องยกเท้าหนี

"...เย็นชะมัด" เธอบ่นพึมพำแล้วเดินขึ้นมานั่งบนทรายขาวละเอียดแทนที่จะไปเดินแช่น้ำเล่น นิ้วเรียวหยิบเศษกิ่งไม้ที่ตกอยู่ข้างตัวขึ้นมา บิเอลใช้เศษกิ่งไม้นั้นวาดและเขียนภาพลงบนผืนทรายเป็นรูปต่างๆฆ่าเวลาเล่นระหว่างรอใครบางคนที่ได้นัดไว้ จะว่าไป...นี่ก็นานมากแล้วนะที่ไม่ได้มาเที่ยวกับเพื่อนแบบนี้  


"บิเอล ไม่ลงไปเล่นน้ำเหรอ?" เสียงใสคุ้นหูเธอดังขึ้นจากด้านหลัง บิเอลหันไปตามเสียงก่อนจะพบกับน้องสาวฝาแฝดของเธอที่แบกของเตรียมปิกนิคมาพะรุงพะรัง เธอไม่พูดอะไรแต่กลับยื่นมือไปกระชากตัวน้องสาวแล้วผลักลงไปในน้ำทะเล


"รู้ยังทำไมฉันถึงไม่เล่นน้ำ?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาทก่อนจะหัวเราะออกมา "เป็นไงบ้าง?"


"รู้สึกดีเป็นบ้า..." เบ็ตตี้ น้องสาวฝาแฝดของเธอตอบกลับมาอย่างประชดประชัน บิเอลเดินลงไปในน้ำก่อนจะส่งมือให้คนข้างใต้แล้วดึงเจ้าตัวให้ขึ้นมายืน "ของเปียกหมดแล้ว"
บิเอลหัวเราะอีกครั้งก่อนที่ตัวของเธอจะถูกใครซักคนผลักให้ลงไปนั่งในน้ำอีกครั้งจนชุดของเธอเปียกไปหมด และเพราะเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเผลอสำลักเอาน้ำทะเลรสเค็มเข้าไปด้วย


"......." ฮิเมะ


"ฮิเมะ!เธอทำอะไรของเธอน่ะ" คนร่างเปียกหันหลังไปตามแรงกระทำพร้อมกับพูดใส่เสียงดังเมื่อรู้ว่าคนที่ผลักเธอลงน้ำไม่ใช่ใครแต่เป็นเพื่อสนิทของเธอเอง เอลิซาเบท ฮิเมโกะ การิสเซียส


"......." ฮิเมะ


"เธอนี่นะ" เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองปนกับเสียงไอจากการที่สำลักน้ำทะเลเข้าไป "ขึ้นไปเลยไป เดี๋ยวฉันเตรียมของปิกนิคให้" พูดจบเธอก็รีบเดินขึ้นจากน้ำทันทีก่อนจะรีบเอามือมากอดตัวเองไว้เมื่อสายลมแรงพัดปะทะเข้ากับร่างสั่นเทาของเธออย่างจัง  เซนต์มังโกถามหาแน่ๆ


"ขึ้นมาแล้วเหรอ ไม่เล่นน้ำกันก่อนล่ะฉันยังเตรียมของไม่เสร็จเลย ฮ่าๆ" เบ็ตตี้ถามเสียงใส ในมือของเธอมีกระติกน้ำร้อนและแซนวิชอยู่


"เบ็ตอยากเล่นอีกรอบมั้ยล่ะ" บิเอลถามเสียงหงุดหงิดพร้อมกับทิ้งร่างของเธอลงบนเสื่อสีแดงซีดที่ผ่านการใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง


"......." ฮิเมะ


"ฮะ พูดอะไรนะฮิเมะ?ใครมีสองคน?" ร่างเล็กถามเพื่อนของเธอหลังจากได้ยินคำถามสุดพิลึก

"......." ฮิเมะ


"อ๋อ นี่น้องสาวฝาแฝดของฉันเอง เบ็ตตี้" เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่เด็กสาวหน้าเหมือนกับเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ "เรียกเบ็ตเฉยๆก็ได้นะแล้วแต่"


"สวัสดีๆ ฮิเมะใช่มั้ย?ฉันเคยได้ยินชื่อเธอมาแล้วเหมือนกันนะ ยินดีที่ได้รู้จัก" เบ็ตตี้ตอบเสียงใสก่อนจะส่งแซนวิชให้กับฮิเมะชิ้นนึง


"......." ฮิเมะ


"แล้วเธอพักอยู่ที่ไหนเหรอฮิเมะ?" บิเอลถามเพื่อนสนิทของเธอพลางยกแก้วชาร้อนขึ้นจิบ กลิ่นชาพีชแล่นขึ้นจมูกพอบรรเทากลิ่นน้ำทะเลที่ยังคงคาอยู่จนแสบจมูก


"......." ฮิเมะ


"อ๋อที่นั่นน่ะเหรอ?ฉันก็เคยไปนะๆมันสวยมากเลยล่ะ" เบ็ตตี้พูดแทรกอย่างเริงร่า มือเล็กของเจ้าตัวส่งแก้วน้ำชาให้กับเด็กสาวผมดำข้างๆ


"......."ฮิเมะ


"ชาพีชน่ะ ตระกูลของฉันทำเองเลยนะ"บิเอลตอบแทนน้องสาวของตนเองแล้วยยกชาขึ้นจิบอีกอึกหนึ่ง


"......." ฮิเมะ


"ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะกลับคฤหาสน์ตระกูลหรือว่าต้องหาที่พักเอง แต่ฉันว่าคงจะเป็นอย่างหลังมากกว่า"


"......." ฮิเมะ


"นี่ๆไปเดินเล่นกันมั้ย?ตอนนี้แดดเริ่มออกแล้วคงไม่ค่อยหนาสแล้วล่ะ" ร่างเล็กปริปากพูดขึ้นหลังจากที่เธอจัดการกับแซนวิชหลายชิ้นเข้าไปเเล้ว บิเอลมองกล่องแซนวิชที่เมื่อครู่นี้มีเเซนวิชอยู่ประมาณ 7 ชิ้นแต่ตอนนี้กลับเหลืออยู่แค่ 2 ชิ้นด้วยฝีมือของน้องสาวเธอเพียงคนเดียวก่อนจะเงยหน้ามามองเจ้าตัวอีกครั้ง


"นี่เบ็ต...ไม่คิดจะแบ่งคนอื่นเลยเหรอ?"


"ขอโทษๆแต่ตอนนี้ฉันอยากเดินย่อยมาเลยอ่ะ ไปเดินเล่นกัน นะๆ" เบ็ตตี้พูดอย่างไม่เดือดร้อนอะไรพร้อมกับจับมือของฮิเมะและพี่สาวฝาแฝดของเธอเป็นเชิงเร่งให้ลุกขึ้นเร็วๆ


"......." ฮิเมะ


"ก็ได้ๆ" บิเอลถอนหายใจยาวแล้วยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งมือให้ฮิเมะ


"......." ฮิเมะ
แรงดึงที่มือของเธอทำให้เธอเซเล็กน้อยแล้วเด็กสาวทั้งสามคนก็ออกเดินไปตามริมทะเลทันที




โพสต์ 2014-12-10 15:23:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Princess'z เมื่อ 2014-12-10 15:48

ณ ชายหาดโบร์นมัท [ ย้อนเวลา ]

หาดทราย สีขาวสะอาด  น้ำทะเลสีฟ้าดูสดใส และ ลมที่พัดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ อากาศที่นี่ หนาวไม่ใช่น้อย เด็กชาย และ เด็กสาว สองพี่น้อง ตระกูล การินเซียส เดินอาดๆ มาพร้อมกัน โดยมี ผู้ติดตามทั้งสอง เดินตามมาติดๆ พวกเขาเดินเล่นมาตาม ริมหาดยาว เรื่อยๆ จนกระทั่ง ดวงตาสีเทาหม่น เหลือบไปเห็น บางสิ่ง ...


" ตายล่ะ .. " เด็กสาวมีท่าทางร้อนรน อย่างเห็นได้ชัด " ฉันนัดกับบิเอลไว้ "

" ฮ่าๆ " ผู้เป็นพี่ชาย หัวเราะออกมา " งั้นก็ไปหาเพื่อนสิ ... เธอเนี้ยนะ จริงๆเลย "

" งั้นฉันขอไป หาเพื่อนก่อน " เธอพูด " พี่กลับไปก่อนเลย .. " พูดจบเธอก็รีบวิ่งตรงไปยัง ที่ๆเห็น เพื่อนของเธอนั่งอยู่ ..

คนใดคนหนึ่งในบรรดา ผู้ติดตาม ทำทีท่า ว่าจะตามไป แต่กลับถูกห้าม จึงได้ทำได้แต่ มองเธอวิ่งไปจนหายไปลับตา พวกเขาจึงเดินต่อไปเรื่อยๆ


เธอวิ่งมาเรื่อยๆ จนเห็นเพื่อนของเธอชัดขึ้น พอใกล้จะตัว เธอจึงเปลี่ยนจากวิ่ง เป็นการย่องเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้าง  ผลักเพื่อนของเธอ กระเด็นตกน้ำไปตามแรงผลัก ...


" เฮ้ ! คิดถึงฉันไหม ? " อลิซมองไปยังผลงานการแกล้งเมื่อครู่ ก่อนจะหัวเราะออกมา

" ฮิเมะ ! เธอทำอะไรของเธอน่ะ  " บิเอล ปรามเสียงดัง เธอดูหัวเสีย และหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย กับการกระทำเมื่อครู่

" ฉันเปล่า " อลิซแลบลิ้น เธอตั้งใจกวนประสาทอย่างเห็นได้ชัด

" เธอนี่นะ " บิเอลพูดปนไอเล็กน้อย " ขึ้นไปเลยไป เดี๋ยวฉันเตรียมของปิกนิคให้ "


สิ้นเสียงบิเอล อลิซจึงเดินขึ้นมาจากน้ำทะเลอันหนาวเย็น เธอเดินสั่นๆ ด้วยความหนาว ระหว่างเดิน เธอแอบหันไปเห็น เพื่อนของเธอ ที่เดินด้วยตัวที่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด


" ขึ้นมาแล้วเหรอ ไม่เล่นน้ำกันก่อนล่ะฉันยังเตรียมของไม่เสร็จเลย ฮ่าๆ " เสียงไม่คุ้นหูดังขึ้น กลบเสียงลมพัด

" เบ็ตอยากเล่นอีกรอบมั้ยล่ะ " บิเอลพูดกับ เจ้าของเสียงใหม่ ก่อนจะนั่งลงบนเสื่อสีแดงซีด

" นี่ ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ " เธอนั่งลงบนเสื่อแดง ตามเพื่อนของเธอ ก่อนดวงตาสีเทา จะกลาดมองไปมา ระหว่าง เพื่อนสนิทของเธอ กับ เจ้าของเสียงใหม่ " บิเอล ... ทำไม เธอถึงมี สองคน ล่ะ "

" ฮะ พูดอะไรนะฮิเมะ ? ใครมีสองคน ? " บิเอลถามกลับ เธอดูแปลกใจไม่น้อยกับคำถามเมื่อครู่

" ก็นี่ไง เธอมีสองคน .. ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ " เธอชี้ไปที่เจ้าของเสียงใหม่

" อ๋อ นี่น้องสาวฝาแฝดของฉันเอง เบ็ตตี้ " เธอชี้ไปยังคนที่หน้าเหมือนเธอ อย่างกับแกะ " เรียกเบ็ตเฉยๆก็ได้นะแล้วแต่ "

" สวัสดีๆ ฮิเมะใช่มั้ย ? ฉันเคยได้ยินชื่อเธอมาแล้วเหมือนกันนะ ยินดีที่ได้รู้จัก " เบ็ตตี้ น้องสาวฝาแฝดของเพื่อนสนิทเธอตอบ ก่อนจะยื่นแซนวิสมาให้ นี่เธอไม่ยักกะรู้ว่า เพื่อนของเธอมีฝาแฝด

" โอว สวัสดี เบ็ต " เธอรับแซนวิส และเอ่ยทักทาย พร้อมรอยยิ้ม นี่โชคดีนะ ที่รู้ความจริง ไม่งั้นฉันต้องบ้าไปจริงๆแน่ๆ

" แล้วเธอพักอยู่ที่ไหนเหรอฮิเมะ ? " บิเอลตั้งคำถาม ก่อนจะยกแก้วชาขึ้นมาจิบ

" ปราสาทการินเซียสนั้นแหละ " เธอพูด และนึก " แถวๆนั้น ที่มีป่าเยอะๆ "

" อ๋อที่นั่นน่ะเหรอ ? ฉันก็เคยไปนะๆ มันสวยมากเลยล่ะ " น้องสาวฝาแฝดของบิเอล ' เบ็ตตี้ ' พูดแทรกขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง พลางส่งแก้วน้ำชาให้เธอ

" ขอบคุณ " เธอรับแก้วน้ำชา " ว่าแต่ .. นี่อะไรน่ะ "

" ชาพีชน่ะ ตระกูลของฉันทำเองเลยนะ " บิเอลตอบแทน และยกแก้วน้ำชา ขึ้นมาจิบอีกอึกนึง

" อืมม ใช้ได้เลย " เธอจิบ และยิ้ม " แล้วเธอล่ะ ? จะพักที่ไหน "

" ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะกลับคฤหาสน์ตระกูลหรือว่าต้องหาที่พักเอง แต่ฉันว่าคงจะเป็นอย่างหลังมากกว่า " บิเอลตอบเสียงเรียบ

" อ๋อ.. อืม "

" นี่ๆ ไปเดินเล่นกันมั้ย ? ตอนนี้แดดเริ่มออกแล้วคงไม่ค่อยหนาวแล้วล่ะ " ในที่สุดเบ็ตตี้ ที่เงียบอยู่นาน ก็เอ่ยปากชวน

" นี่เบ็ต...ไม่คิดจะแบ่งคนอื่นเลยเหรอ? "  

" ขอโทษๆ แต่ตอนนี้ฉันอยากเดินย่อยมากเลยอ่ะ ไปเดินเล่นกัน นะๆ " เบ็ตตี้ยื่นมือมาจับ มือของ เธอ และ บิเอล

" ฉันแล้วแต่เธอนะ บิเอล " อลิซยิ้ม แต่ภายในดวงตามันแสดง ออกชัดเจน ว่าเธอเอง ก็อยากไปเดินเล่นเหมือนกัน ถึงจะตอบไปแบบนั้น แต่เธอก็ลุกขึ้น และ ยื่นมือไปให้บิเอลเรียบร้อยแล้ว

" ก็ได้ๆ " บิเอล ถอนหายใจ ก่อนจะยื่นมาให้อลิซ

" ไปเร็ว " อลิซพูดจบ ก็ดึงบิเอล ให้เดินไปข้างหน้า โดยทันที



เด็กสาวทั้งสาม จึงเดินไปตามริมชายหาดยาวๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสุดชายหาด และ เดินกลับมายังที่เดิม รู้สึกดีชะมัด นี่ฉันไม่ได้มาที่นี่นานแค่ไหนแล้วนะ เธอคิด




















โพสต์ 2014-12-12 19:13:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DevilKing'z เมื่อ 2014-12-14 20:14

ณ ชายหาดโบร์นมัท
เด็กชายร่างเล็ก ดูแล้วอายุราวๆ 10-11 ขวบ รูปร่างเล็ก ตามวัย ผมสีน้ำตาล และดวงตาดำสนิท เขาอยู่ในชุดนอน ซึ่งมันไม่ควรเป็นชุดที่ใส่ออกมาในสถานที่แบบนี้เลยแม้แต่น้อย ลมแรงพัดมาเรื่อยๆ บางครั้ง ในขณะที่เข้าเดินไปเรื่อยๆ ทรายที่ถูกลมพัด กลบเท้าของเขา มันน่ารำคาญอยู่ไม่น้อย ที่เขาต้องคอยสลัดทรายใต้ฝ่าเท้าออก เข้าเดินดุ่มๆ มาตามริมหาด แสงอาทิตย์เริ่มลับจากขอบฟ้า ความมืดเริ่มก้าวเข้ามา จนกระทั่งในเวลานี้ ทุกๆคนในที่แห่งนี้ ดูมืดดำ เหมือนๆกันไปหมด เขาเองก็เช่นกัน จะต่างเพียง ชุดนอนอันแปลกประหลาด ก็ใครล่ะ จะใส่ชุดนอนมาเดินในที่แบบนี้ และ ในเวลานี้ หลายๆสงสัย นี่เขารีบไปไหน นี่เพิ่งจะเย็น เขาก็อาบน้ำ ใส่ชุดนอนแล้วหรือ ? แต่เขาก็ไม่ได้สนใจสายตาที่จ้องมอง เขามีความคิดในสมองเล็กอยู่มากมาย ...

" นี่ กี่โมงแล้วนะ " เขาพูดสิ่งที่คิด พลางยกมือขึ้นมาให้พอกับสายตา และมองไปยังนาฬิกาบนข้อมือ

" โอย นี่ฉันละเมอรึไง " เขาบ่นตัวเอง " ในชุดนอนเนี้ยนะ " เขาหลุดจากภวังค์แห่งความคิด มีสติอีกที ก็เห็นทุกสายตาที่จ้องมอง เขาราวกับตัวประหลาด

" ช่างมันเถอะ " เขายังคงคุยกับตัวเอง " ขนมสูตรใหม่ ทำอะไรดีล่ะ " มุมปากขยับ จนลักยิ้มเล็ก ขึ้นมา

" กลับคฤหาสน์ดีกว่า เดี๋ยวพี่ทริเชียส จะดุเอา " เขาคิด พลางทำแก้มพองลม มันดูน่ารักอยู่ไม่น้อย เขาคงไม้รู้ตัว ว่าสิ่งที่ไป มันทำให้เขาดูเหมือนเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ

สิ้นความคิด เขาจึงเดินพุ่งหน้า และ กลับไปยังคฤหาสน์ทันที
โพสต์ 2014-12-31 22:50:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Princess'z เมื่อ 2015-1-3 10:54

ณ ชายหาดโบร์นมัท

แสงจันทร์สาดส่องกระทบกับน้ำทะเลสีคราม แสงของมันส่องกระทบมายังดวงตาคู่หนึ่ง อลิซาเบท ฮิเมโกะ การินเซียส  เจ้าของร่างบาง ค่อยๆยกมือเรียว ยีตาที่ถูกแสงเมื่อครู่เล่นงาน ก่อนจะขยับร่างหนีให้พ้นระยะของแสง โดยปกติในเวลาแบบนี้ ชายหาดแห่งนี้ จะเงียบสงบ และไร้ผู้คน แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วย เสียงเพลง เสียงหัวเราะ เสียงฮาเฮ ของเหล่ามักเกิ้ลผู้ที่กำลังสังสรรค์ ลมทะเลยังคงพัดผ่านร่างบาง ไปอย่างต่อเนื่อง และไม่มีวี่แววที่จะหยุด เธอดึงเสื้อคลุมให้กระชับร่างยิ่งขึ้น ดวงตาสีเทาจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา ภาพเหล่ามักเกิ้ลที่กำลังมีความสุข พวกเขายิ้ม และหัวเราะ สังสรรค์กันเนื่องในโอกาสวันสิ้นปี  เธอคลี่ยิ้ม ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ ชายร่างสูงสองคน ที่นั่งข้างกาย ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ โรนเนล และ ฮันจิโร่  ผู้ติดตามของเธอ ในวันนี้ พวกเขาเงียบผิดปกติ ส่วนมากเมื่อต้องพบกัน เขามักจะหาเรื่องทะเลาะ ถกเถียงกันอยู่เรื่อย แต่วันนี้ทั้งคู่กลับเงียบ มันจึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับเธอ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดี วันนี้ช่างเป็นวันที่สงบ หากไม่นับเสียงเพลงของงานสังสรรค์ บางครั้งเธอก็รู้สึกรำคาญเสียงเหล่านี้ แต่อีกด้านก็กลับอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเธอบ้าง เธอไม่เคยได้ไปร่วมงานเลี้ยงแบบนี้เลย หากได้ไป และมีความสุขแบบนั้นสักครั้ง ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย ...

" วันนี้อากาศหนาวจัง " เธอว่า และดึงเสื้อคลุมให้กระชับร่างอีกรอบ

" ครับ คุณหนู " โรนเนลเอ่ยตอบอย่างสุภาพ

" วันนี้ พวกนายดูแปลกไปนะ " เธอหันไปมอง และยิ้มให้ผู้ติดตามทั้งสอง

" เอ่อ.. ผมก็คิดอย่างนั้น " โรนเนลตอบอีกครั้ง ครั้งนี้เขาดูออกจะเขินๆอยู่บ้าง

" ผมไม่เคยคิดอยากจะทะเลาะกับใคร " ครั้งนี้ ฮันจิโร่ที่เงียบอยู่นานจึงตอบบ้าง " หากไม่โดนชวนทะเลาะเสียก่อน "

" นายหาว่า ฉันชวนนายทะเลาะงั้นสิ " โรนเนลเริ่มร้อนตัว และลุกขึ้นมองหน้าฮันจิโร่

" ก็แล้วแต่นายจะคิด " ฮันจิโร่ตอบเสียงเรียบ และนั่งจ้องโรนเนลเหมือนโดนจ้อง

" นี่ นาย .. " โรนเนลทำท่าจะต่อย ก่อนกลับถูกขัด

" พอๆ พวกนายจะทะเลาะกันทำไม " เธอพูดขัดทันที ที่เห็นท่าทางของทั้งสอง

" ..... " เธอทำสำเร็จ ผู้ติดตามทั้งคู่เงียบ โรนเนลนั่งลงดังเดิม ก่อนมองไปข้างหน้า

" เฮ้อ พวกเขาดูมีความสุขจัง " เธอว่า " พวกมักเกิ้ลน่ะ "

" ตอนนี้กี่โมงแล้ว " เธอถาม หลังจากที่หานาฬิกาอยู่นาน และพบว่า เธอลืมเอาไว้ที่ห้อง

" 5 ทุ่ม 59 นาที 49 วินาที ครับ คุณหนู " ฮินจิโร่รีบตอบโดยทันที

" โอว ใกล้เวลาแล้ว " เธอยิ้ม และดูท่าทางตื่นเต้น " เตรียมนับถอยหลัง เริ่มปีใหม้กันเถอะ "

" หะ อะไรนะครับ " โรนเนลดูแปลกใจ ที่ได้ยินเช่นนั้น

" อย่าขัดคุณหนู โดยเด็ดขาด " ฮินจิโร่ หันไปตอบเสียงดุกับโรนเนล

" 5 4 3 2 1 " ทั้งสามนับพร้อมกัน " Happy New Year "

" โรนเนล ฮันจิโร่ ขอบคุณที่คอยดูแลฉันมาตลอด ฉันมีของจะให้พวกนายด้วยล่ะ " เขาหันไปยอ้มกับผู้ติดตาม และยื่นกล่องของขวัญใบเล็ก สองใบ ไปตรงหน้า

" ขอบคุณครับ คุณหนู " ผู้ติดตามทั้งสอง รับไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ พวกเขายิ้ม และโค้งให้เธอ

" ไม่เป็นไร " เธอยิ้มตอบ



โพสต์ 2015-1-19 23:46:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย PhoneticaGutenberg เมื่อ 2015-1-19 23:53

.....ณ ชายหาดโบร์นมัท เวลา 10.00 น. (ย้อนเวลา)


บนหาดทรายขาวสะอาด มองออกไปเห็นน้ำทะเลสีน้ำเงินสดใส กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ผู้คนจำนวนมากมายกำลังเดินย่ำไปมา หลายคนกำลังนอนอาบแดด บางคนกำลังเล่นน้ำ และที่มุมๆ หนึ่ง มีเด็กหญิงสองคนกำลังก้าวย่ำไปบนพื้นทราย ต่างคนต่างถือไอศกรีมมะพร้าวคนละถ้วย


"...................." Ariana

"เคยมาครั้งนึงน่ะ กับสมาชิกเลอร์ลูส แล้วอันนาเคยมาแล้วยัง" โฟเนติก้าถามบ้าง

"...................." Ariana

"โชคดีนะที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าร้อน อากาศอุ่นกำลังดีเลย" โฟเนติก้าพูดพร้อมกับสูดกลิ่นไอทะเล

"...................." Ariana

"อืม โฟนพยายามชวนแล้ว ตอนที่อันนายังหลับอยู่" โฟเนติก้าตอบ "แต่แม่ก็อยากไปขายขนมที่ตลาดมากกว่า ก็เข้าใจล่ะ ไว้คราวหน้าค่อยพาแม่มาด้วยให้ได้"

"...................." Ariana

"ไหนๆ อุ๊ย! จริงด้วย ไปดูกันหน่อยเถอะ" โฟเนติก้าตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปดูคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเหวี่ยงแหลงไปในน้ำ สักพักก็ลากแหขึ้นมาจากน้ำ มีปลาติดมาด้วยจำนวนหลายตัว

"...................." Ariana

"คงเป็นชาวประมง จับปลาไปขาย หาเงินเลี้ยงชีพ" โฟเนติก้าตอบ ก่อนจะค่อยๆ เดินออกไปจากกลุ่มคน เพื่อหาที่นั่งบนพื้นทราย ดวงตาสีบลูทอดมองออกไปยังน้ำทะเลข้างหน้า

"...................." Ariana

"เล่นเอ็มวีมิวสิคที่ไหนกัน โฟนกำลังดูโน่นจ้ะ" โฟเนติก้าชี้นิ้วไปยังทะเล ซึ่งมีกลุ่มคนกำลังเล่นบานาน่าโบ๊ทและเจ็ทสกี

"...................." Ariana

"ไม่ล่ะจ้ะ โฟนว่ายน้ำไม่เป็น ไม่เคยหัดว่ายด้วย" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะหัวเราะแบบฝืนๆ นอกจากสภาพร่างกายของเธอจะไม่พร้อมต่อการว่ายน้ำแล้ว สภาพจิตใจของเธอก็ไม่พร้อมอีก...ด้วยเหตุผลบางอย่าง

"...................." Ariana

"ถึงใส่เสื้อชูชีพ ก็ไม่กล้าอยู่ดี และค่าเล่นก็ไม่ใช่ถูกๆ...แต่ถ้าให้เล่นอันนั้นก็ว่าไปอย่าง" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ท้องฟ้า มีคนกำลังเล่นพารามอเตอร์ กีฬาของคนรักการบิน โดยใช้ร่มร่อนขนาดใหญ่ผูกติดกับเครื่องยนต์

"...................." Ariana

"ก็ต้องพูดเล่นสิ" โฟเนติก้าหัวเราะ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบคออาริอาน่า

"...................." Ariana

"ได้จ้า เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วค่อยไปนะ" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะหันหน้าไปมองทะเลอีกครั้ง

"...................." Ariana


"ถ่ายรูปเหรอ เอาสิ" โฟเนติก้าหันกลับมายิ้มให้กล้องถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือของอาริอาน่า

"...................." Ariana

"ลุกขึ้นแล้วเดินไปรอบๆ ให้ทั่วชายหาดดีไหม" โฟเนติก้าเสนอขึ้น เพราะคิดว่าคงดีกว่านั่งอยู่กับที่แบบนี้

"...................." Ariana

แล้วทั้งคู่ก็เริ่มออกเดินย่ำไปตามชายหาดที่แสนกว้างใหญ่ ท่ามกลางเสียงคลื่น และบรรยากาศที่อุ่นสบาย



โพสต์ 2015-1-20 11:32:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Ariana เมื่อ 2015-1-20 11:37

.....ณ ชายหาดโบร์นมัท เวลา 10.00 น. (ย้อนเวลา)


ห้องฟ้าสีฟ้าสดตัดกับหาดทรายขาวนุ่มละมุมและสายลมอ่อนโยนที่พัดมาหยอกล้อกับเส้นผมสีกลอสซี่ บราวน์ที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระอยู่กลางแผ่นหลังของหญิงสาวร่างบาง อาริอาน่ากำลังเดินย่ำไปบนพื้นทรายนุ่มๆกับไอศกรีมมะพร้าวในมือพร้อมกับโฟเนติก้า

"เฮ้อ! ... อากาศดีชะมัด ..." หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาวลายมิกกี้เม้าส์สวมกางเกงขาสั้นสีดำพูดพลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อรับกลิ่นอ่อนๆของทะเล "โฟนมาที่นี่บ่อยมั้ย?" เธอหันถามโฟเนติก้าที่กำลังยืนกินไอศกรีมมะพร้าวอยู่ข้างๆ

"เคยมาครั้งนึงน่ะ กับสมาชิกเลอร์ลูส แล้วอันนาเคยมาแล้วยัง" โฟเนติก้าถาม

"ครั้งแรกเลย แต่อยากมาอีกบ่อยๆแล้วล่ะ" เธอตอบพลางยกไอศกรีมขึ้นมากัดคำสุดท้าย

"โชคดีนะที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าร้อน อากาศอุ่นกำลังดีเลย" โฟเนติก้าพูดพร้อมกับสูดกลิ่นไอทะเล

"ใช่ๆ อากาศกำลังดีเลย ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป โฟนน่าจะชวนแม่มาด้วยกันนะ น่าเสียดายจัง" หญิงสาวพูดไปพยักหน้าไปเพราะเห็นด้วยกับอากาศอุ่นๆของชายหาดแห่งนี้ พลางนึกไปถึงแม่ของโฟเนติก้าขึ้นมา

"อืม โฟนพยายามชวนแล้ว ตอนที่อันนายังหลับอยู่" โฟเนติก้าตอบ "แต่แม่ก็อยากไปขายขนมที่ตลาดมากกว่า ก็เข้าใจล่ะ ไว้คราวหน้าค่อยพาแม่มาด้วยให้ได้"

"ไว้ปิดเทอมคราวหน้าจะมาขอนอนด้วยอีก" อาริอาน่าพูดพร้อมรอยยิ้ม พลางนั่งลงใช้มือวักน้ำทะเลเล่น "โฟนดูนั่นสิ! เขากำลังทำอะไรน่ะ! จับปลาหรอ" เธอเรียกให้โฟเนติก้าดูคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังจับปลาอยู่

"ไหนๆ อุ๊ย! จริงด้วย ไปดูกันหน่อยเถอะ" โฟเนติก้าตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปดูคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเหวี่ยงแหลงไปในน้ำ สักพักก็ลากแหขึ้นมาจากน้ำ มีปลาติดมาด้วยจำนวนหลายตัว

"เขาเป็นใครน่ะ ทำไมมาจับปลาตรงนี้หรอ"เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"คงเป็นชาวประมง จับปลาไปขาย หาเงินเลี้ยงชีพ" โฟเนติก้าตอบ

เมื่อหมดข้อสงสัยของเหตุการณ์ตรงหน้าแล้ว ทั้งคู่จึงชวนกันเดินไปหาที่สงบๆนั่งเล่นกัน

"กำลังถ่ายเอ็มวีอยู่หรอโฟน" อาริอาน่าแซวเมื่อหันมาเห็นคนข้างๆกำลังนั่งทอดอารมณ์มองท้องทะเล

"เล่นเอ็มวีมิวสิคที่ไหนกัน โฟนกำลังดูโน่นจ้ะ" โฟเนติก้าชี้นิ้วไปยังทะเล ซึ่งมีกลุ่มคนกำลังเล่นบานาน่าโบ๊ทและเจ็ทสกี

"อ้อ! นึกว่าจะเป็นนางเอกเอ็มวีซะอีก ฮ่า ๆ ๆ" หญิงสาวหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้หยอกเย้าโฟเนติก้า "น่าสนุกจังนะ โฟนอยากเล่นหรอ" เธอถามเมื่อมองดูเรือบานาน่าโบ๊ทกำลังเหวี่ยงผู้โดยสารลงน้ำ

"ไม่ล่ะจ้ะ โฟนว่ายน้ำไม่เป็น ไม่เคยหัดว่ายด้วย" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะหัวเราะแบบฝืนๆ

"ก็ใส่เสื้อชูชีพสิ ไม่จมหรอก" เธอพูดพลางชี้มือไปที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่เพิ่งตกจากเรือกล้วยแล้วลอยคออยู่กลางทะเล

"ถึงใส่เสื้อชูชีพ ก็ไม่กล้าอยู่ดี และค่าเล่นก็ไม่ใช่ถูกๆ...แต่ถ้าให้เล่นอันนั้นก็ว่าไปอย่าง" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ท้องฟ้า มีคนกำลังเล่นพารามอเตอร์ กีฬาของคนรักการบิน โดยใช้ร่มร่อนขนาดใหญ่ผูกติดกับเครื่องยนต์

"พูดเล่นใช่มั้ยเนี่ย โฟนจะเล่นไหวหรอ" เธอพูดออกมาด้วยสีหน้าตกใจนิดๆเมื่อเห็นเครื่องเล่นที่คนข้างๆคิดจะเล่น

"ก็ต้องพูดเล่นสิ" โฟเนติก้าหัวเราะ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งโอบรอบคออาริอาน่า

"คนเริ่มเยอะแล้วนะเนี่ย" อาริอาน่าพูดพลางมองไปรอบๆชายหาดที่เริ่มมีผู้คนเข้ามานอนอาบแดดและเล่นน้ำเยอะขึ้นกว่าเดิม "เดี๋ยวเราไปเที่ยวที่อื่นกันบ้างดีกว่า" เธอเอ่ยปากชวน

"ได้จ้า เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วค่อยไปนะ" โฟเนติก้าพูด

"เรายังไม่ได้ถ่ายรูปกันเลยนะ มาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกดีกว่า" หญิงสาวเอ่ยชวนพร้อมหยิบมือถือขึ้นมา


"ถ่ายรูปเหรอ เอาสิ" โฟเนติก้าหันกลับมายิ้มให้กล้องถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือ

"ว้า...วิวตรงนี้ไม่สวยเลยอ่ะ ดูสิ! มีคนมายืนข้างหลังบังทะเลหมดเลย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความเสียดายเมื่อเห็นรูปที่เพิ่งถ่ายเสร็จออกมาไม่เหมือนที่หวังเอาไว้เลยซักนิด

"ลุกขึ้นแล้วเดินไปรอบๆ ให้ทั่วชายหาดดีไหม" โฟเนติก้าเสนอขึ้น

"อืม ดีๆ คนเริ่มเยอะแล้ว ไปทางนั้นกันดีกว่า" เธอพยักหน้าเห็นด้วยพลางชิ้มือไปทางที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน



แล้วทั้งคู่ก็เริ่มออกเดินย่ำไปตามชายหาดที่แสนกว้างใหญ่ ท่ามกลางเสียงคลื่น และบรรยากาศที่อุ่นสบาย เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่งอาริอาน่าก็สะดุดกับอะไรซักอย่างบนพื้นจนเกือบล้ม โชคดีที่โฟเนติก้าคว้าแขนไว้ได้ทัน ทั้งสองคนจึงนั่งลงขุดหาของที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเกือบต้องเจ็บตัว สิ่งที่ถูกขุดขึ้นมาจากพื้นทรายคือขวด1 ใบที่ปิดฝาด้วยจุกคอร์ก กับกล่องขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย อาริอาน่าหยิบขวดขึ้นมาก็พบกระดาษถูกใส่ไว้ข้างใน เธอจึงเปิดจุกออกแล้วเทเอากระดาษออกมาคลี่อ่าน

ยินดีต้อนรับ
สู่
โชคชะตาของเจ้า


".........................." Phonetica

"มีอีกใบนึงแน่ะ" เธอคลี่กระดาษใบที่สองซึ่งม้วนอยู่ในขวดด้วยออกอ่าน "ออกเดินทางมาสิ! มาเป็นส่วนหนึ่งของตำนานโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มาเป็นส่วนหนึ่งของเราแล้วเจ้าจะได้ทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติมากมาย เรารอเจ้าอยู่"

".........................." Phonetica

"หรือว่าจะเป็นจดหมายจากเรือเรือฟลายอิงดัชแมน เรือปีศาจนั่นกันนะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย แล้วค่อยๆหัวเราะออกมา "ฮ่า ๆ ๆ ตลกชะมัดอ่ะ"

".........................." Phonetica

"ก็ตำนานเรือผีสิงไง ที่ถูกสาปให้เดินทางในมหาสมุทรไปชั่วกัลปาวสานน่ะ" เธอตอบแล้วมองไปยังกล่องที่วางอยู่ข้างๆโฟเนติก้า "โฟนลองเปิดกล่องนั่นดูสิ เผื่อจะเจอสมบัติก็ได้นะ"

".........................." Phonetica

"ล้อเล่นน่ะ ฮ่า ๆ ๆ" เธอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความสนุก

ภายในกล่องคือแผนที่ขนาดเท่ากระดาษ A4 กับกุญแจโบราณ 1 ดอก ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งพักหนึ่งแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน

"คงมีคนเล่นสนุกแน่ๆเลย จะเก็บกลับไปด้วยไหมโฟน" อาริอาน่าเอ่ยถามเมื่อเห็นโฟเนติก้าหยิบกุญแจขึ้นมามองอย่างตั้งใจ

".........................." Phonetica

"อาจจะไว้ไขหีบสมบัติจริงๆก็ได้นะ มีแผนที่บอกทางไปเสร็จเลย เราลองไปตามล่าหาขุมทรัพย์กันบ้างไหม" เธอถามแล้วหยิบแผนที่ขึ้นมามองอีกครั้ง

".........................." Phonetica




โพสต์ 2015-1-21 08:57:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
...ชายหาดโบร์นมัท เวลา 10.40 น. (ย้อนเวลา)

อาริอาน่าและโฟเนติก้าเริ่มออกเดินย่ำไปตามชายหาดที่แสนกว้างใหญ่ ท่ามกลางเสียงคลื่น และบรรยากาศที่อุ่นสบาย เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่งอาริอาน่าก็สะดุดกับอะไรซักอย่างบนพื้นจนเกือบล้ม โชคดีที่โฟเนติก้าคว้าแขนไว้ได้ทัน ทั้งสองคนจึงนั่งลงขุดหาของที่เป็นต้นเหตุทำให้อาริอาน่าเกือบต้องเจ็บตัว สิ่งที่ถูกขุดขึ้นมาจากพื้นทรายคือขวดหนึ่งใบที่ปิดฝาด้วยจุกคอร์ก กับกล่องขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย อาริอาน่าหยิบขวดขึ้นมาก็พบกระดาษถูกใส่ไว้ข้างใน เธอจึงเปิดจุกออกแล้วเทเอากระดาษออกมาคลี่อ่าน

ยินดีต้อนรับ
สู่
โชคชะตาของเจ้า

"โชคชะตาของเจ้า...อะไรน่ะ" โฟเนติก้าถามด้วยสีหน้างงงวย

"มีอีกใบนึงแน่ะ" อาริอาน่าคลี่กระดาษใบที่สองซึ่งม้วนอยู่ในขวดด้วยออกอ่าน "ออกเดินทางมาสิ! มาเป็นส่วนหนึ่งของตำนานโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มาเป็นส่วนหนึ่งของเราแล้วเจ้าจะได้ทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติมากมาย เรารอเจ้าอยู่"

"ใครเป็นคนเขียนนะ" โฟเนติก้าถามด้วยสีหน้างงงวยมากขึ้น เรื่องแบบนี้เธอเคยเจอแต่ในนิยาย

"หรือว่าจะเป็นจดหมายจากเรือเรือฟลายอิงดัชแมน เรือปีศาจนั่นกันนะ" อาริอาน่าพูดด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย แล้วค่อยๆหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ ตลกชะมัดอ่ะ"

"ฟังแล้วคุ้นๆ นะ เรือฟลายอิงดัชแมน" โฟเนติก้าทำท่านึก มือข้างหนึ่งลูบเส้นผมสีน้ำตาล

"ก็ตำนานเรือผีสิงไง ที่ถูกสาปให้เดินทางในมหาสมุทรไปชั่วกัลปาวสานน่ะ" อาริอาน่าตอบแล้วมองไปยังกล่องที่วางอยู่ข้างๆ โฟเนติก้า "โฟนลองเปิดกล่องนั่นดูสิ เผื่อจะเจอสมบัติก็ได้นะ"

"จริงเหรอๆ งั้นต้องรีบเปิดอย่างไว" โฟเนติก้าพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดกล่องด้วยสีหน้าอมยิ้มซึ่งดูขัดแย้งกับแววตา

"ล้อเล่นน่ะ ฮ่าๆๆ" อาริอาน่าระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความสนุก

ภายในกล่องคือแผนที่ขนาดเท่ากระดาษเอสี่ กับกุญแจโบราณหนึ่งดอก ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งพักหนึ่งแล้วหัวเราะออกมาพร้อมกัน

"คงมีคนเล่นสนุกแน่ๆ เลย จะเก็บกลับไปด้วยไหมโฟน" อาริอาน่าเอ่ยถามเมื่อเห็นโฟเนติก้าหยิบกุญแจขึ้นมามองอย่างตั้งใจ

"ดูเหมือนกุญแจไขหีบสมบัติ แต่ไม่ใช่หรอก ใครจะกล้าทิ้งกุญแจไขหีบสมบัติไว้แถวนี้" โฟเนติก้าพูด

"อาจจะไว้ไขหีบสมบัติจริงๆ ก็ได้นะ มีแผนที่บอกทางไปเสร็จเลย เราลองไปตามล่าหาขุมทรัพย์กันบ้างไหม" อาริอาน่าถามแล้วหยิบแผนที่ขึ้นมามองอีกครั้ง

"อันนาอยากไปเหรอ งั้นลองไปดูก็ได้ เผื่อจะมีหวังได้รวยบ้าง" โฟเนติก้าพูด แม้ใจจริงเธอจะไม่ค่อยไว้ใจแผนที่สักเท่าไหร่ ถึงเธอจะยังเด็ก แต่ก็มีประสบการณ์เรื่องโลกภายนอกมากเกินวัย


ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆ รอบชายหาด ตามเส้นทางของแผนที่ที่อาริอาน่าเป็นคนถือไว้ พวกเขาเดินออกห่างจากบรรดากลุ่มคนมาเรื่อยๆ บรรยากาศเริ่มเงียบสงบมากขึ้น และเริ่มเจอต้นไม้มากขึ้น

"...................." Ariana

"นั่นสิ แต่หีบสมบัติคงไม่ถูกซ่อนไว้ในที่มีคนเยอะๆ หรอก จะเดินหาต่อไปไหมคะ" โฟเนติก้าถาม

"...................." Ariana

"เอางั้นเหรอ ไปก็ไป" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะแอบปาดเหงื่อออกจากใบหน้า ในใจหวังว่าอาริอาน่าจะปฏิเสธ แต่ในเมื่อเธอมีความมุ่งมั่นสูงขนาดนี้ โฟเนติก้าจึงยอมปล่อยตามเลย


ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เด็กหญิงทั้งสองมาอยู่ในป่าที่เงียบสงัดและค่อนข้างมืดทึบ ไร้วี่แววของผู้คนอื่นใดนอกจากพวกเขา

"...................." Ariana

"นั่นสิ สงสัยจะเป็นทางขึ้นเขา ทำไมเจ้าของแผนที่ไม่ยอมให้ไฟฉายมาด้วยนะ" โฟเนติก้าแกล้งพูดติดตลก ซึ่งขัดกับความรู้สึกในใจอย่างสิ้นเชิง

"...................." Ariana

"อะไรนะ! หลงทางเหรอ ไม่หรอกมั้ง ก็อันนาคอยดูแผนที่อยู่ตลอดนี่นา" โฟเนติก้าพูด รู้สึกได้ว่าหัวใจกำลังขยันทำงานมากเกินปกติ ยิ่งได้เห็นสีหน้าของอันนาในตอนนี้ ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูเหมือนจะน่ากลัวมากขึ้น

"...................." Ariana

"โฟนขอดูแผนที่หน่อย" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะรับแผนที่มาจากอาริอาน่า ดวงตาสีบลูหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองแผนที่ สมองวิเคราะห์และประมวลผลอย่างหนัก และแล้ว...

"อันนา พวกเราหลงทางจริงๆ ด้วย" โฟเนติก้าเงยหน้าขึ้นมาพูดกับอาริอาน่า

"...................." Ariana

"ไม่ใช่ในป่านี้ แผนที่ล้าสมัย เราต้องเดินไปอีกทางหนึ่ง เมื่อก่อนเคยมีป่าเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะจูงมืออันนา แล้วเดินย้อนกลับไปทางที่พวกเขาเดินเข้ามา


สักพักหนึ่งพวกเขาก็เดินพ้นป่า และมาอยู่ที่หาดทรายขาวโล่งอีกครั้ง โฟเนติก้าก้มดูแผนที่

"...................." Ariana

"ไปทางนี้" โฟเนติก้ารีบพับแผนที่เก็บ ก่อนจะจูงมืออันนาเดินต่อไปทางซ้ายมือ สักพักก็เลี้ยวขวา พวกเขาเดินตรงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการดูแผนที่อีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มเจอผู้คนมากขึ้น บรรยากาศที่อึมครึมและวังเวงก็หายไป

"...................." Ariana

"ใช่ๆ แล้วเดี๋ยวพอเราเลี้ยวขวาที่ข้างหน้า แล้วเดินขึ้นไปข้างบนอีกหน่อย ก็จะเจอขุมทรัพย์" โฟเนติก้าอธิบาย


พวกเขาเดินตรงไปข้างหน้าอีกประมาณห้านาที แล้วเลี้ยวขวา จากนั้นก็เดินตรงขึ้นไปด้านบน มองเห็นถนนเส้นหนึ่ง และที่ฝั่งตรงข้ามถนน มีร้านค้าต่างๆ ตั้งอยู่เรียงราย ทั้งร้านขายอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายหนังสือ และยังมีสถานีตำรวจอีกด้วย

"นี่แหละขุมทรัพย์" โฟเนติก้าพูดก่อนจะหัวเราะออกมา "แผนที่เจ๋งจริงๆ กำลังหิวพอดี"

"...................." Ariana

"บางทีขุมทรัพย์อาจไม่ได้หมายถึงเงินทองหรือหีบสมบัติก็ได้ พวกเราออกมาจากป่าได้ก็ดีแล้วเนอะ" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะหันหน้าไปยิ้มทางอื่น จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้เดินมาตามเส้นทางในแผนที่เลย

"...................." Ariana

"กุญแจเหรอ ช่างมันเถอะ เก่ามากขนาดนั้นคงเอาไปไขอะไรไม่ได้แล้ว" โฟเนติก้าทวนคำ "เดี๋ยวค่อยเอาไปส่งให้ตำรวจพร้อมกับแผนที่ละกัน ตอนนี้เราไปหาอาหารเที่ยงกินกันดีกว่า"

"...................." Ariana
โพสต์ 2015-1-21 13:44:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
...ชายหาดโบร์นมัท เวลา 11.17 น. (ย้อนเวลา)

ชายหาดโบร์นมัทแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่ทำกิจกรรมแตกต่างกันไป เสียงจอแจของการพูดคุย เสียงเครื่องยนต์ของเรือ ช่วยสร้างสีสันให้วันหยุดพักผ่อนของแต่ละคนไม่น่าเบื่อเกินไป ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่นั้น อาริอาน่าและโฟเนติก้ากลับเลี่ยงจากจุดนั้นไปยังบริเวณที่ห่างไกลผู้คนเพื่อตามเส้นทางของแผนที่ที่ชี้ไปยังขุมสมบัติ พวกเขาเดินตามเส้นแผนที่ไปเรื่อยๆ จนบรรยากาศรอบกายเริ่มเปลี่ยนไป จากชายหาดแสนสวยกลายเป็นต้นไม้น้อยใหญ่ที่ทั้งเงียบและสงบ

"เราเดินมาไกลมากแล้วนะ ยังไม่เห็นวี่แววของหีบสมบัติเลย" อาริอาน่าเอ่นขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่กำลังปกคลุมอยู่รอบกาย เมื่อเธอและโฟเนติก้าตัดสินใจหยุดเดินอีกครั้ง

"นั่นสิ แต่หีบสมบัติคงไม่ถูกซ่อนไว้ในที่มีคนเยอะๆ หรอก จะเดินหาต่อไปไหมคะ" โฟเนติก้าถาม

"ไหนๆก็มาไกลขนาดนี้แล้วนี่ ลองไปดูอีกนิดแล้วกันนะ" หญิงสาวเอ่ยแสดงความคิดเห็นพลางก้มลงดูแผนที่ในมืออีกครั้ง

"เอางั้นเหรอ ไปก็ไป" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะแอบปาดเหงื่อออกจากใบหน้า



ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เด็กหญิงทั้งสองมาอยู่ในป่าที่เงียบสงัดและค่อนข้างมืดทึบ ไร้วี่แววของผู้คนอื่นใดนอกจากพวกเขา

"จากตรงนี้ก็เลี้ยวซ้าย...เอ๊ะ! ทำไมทางมันชันขึ้นเรื่อยๆล่ะ" อาริอาน่าพูดด้วยความแปลกใจเมื่อรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเส้นทางที่กำลังเดินไปข้างหน้า นี่เธอเดินกันมาไกลขนาดไหนแล้วนะ เธอก้มลงมองแผนที่อีกครั้งอย่างตั้งใจ

"นั่นสิ สงสัยจะเป็นทางขึ้นเขา ทำไมเจ้าของแผนที่ไม่ยอมให้ไฟฉายมาด้วยนะ" โฟเนติก้าแกล้งพูดติดตลก ซึ่งขัดกับความรู้สึกในใจอย่างสิ้นเชิง

"โฟน...หรือว่าเรากำลังหลงทาง..." เธอเอ่ยออกมาแผ่วเบาเหมือนพูดให้ตัวเองฟังแค่คนเดียว แต่มันก็ดังอยู่ดีเมื่อรอบข้างเงียบสงบแบบนี้

"อะไรนะ! หลงทางเหรอ ไม่หรอกมั้ง ก็อันนาคอยดูแผนที่อยู่ตลอดนี่นา" โฟเนติก้าพูด

"ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะ!" เธอพูดด้วยความลังเล โดยที่ตายังคงจ้องไปยังกระดาษในมือเหมือนเดิม

"โฟนขอดูแผนที่หน่อย" โฟเนติก้าพูด แล้วรับแผนที่ไปจากเธอ

"อันนา พวกเราหลงทางจริงๆ ด้วย" โฟเนติก้าเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอ

"เราเดินมาผิดทางงั้นหรอ" หญิงสาวร่างบางเอ่ยถามด้วยความกังวลใจ

"ไม่ใช่ในป่านี้ แผนที่ล้าสมัย เราต้องเดินไปอีกทางหนึ่ง เมื่อก่อนเคยมีป่าเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว" โฟเนติก้าพูด จากนั้นพวกเขาก็จูงมือกันเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เข้ามา


สักพักหนึ่งพวกเขาก็เดินพ้นป่า และมาอยู่ที่หาดทรายขาวโล่งอีกครั้ง โฟเนติก้าก้มดูแผนที่

"ต้องไปทางไหนต่อ" เธอเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึงทางเเยก

"ไปทางนี้" โฟเนติก้ารีบพับแผนที่เก็บ ก่อนจะจูงมือกันเดินต่อไปทางซ้ายมือ สักพักก็เลี้ยวขวา พวกเขาเดินตรงไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการดูแผนที่อีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มเจอผู้คนมากขึ้น บรรยากาศที่อึมครึมและวังเวงก็หายไป

"ใกล้ถึงแล้วใช่มั้ย" เธอถาม

"ใช่ๆ แล้วเดี๋ยวพอเราเลี้ยวขวาที่ข้างหน้า แล้วเดินขึ้นไปข้างบนอีกหน่อย ก็จะเจอขุมทรัพย์" โฟเนติก้าอธิบาย


พวกเขาเดินตรงไปข้างหน้าอีกประมาณห้านาที แล้วเลี้ยวขวา จากนั้นก็เดินตรงขึ้นไปด้านบน มองเห็นถนนเส้นหนึ่ง และที่ฝั่งตรงข้ามถนน มีร้านค้าต่างๆ ตั้งอยู่เรียงราย ทั้งร้านขายอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายหนังสือ และยังมีสถานีตำรวจอีกด้วย

"นี่แหละขุมทรัพย์" โฟเนติก้าพูดก่อนจะหัวเราะออกมา "แผนที่เจ๋งจริงๆ กำลังหิวพอดี"

"อื้ม...หอมจังเลย ท้องเริ่มร้องแล้วสิ!" อาริอาน่าพูดพลางสูดกลิ่นหอมๆของอาหารหลากหลายชนิดที่โชยมาแตะจมูก "นี่คงเป็นขุมทรัพย์ที่เรากำลังตามหาจริงๆด้วย" เธอกล่าวสนับสนุนความเห็นของโฟเนติก้า

"บางทีขุมทรัพย์อาจไม่ได้หมายถึงเงินทองหรือหีบสมบัติก็ได้ พวกเราออกมาจากป่าได้ก็ดีแล้วเนอะ" โฟเนติก้าพูด ก่อนจะหันหน้าไปยิ้มทางอื่น จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้เดินมาตามเส้นทางในแผนที่เลย

"นั่นสิ! ขุมทรัพย์ก็คือความสนุกและประสบการณ์ที่ได้จากการหลงป่านี่ต่างหาก ฮ่า ๆ ๆ" อาริอาน่าพูดด้วยรอยยิ้ม "แล้วจะเอาไงกับกุญแจนี่ดีล่ะ"

"กุญแจเหรอ ช่างมันเถอะ เก่ามากขนาดนั้นคงเอาไปไขอะไรไม่ได้แล้ว" โฟเนติก้าทวนคำ "เดี๋ยวค่อยเอาไปส่งให้ตำรวจพร้อมกับแผนที่ละกัน ตอนนี้เราไปหาอาหารเที่ยงกินกันดีกว่า"

"อืม กำลังหิวเลย ผจญภัยจนพลังงานหมด" หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ชวนกันไปหาอาหารมาทดแทนพลังงานที่เสียไปจากการเดินทางตามหาขุมทรัพย์ครั้งนี้

โพสต์ 2016-5-11 16:04:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย 'Constance เมื่อ 2016-5-11 16:06

                            ชายหาดโบร์นมัท

                              วันนี้เป็นวันที่อากาศแจ่มใส แดดส่องจ้า แต่มีลมพัดพอเย็นสบาย เหมาะแก่การนอนอาบแดดดื่มน้ำแตงโม และนั่งมองหนุ่มๆที่ออกมาเล่มวอลเลย์บอลริมหาดเป็นที่สุด  ที่นี่เต็มไปด้วยพวกมักเกิ้ล และจากที่สังเกตมาทั้งชีวิต นับวันแล้วพวกมักเกิ้ลยิ่งแต่งตัวน้อยชิ้นลงทุกวันๆ ต่างจากพ่อมดแม่มดที่มักสวมชุดคลุมอยู่ตลอดเวลา  คอร์ดิเลียไม่เคยชอบไอเดียของการใส่ชุดคลุม เพราะหนึ่ง มันร้อน สอง มันทำให้คุณดูอ้วนกว่าที่คุณเป็น และสาม ชุดคลุมนั้นทำให้เธอดูเตี้ยลงไปกว่าเดิมเสมอ ด้วยเหตุนั้นแล้ว คอร์ดิเลียจึงมีเสื้อผ้าแบบมักเกิ้ลมากมายอยู่ในตู้ มากขนาดว่าเธอแทบไม่เคยใส่เสื้อผ้าซ้ำเป็นครั้งที่สอง และก็ไม่เคยจะสนใจว่าเสื้อผ้าที่เคยใส่ไปแล้ว มันหายไปอยู่ที่ไหนกันหมด  
                                จากที่พูดมา นี่ดูเป็นโอกาสที่ดีที่ทายาทลำดับที่สี่แห่งสเปนเซอร์ จะได้พักผ่อนหย่อนใจหลังจากต้องทนทุกข์ ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ และทำการบ้านวิชาปรุงยาอยู่ที่ฮอกวอตส์มาเป็นเวลากว่าสามเดือน แต่เมื่อเธอยังมีคำว่า สเปนเซอร์ ตามหลังชื่อจริง อยู่ในบัตรประชาชนแล้ว คำว่าสงบสุข ดูเหมือนจะห่างไกลจากความเป็นจริงไปไม่น้อย

               
                Dimitriz D. Spencer

                        เมื่อคนโตสุดร่ายยาวถึงแผนการณ์อันน่าเบื่อหน่ายจบแล้ว สามสาวที่นั่งหน้าบูดกันอยู่ริมหาดต่างถอนใจออกมาคนละทีสองที ภาพที่พวกเธอวาดฝันไว้เมื่อผู้เป็นพี่เข้ามาบอกว่า 'เฮ้ น้องๆ ไปเที่ยวชายหาดกัน' นั้นต่างกับความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง ทั้งซินเซียร์ที่ดูจะตั้งหน้าตั้งตารอมาเก็บวัชพืชที่ขึ้นอยู่ริมหาดไปปรุงยาแขนงใหม่ หรือเอวาลิซที่หวังจะมาหว่านสเน่ห์ใส่หนุ่มๆมักเกิ้ล ไม่ต่างจากคอร์ดิเลียเท่าไหร่นัก

                Avalice C. Spencer
                " ใช่ แถมเรายังใช้เวทมนต์ไม่ได้ เรื่องจะใช้พลังแห่งจิตวิญญาณไม่ให้พวกมักเกิ้ลเห็นนี่ก็ ลืมไปได้เลย " เด็กสาวค้านหัวชนฝา เธอล่ะไม่เข้าใจจริงๆ จะเด็ดหัวใครก็ค่อยไปจัดการที่อื่นไม่ได้หรือยังไงกัน

                Avalice C. Spencer
                Dimitriz D. Spencer
                Avalice C. Spencer

                " ให้ตายเถอะ " เจ้าของเรือนผมสีบลอนด์เค้นหาข้ออ้างสารพัด " พวกมักเกิ้ลเดี๋ยวนี้ชอบถ่ายคลิปจะตาย แล้วก็เอาไปลงอินเตอร์เน็ตน่ะ รู้จักมั้ย นั่นแหละ แล้วทั้งโลก สหภาพโซเวียต ยูเอ็น หรืออะไรก็ตามก็จะส่งคนมาตามล่าเรา "
                Dimitriz D. Spencer

                " ฉันเปล่าเพ้อเจ้อ เนาะเอวา "
                Avalice C. Spencer
                Dimitriz D. Spencer
                Avalice C. Spencer

                " เดี๋ยว.. " มือเรียวยกขึ้นมาส่งสัญญาณให้พี่น้องทั้งสองเงียบ " ซินเนอร์ไปไหน "  


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver|HOGWARTS THAI  

GMT+7, 2019-6-18 18:07 , Processed in 0.144866 second(s), 15 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20160601, Rev.48

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้