Magic World of HOGWARTS THAI

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: Zennita

{RPG} ร้านหม้อใหญ่รั่ว

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2013-12-7 11:00:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด


          .... ณ ร้านหม้อใหญ่รั่ว

                    การไปนั่งจิบไวน์อยู่หน้าเคาต์เตอร์บาร์ก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวนักสำหรับวันที่อากาศหนาวเย็นแบบนี้ แต่คงไม่ดีเท่าไหร่นัก
          ถ้าเฟอร์ดินานจะต้องลากเด็กหนุ่มที่อยู่ในสภาพเมาไม่เป็นท่ากลับคฤหาสน์ตั้งแต่หัววัน... ทำให้เด็กหนุ่มต้องจำใจมาเดินเตร็ด
          เตร่ในตรอกไดแอกอนแทนอย่างเลี่ยงไม่ได้...

                    ร่างสูงใต้ผ้าคลุมสีน้ำเงินเดินเข้ามาในร้านแบบเงียบๆ ดวงตาสีเทาก็พลันกวาดสายตามองไปทั่วร้านเพื่อหาที่นั่งที่ยังว่าง
          สำหรับการนั่งจิบชายามเช้าแบบเงียบๆ แต่ดูเหมือนการหามุมเงียบๆในร้านมันจะยากกว่าการหาเกลเลียนที่ตกอยู่ตามถนนซะอีก..
          นั่นเลยทำให้เขาเปลี่ยนเพื่อหาโต๊ะที่มีคนรู้จักนั่งอยู่ด้วยแทน...

         "ลูเซียโน่" เด็กหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะเล็กๆที่มีคนที่แสนจะคุ้นนั่งจิบเครื่องดื่มแก้หนาว ซึ่งนั่นก็ดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายแปลกใจ
         ไม่น้อยเหมือนกัน....

         " ไง " เด็กหนุ่มเอ่ยพลางถอดหมวกที่ติดอยู่กับผ้าคลุมออก.. "ถ้าจะขอนั่งด้วย.. เธอคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม..? "
         เด็กหนุ่มเอ่ยถามก่อนที่จะนั่งลงหลังจากที่อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มของตนกับพนักงานร้าน...

         " ไม่ได้เจอเธอตั้งแต่งานคราวนั้นเลยนะ... " เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบตามเคย...

         " สบายดีไหม " อีกฝ่ายถามขึ้น
         " ก็ดี... " ลูเซียโน่พูดพลางเลิกคิ้วขึ้นแบบกวนๆ... " แล้วเธอ...? "
         "ถ้าอากาศร้อนขึ้นอีกสักหน่อยคงสบายกว่านี้" เธอตอบพลางยักไหล่


                   " ปกติเห็นเธออยู่แต่ในสเปนเซอร์..ไม่ใช่หรือไง... " ลูเซียโน่เปิดการสนทนา หลังจากเห็นอีกฝ่ายหนังถูๆไถๆแก้ว
         ตัวเองอยู่นานจนมันสึกไปหลายมิล(?) เว้นแต่เธอคิดจะเรียกยักษ์ในภาชนะทองเหลืองอะไรพวกนั้นออกมา... แต่แก้วนี่ไม่
         ใช่ทองเหลืองซะหน่อย?!


                    "แค่อยากออกมาเดินเงียบๆคนเดียวในที่ที่ไม่มีคนรู้จักเดินเพ่นพ่านให้ทักทายน่ะ" เด็กสาวตอบ "คิดว่าคงยังไม่มีใคร
          แต่คนพวกนี้กลับตื่นเช้ากันจริงๆ" เอวาลิสตอบพร้อมมองออกไปนอกร้านอีกครั้ง " แล้วนายล่ะ " เธอถามกลับ

---------------
เดี๋ยวมาต่อ
โพสต์ 2013-12-20 06:49:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HIDE.Dawn เมื่อ 2013-12-21 01:05


ณ ร้านหม้อใหญ่รั่ว

        ระหว่างที่ไซลาร์กับวิลเลี่ยมเดินไปร้านหม้อใหญ่รั่ว ทั้งคู่ก็คุยกันไม่หยุด ตั้งแต่เรื่องเรียนไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระ โดนลืมไปว่าอยู่ในสายตาของใครบางคน วิลเลี่ยมในตอนนี้ยังเป็นวิลเลี่ยมน้องชายที่น่ารักน่าชังของเขา ร่างโปร่งบาง ใบหน้าหวานเรียวสวย นัยน์สีมรกตแวววาวสดใส และด้วยทั้งไซลาร์ และวิลเลี่ยมมีคิ้วที่ดกหนาด้วยกันทั้งคู่ ทำให้ตอนเรียนมหา’ลัย ได้ฉายาว่า ดับเบิ้ลคิ้วดก


        “พี่ๆ คุณอิไลน่ะ แฟนพี่ใช่ปะ” วิลเลี่ยมพูดเลียบเคียงกระแซะพลางดันไหล่สะกิดไซลาร์ เขายิ้มแพรวแล้วเอี้ยวตัวมากระซิบข้างหูวิลเลี่ยม ยังไม่ทันได้พูดวิลเลี่ยมก็สะดุ้งเบือนตัวหนี ใบหน้าขาวขึ้นสีที่แก้มแดงจางๆ ทำให้ไซลาร์นึกขึ้นได้ว่าวิเลี่ยมเป็นพวกบ้าจี้
      

“โทษทีลืมไป” ไซลาร์กล่าวยิ้มๆ และหัวเราะเบา เขายกมือขึ้นกอดคอรุ่นน้องแล้ววกไปตอบคำถาม “ใช่ แฟน น่ารักละสิ” วิลเลี่ยมได้ยินดังนั้นก็กลั้นหัวเราะขึ้นขำๆ


        “ไม่ยักจะรู้ตอนนี้กินเด็ก” วิลเลี่ยมแซวพร้อมยิ้มยียวนใส่ ไซลาร์หมั่นเขี้ยวกดคอรุ่นน้องลงแล้วลงหมัดขยี้ผมจนยุ่งไปหมด “อ่า ผมเสียทรงหมด ขี้แกล้ง” วิลเลี่ยมดันมือไซลาร์ออกเบ้ปากใส่ แล้วจัดทรงผมแต่งเองให้เรียบร้อย


        “ก็หมั่นไส้แกล้งไม่ได้ไง” ไซลาร์จะขยี้เรือนผมสีน้ำตาลอีกรอบ แต่วิลเลี่ยมวิ่งหนี เข้าไปในร้านหม้อใหญ่รั่ว  ไซลาร์วิ่งตามไป พร้อมก้าวร้านหันซ้ายหันขวาหาเจ้าตัวแสบก็เห็นไปนั่งอยู่กับอิไลซะแล้ว พอเจ้าตัวเห็นก็ขวักมือไหวๆ เรียก ไซลาร์ยักไหล่แล้วเดินไปหา


        “ห้ามขยี้ หยุดเลย”วิลเลี่ยมเอ่ยเสียงดุ ไซลาร์หยุดตามนั้นหัวเราะเบาๆ แล้วนั่งลงข้างๆ อิไล ที่ตอนนี้ดูหงุดหงิดไม่มากก็น้อย ไซลาร์ไม่รอช้าส่งบัตเตอร์เบียร์ทันที ระหว่างรอวิลเลี่ยมก็ชวนคุย


        “พี่กับคุณอิไลไปรู้จักกันตอนไหน”วิลเลี่ยมตอบซื่อๆ


        “ก็ซักเดือนที่แล้วมั้ง”ไซลาร์ตอบ อิไลยังคงนั่งเงียบ เขารู้สึกไม่ปลอดภัยพิกล จึงพูดต่อ “นายจะมายุ่งอะไรกับแฟนฉัน ถามจริงเปลี่ยนเรื่องป่ะ” พูดออกไปเต็มปากว่า แฟน


        ..........EliGrimmAlnaecious


        “ก็อยากรู้อะ” วิลเลี่ยมตัดพ้อ “ทำให้หวงขนาดนั้นเชียว ที่ผมแล้วไม่เคยเห็นหวงกันขนาดนั้นเลย หึงซักนิดยังไม่มี” รุ่นน้องพึมพำ นั่งเท้าคางทำหน้าเซ็ง วิลเลี่ยมไม่ได้คิดกับไซลาร์เป็นอื่นนอกจากพี่แล้วตอนนี้ แต่ก็อดอจฉาเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ที่รุ่นพี่ของเขาดูหวงแหเป็นพิเศษ


        “อิจฉาอะดิ” ไซลาร์รู้ทันแอบหอมแก้มอิไลให้วิลเลี่ยมเห็น ยังไม่ได้ทันได้พูดต่อ อิไลก็ศอกใส่ท้องเขาเต็ม ไซลาร์กุมท้องร้องโอยไม่หยุด
..........EliGrimmAlnaecious


“สมน้ำหน้า” วิลเลี่ยมที่นั่งฝั่งตรงข้ามยืนหน้ามาล้อเลียนไซลาร์อย่างสนุกสนานเหมือนเด็ก ไซลาร์ตาขวางใส่ แล้วหันไปส่งสายตาวิงวอนให้อิไล
“แกล้งกันได้นะ”


..........EliGrimmAlnaecious


โพสต์ 2013-12-20 21:25:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย EmeraldAlmaecious เมื่อ 2013-12-20 21:25

อีไลเดินมาถึงร้านหม้อใหญ่รั่วด้วยอารมณ์หงุดหงิดเป็นที่สุด  อุตส่าห์มองด้วยสายตาขนาดนั้นแล้วยังจะไม่รู้ตัวอีก แถมยังหยอกล้อแล่นกันแบบไม่อายสายตาใคร ไม่เกรงใจคนอื่นก็ช่วยเกรงใจเขาบ้างเถอะ อีไลเดินเข้าร้านไปด้วยสีหน้าที่ ใครเห็นก็เดาออกว่าไม่ควรไปยุ่งจะดีที่สุด บอดี้การ์ดยืนรอที่หน้าประตูอย่างรู้หน้าที่ เขาเลือกที่นั่งที่ค่อนข้างอับสายตาคน มากพอที่บอดี้การ์ดจะไม่สังเกตเห็น  นั่งรอสักพัก  วิลเลี่ยมก็วิ่งเข้ามาสีหน้าเบิกบาน  ตามมาด้วยไซลาร์   

"ห้ามขยี้ หยุดเลย"วิลเลี่ยมดุไซลาร์  อีไลนั่งมองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น เห็นทั้งคู่วิ่งไล่กันอย่างกับพระเอกนางเอกหนังอินเดีย มองแล้วขัดหูขัดตา  เขานั่งกอดอกหน้าตึงมองทั้งสอง วิลเลี่ยมเลือกที่นั่งฝั่งตรงข้าม ไซลาร์นั่งลงข้างเขา  ชายหนุ่มหันไปเรียกบริกรแล้วสั่งบัตเตอร์เบียร์ ระหว่างนั้นวิลเลี่ยมมองมาที่เขา กับไซลาร์สลับไปมา  

"พี่กับคุณอีไลไปรู้จักกันตอนไหน"วิลเลี่ยมเปิดประเด็นสนทนา

"ก็ซักเดือนที่แล้วมั้ง"ไซลาร์ตอบ พลางมองมาที่เขา อีไลทำหน้าไร้อารมณ์ประมาณว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่คนเดียวมากกว่ามากับใคร ปกติเขาจะต้องโวยวายหนักจนร้านพังแล้ว  แต่นี่กลับนิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาคงเปลี่ยนไปจริง ๆ อย่างที่อวี้หลิงพูดก็ได้  

"นายจะมายุ่งอะไรกับแฟนฉัน ถามจริงเปลี่ยนเรื่องป่ะ"คำพูดของไซลาร์ทำให้อีไลถึงกับอึ้ง หน้าร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น ไม่คิดว่าชายหนุ่ม
กล้าพูดคำนี้ออกมา  

"พูดอะไรน่ะ"เขาส่งเสียงปรามไซลาร์ ชายหนุ่มทำเป็นไม่ได้ยินที่เขาพูด

"ก็อยากรู้อ่ะ ... ทำให้หวงขนาดนั้นเชียว ทีผมแล้วไม่เคยเห็นหวงกันขนาดนั้นเลย  หึงสักนิดยังไม่มี"คำพูดส่อแววตัดพ้อระคนน้อยใจ ตกลงสองคนนี้เคยคบกันใช่ไหมเนี่ย ถึงได้พูดออกมาซะ  เขาได้แต่กำหมัดอยู่ใต้โต๊ะ  ...ใจเย็นไว้อีไล

"อิจฉาอะดิ"สิ้นเสียง แก้มของอีไลก็ถูกชายหนุ่มขโมยจูบ เขาสะดุ้งด้วยความตกใจ  ก่อนจะส่งสายตาเขียวปั๊ดไปให้ชายหนุ่ม ไซลาร์เริ่มเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกที  ทำอะไรประเจิดประเจ้อไม่เกรงใจสายตาคนในร้านบ้างเลย

"อายคนอื่นบ้างเถอะ"อีไลถองศอกเข้าไปที่ลำตัวชายหนุ่ม  ไม่จุกให้มันรู้ไป  ไซลาร์ส่งเสียงร้องโอดโอย  คนในร้านต่างหันมองมาทางพวกเขาด้วยความสงสัย  

"สมน้ำหน้า"วิลเลี่ยมส่งเสียงชอบใจ

"แกล้งกันได้นะ"ไซลาร์ส่งสายตาเว้าวอน พูดเสียงอ่อย แต่เขาไม่เห็นใจหรอกนะ

"ผมไม่ได้แกล้ง เอาจริง!"อีไลพูดลอดไรฟัน แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะ  อีไลดูหน้าจอโทรศัพท์ เห็นเป็นเบอร์แปลก

"ผมขอตัวก่อน"เขาตวัดเสียงห้วนใส่  ก่อนจะเดินออกมานอกร้าน  หาที่เงียบ ๆ คุย

.อีไล  คีธอยู่กับนายหรือเปล่าน่ะ.เสียงแหว ๆ ของแพทซี่ดังมาตามสาย  

"ครั้งสุดท้ายฉันก็อยู่กับเขาที่ร้านวันนั้นล่ะ  เธออยู่กับเขามากกว่าฉันไม่ใช่เหรอ"เขากรอกเสียงเนือย

.คีธปิดเครื่องใส่ฉัน ติดต่อไม่ได้ทุกทาง แล้วถ้าฉันรู้ว่าเขาอยู่ไหน ฉันจะโทรถามนายทำบ้าอะไรยะ.ปลายสายส่งเสียงแว๊ดใส่

"ฉันไม่ได้ตัวติดกับคีธ ฉันจะไปรู้ได้ยังไง"เขาเริ่มขึ้นเสียงใส่บ้าง

.นายเป็นเพื่อนเขา  ทำไมนายจะไม่รู้ คีธน่ะเวลามีอะไรจะต้องบอกพวกนาย   ฉันว่านายกำลังปิดบังฉันอยู่.

"ก็บอกว่าไม่รู้จะเอายังไง ห๊ะ! ฉันไม่มีเวลามายืนเถียงกับเธอนะแพทซี่"อีไลกระแทกเสียงใส่ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มที

.ขึ้นเสียงกับฉันเหรอยะ  นายจำไม่ได้ใช่ไหมว่านายเคยรับปากกับฉันว่ายังไง.แพทซี่ยกเรื่องนั้นขึ้นมาขู่

"ตามใจเธอเถอะ  อยากจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ"แล้วเขาก็ตัดสายทิ้ง  อยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งตามไปด้วย  เขาไม่สนใจแล้วล่ะว่าแพทซี่จะก่อเรื่องอะไรให้ครอบครัวเขา  เพราะสัญญาสัมปทานน้ำมันดิบระหว่างสองตระกูลลงระบุว่าถ้าฝ่ายไหนเกิดเบี้ยว ฝ่ายนั้นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว  ซึ่งพ่อของแพทซี่คงไม่บ้าจี้ตามลูกสาวยกเลิกสัญญานั่นเองหรอกนะ  เงินมหาศาลคงสูญไปกับตาและเป็นครอบครัวของเขาล่ะที่จะได้ประโยชน์

โทรศัพท์ในมือดังขึ้นอีกครั้ง  เป็นเบอร์แปลกอีกเบอร์

"อะไรอีกวะ"อีไลเกาหัว  สบถเบา ๆ ก่อนจะกดรับโทรศัพท์

.ฉันเองนะ  อีไล.คราวนี้เป็นเสียงของคีธ

"อืม.. มีอะไร"ถามออกไปทั้งที่รู้อยู่  ว่ายังไงก็คงไม่พ้นเรื่องแพทซี่

.ยัยบ้านั่นโทรไปหานายหรือยัง.

"โทรแล้ว เมื่อกี้"

.ถ้ายัยนั่นโทรมาอีก  ฉันวานนายช่วยบอกด้วยนะว่าฉันจะไม่กลับรัสเซียหรืออังกฤษจนกว่าจะถึงปีหน้า.

"แล้วตอนนี้นายอยู่ไหน"

.แทนซาเนีย  และฉันเชื่อว่านายจะไม่บอกความจริงกับยัยบ้านั่น.

"แล้วทำไมนายไม่ไปคุยกันเองเลยเล่า"

.นายไม่รู้จักยัยนั่นซะแล้ว แพทซี่ตามสืบได้หมดล่ะว่าฉันอยู่ที่ไหน แค่ยกหูโทรศัพท์ก็รู้แล้ว.

"แล้วแม็คกับโทซองล่ะ"

.ยัยนั่นไม่เชื่อแม็คกับโทซองหรอก ฉันถึงได้มาขอร้องนายนี่ไง.

"แค่เรื่องงี่เง่า จะต้องทำอะไรให้มันวุ่นวายด้วย น่ารำคาญเว้ย"

.แล้วทำไมต้องตะคอกใส่ด้วยวะ.

"เรื่องของนายก็จัดการเอาเองสิ"

.ขอร้องแค่นี้มันจะตายหรือไง อีไล.

"เออ"

.ไอ้เพื่อนบัดซบ.

"..."เขาไม่ตอบ กดตัดสายทิ้งดื้อ ๆ  อารมณ์ยิ่งไม่ค่อยดีอยู่แล้ว มาเจอเรื่องบ้านี่อีก อีไลหย่อนโทรศัพท์ลงในกระเป๋าเสื้อโค้ท  แล้วไหล่ของเขาก็แระแทกกับร่างหนึ่งที่เดินมาชนเขา

"ขอโทษครับ"ชายคนนั้นเอ่ยขอโทษ  ส่งยิ้มมาให้  อีไลมองจ้องมองใบหน้าผู้ชายคนนั้น คับคล้ายคับคลาว่าเคยเห็นทีไหน  แต่นึกไม่ออกผู้ชายคนนั้นเดินจากไปแล้ว  เขาจึงหันหลังเดินกลับไปที่ร้าน  เห็นไซลาร์กับวิลเลี่ยมนั่งคุยกันอย่างออกรส มีบัตเตอร์เบียร์วางอยู่บนโต๊ะคนละแก้ว  รวมถึงแก้วในส่วนของเขา อีไลกลับมานั่งปั้นหน้าตึงใส่เหมือนเดิม  ความจริงเขาอยากจะกลับปราสาทตั้งแต่เดินออกจากร้านเมื้อกี้แล้วด้วยซ้ำไม่รู้สิเขาไม่ชอบให้ไซลาร์ทำตัวสนิทสนมกับใคร บอกตรง ๆ ว่าหึง!  อีไลนั่งละเลียดบัตเตอร์เบียร์ในแก้วช้า ๆ หูก็ฟังไซลาร์กับวิลเลี่ยมสนทนาไป  หงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้  เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง  หนนี้เขาไม่ได้ลุกไปไหน  กดรับ ยกโทรศัพท์แนบหู

.บอกมาเดี๋ยวนี้นะ  ว่าคีธอยู่ไหน.เสียงแพทซี่ดังแหว

"แทนซาเนีย แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีก  ไปเคลียร์กันเองซะ ขี้เกียจยุ่ง!"อีไลบอกที่อยู่ของคีธเพื่อตัดปัญหา ก่อนที่เขาจะวางโทรศัพท์  ..ขอโทษว่ะคีธแต่ฉันรำคาญคู่หมั้นของนายเต็มทน  ไปเคลียร์กันเอาเองแล้วกัน..

".............."

"ไม่มีอะไร คุณไปสนใจคุณวิลเลี่ยมต่อเถอะ"เขาตอบเสียงห้วน  รู้ตัวเองว่าเริ่มจะพูดไม่รู้เรื่อง แถมทำตัวงอแงเหมือนเด็ก ๆ

".............."


โพสต์ 2013-12-21 01:53:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ในระหว่างที่อิไลขอตัวไปคุยโทรศัพท์ ไซลาร์ก็หันไปมองเป็นระยะ เขาสังเกตเห็นว่าอิไลเบื่อหน่ายกับการสนทนากับปลายสาย เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ ใบหน้าคมคายฉายแวววิตกกังวล วิลเลี่ยมเห็นท่าทางของรุ่นพี่ที่ร้อนรนไม่สุขก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว

"ขำอะไรวิล?" ไซลาร์หันมาพิศมองรุ่นน้องอย่างงุนงง แต่วิลเลี่ยมก็ยิ่งหัวเราะเข้าไปใหญ่ ไซลาร์เลิกคิ้วสงสัยแล้วทวนคำถามอีกครั้ง "มีอะไรน่าขำ"

"ก็ไม่เคยเห็นพี่สนใจใครมากขณะนี้มากก่อน" วิลเลี่ยมยิ้มบางๆ นั่งเท้าคางสบตากับคนตรงหน้า "พี่เปลี่ยนไป รู้สึกมั๊ย?"

"ไม่" ไซลาร์ตอบหวนๆตัดบท แก้มสีซีดแดงขึ้นจางๆ วิลเลี่ยมอมยิ้มการอาการเคอะเขินของพี่ชาย

"หึ... แล้วไปติดใจอะไรคนนี้เข้า อยากรู้จริงๆ" วิลเลี่ยมถาม

"ไม่รู้ ไม่มีเหตุผล" ไซลาร์ยักไหล่แล้วหยิบแก้วเบียร์มาดื่มช้าๆ ในหัวก็คิดถึงคำถามที่วิลเลี่ยมถามตน เขาก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้จริงๆ เหมือนเขาจะเผลอเผม่อลอยไปชั่วขณะ วิลเลี่ยมกระตุกที่แขนเสื้อเบาๆ ปลุกไซลาร์ตื่นจากภวังค์

"เขาคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว" วิลเลี่ยมกระซิบ ไซลาร์หันไปหาร่างโปร่งที่เดินหน้าตึงคิ้วขมวดมาเชียว เด็กหนุ่มนั่งลงที่เดิม ไม่พูดไม่จา ไซลาร์ก็นึกไม่ออกจะชวนคุยอะไร กลัวจะทำให้รำคาญเสียเปล่าๆ เขาจึงพูดคุยกับวิลเลี่ยม คุยได้สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อิไลรับสายทันที

"แทนซาเนีย แล้วก็ไม่ต้องโทรมาอีก  ไปเคลียร์กันเองซะ ขี้เกียจยุ่ง!" อิไลกระชากเสียง ไซลาร์สะดุ้งหันขวับ

"โอเคนะ" ไซลาร์กล่าวด้วยความเป็นห่วง

"ไม่มีอะไร คุณไปสนใจคุณวิลเลี่ยมต่อเถอะ" อิไลกล่าวหวนๆ เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งไซลาร์และวิลเลี่ยมก็ตีหน้างุนงงกับท่าทางของอิไล และอนุมานได้เหมือนๆ กันว่า เด็กน้อยกำลังหึงอยู่ และไม่พอใจที่ไซลาร์ดูสนิทสนมกับวิลเลี่ยมเป็นพิเศษ

ไซลาร์ส่งสายตาบุยใบ้ให้วิลเลี่ยม รุ่นน้องยิ้มพรายอย่างรู้งาน "อ่ะ โทรศัพท์เข้า ขอตัวนะครับ" วิลเลี่ยมเดินออกไป พร้อมชูนิ้วโป้งให้ไซลาร์ เขายักคิ้วตอบไป เมื่อวิลเลี่ยมออกไปไกล ไซลาร์ก็ขยับมานั่งใกล้ๆ เด็กน้อย

"คุณโกรธผมหรอ"ไซลาร์เอ่ยเสียงออดอ้อน

  ..........EliGrimmAlnaecious


"แล้วทำไมหน้าบึงคิ้วผูกเป็นปมเชียว" ไซลาร์กดนิ้วลงกลางหว่างคิ้วคลึงเบาๆ "หรือว่าหึง" เขากระซิบข้างใบหู

  ..........EliGrimmAlnaecious

"คุณไม่ชอบวิลเลี่ยมหรอ" ไซลาร์ซักเขากุมมืออีกฝ่ายไว้หลวมๆ แล้วเอนหัวซบลงกับบ่าของอิไล พร้อมถอดใจออกมายาวๆ "ตอบหน่อยสิ บอกตามตรงผมเดาใจคนไม่เก่งนักหรอกนะ" เขารู้ว่าอิไลหึง แต่อยากรู้ว่าเหตุผลใด หนหน้าจะได้ทำตัวถูก

  ..........EliGrimmAlnaecious

"วางใจวิลเลี่ยมได้ ขอสารภาพว่าเราเคยคบกัน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรนอกจากพี่น้อง" ไซลาร์ไต่นิ้วไปตามนิ้วมือของเด็กหนุ่ม แม้ตามจริงวิลเลี่ยมอยู่ในสเปกเขาทุกประการ แต่ก็คบกันไม่รอด ตอนนี้ก็เป็นแค่พี่น้อง ตอนนี้วิลเลี่ยมก็ขอโสดเรียนให้จบก่อน

  ..........EliGrimmAlnaecious


โพสต์ 2013-12-21 13:50:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
"อ่ะ โทรศัพท์เข้า ขอตัวนะครับ"วิลเลี่ยมปลีกตัวออกไปรับโทรศัพท์  ที่โต๊ะจึงเหลือแค่เขากับชายหนุ่ม  อีไลนั่งเงียบไม่พูดไม่จา  มือจับหูแก้วบัตเตอร์เบียร์มาตั้งนาน ไม่มีทีท่าว่าจะยกขึ้นดื่มสักที  สายตาของเขาทอดมองไปที่แผ่นหลังวิลเลี่ยมที่กำลังเดินออกไปไกล  จริงอยู่ว่าวิลเลี่ยมเป็นคนมีเสน่ห์คนหนึ่ง  อัธยาศัยก็ดี ไม่แปลก หรอกที่จะสามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับคนที่อยู่ใกล้   จะมีแต่เขานี่แหละที่งี่เง่าไปเอง พาลทำให้บรรยากาศดี ๆ เสียหมด

"คุณโกรธผมหรอ"เสียงชายหนุ่มดึงเขาออกจากความคิด

"ไม่ได้โกรธ"อีไลตอบ หน้าตึง คิ้วขมวดแทบจะพันกัน ...อาการออกขนาดนี้ใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว

"แล้วทำไมหน้าบึ้งคิ้วผูกเป็นปมเชียว"ชายหนุ่มถามต่อ  พลางกดนิ้วคลึงคิ้วที่กำลังพันกันของเขา ก่อนจะกระซิบลงข้างหู "หรือว่าหึง"

"ไม่รู้"ตอบกลับเสียงห้วน  ถ้าเห็นหน้าตัวเองในกระจกตอนนี้ คงบอกได้เลยว่ามันน่าตบกระโหลกสักที  ทำตัวน่าหมั่นไส้ที่สุด  งอแงเป็นผู้หญิงไปได้  แต่เขาห้ามอารมณ์ตัวเองไม่ได้จริง ๆ

"คุณไม่ชอบวิลเลี่ยมหรอ"มือของเขาถูกอีกฝ่ายดึงไปกุมไว้ ก่อนจะเอนหัวซบบ่าเขา ส่งเสียงถอดถอนหายใจ  "ตอบหน่อยสิ บอกตามตรงผมเดาใจคนไม่เก่งนักหรอกนะ"

"ไม่ใช่ผมไม่ชอบคุณวิลเลี่ยม"อีไลบอกตามความจริง  "แต่ไม่ชอบให้คุณไปสนิทสนมกับเขาอย่างนั้น"แล้วอีไลก็เงียบไปก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา "ถามอะไรได้ไหม  ....คุณกับเขาเคยคบกันมาก่อนหรือเปล่า"

"วางใจวิลเลี่ยมได้ ขอสารภาพว่าเราเคยคบกัน แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรนอกจากพี่น้อง"เป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริง ๆ นั่นแหละ  รู้สึกโกรธนะ อีไลสะกดอารมณ์ไร้เหตุผลของตัวเอง  รู้พอว่าอะไรคือปัจจุบัน อะไรคืออดีต

"ขอโทษ  ผมมันงี่เง่าไปเอง"อีไลถอนหายใจหนัก ๆ หันไปสบตาไซลาร์ "ผมจะไม่ทำอย่างนี้อีก"

"..................."Sylar Gray

"สั่งอะไรมากินเพิ่มเถอะ"แล้วอีไลก็กวักมือเรียกพนักงานในร้านสั่งของกินหลายอย่าง วิลเลี่ยมเดินกลับมาที่โต๊ะ  

"กินอะไรด้วยกันก่อนนะครับ คุณวิลเลี่ยม"อีไลหันไปบอกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  เป็นครั้งแรกที่เขาส่งยิ้มให้อีกฝ่าย

"ดีเลยครับ งั้นผมไม่เกรงใจนะ"วิลเลี่ยมตอบเสียงใส  พร้อมกับรอยยิ้ม

"..................."Sylar Gray

โพสต์ 2013-12-21 16:31:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย HIDE.Dawn เมื่อ 2013-12-21 22:52

"ขอโทษ  ผมมันงี่เง่าไปเอง"อิไลกล่าว ไซลารหันไปสบตา เขารู้สึกไม่สบายใจเลยที่เห็นอิไลเป็นแบบนี้"ผมจะไม่ทำอย่างนี้อีก"

"ไม่เป็นไรครับ คราวหลังไม่สบายใจอะไรก็บอก ตอนนี้ผมเป็นของคุณนะ" ไซลาร์กระซิบข้างหูแล้วหอมแก้มเบาๆ อย่างรักใคร่ อิไลแก้มขึ้นสีจางๆ เด็กหนุ่มหันหน้าหนี

"สั่งอะไรมากินเพิ่มเถอะ"อิไลเรียกพนักงานเข้า วิลเลี่ยมก็เดินกลับมาที่โต๊ะพอดี ไซลาร์ขยับออกห่างเล็กน้อยแอบยิ้มบางๆที่อิไลดูผ่อนคลายลง

"กินอะไรด้วยกันก่อนนะครับ คุณวิลเลี่ยม"ไซลาร์สังเกตเห็นว่าอิไลยิ้มให้วิลเลี่ยมครั้งแรก เขาตกใจเล็กน้อยเช่นเดียวกันวิลเลี่ยมที่อิไลดูญาติดีกับเขา วิลเลี่ยมเหลือบมองไซลาร์อยากต้องการคำตอบว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้ ไซลาร์ยักไหล่ยิ้มอย่างภูมิใจ

"ดีเลยครับ งั้นผมไม่เกรงใจนะ"วิลเลี่ยมตอบเสียงใส  

"เรื่องกินนี้นายเคยเกรงใจอะไรใครด้วยเรอะ"ไซลาร์ยิ้มเยาะใส่รุ่นน้อง "เห็นหุ่นอย่างนี้กินเด่งมากอย่างกับอดยากมาสิบปี ครั้งหนึ่งแอบกินขนมให้เวลาทำแล็ปทำขนมหล่นใส่หลอดทดลอง สารระเบิดเหม็นทั่วห้อง ซุ่มซามสุดๆ" ไซลาร์เล่าให้อิไลฟัง วิลเลี่ยมแก้มขึ้นสีตีหน้าตึง

"อะไร! มาเผาผมเฉยเลย หึ... ผมจะเล่าอะไรให้ฟังคุณอิไล เห็นแมนๆ เท่ๆ อย่างนี้ตอนนอนนะ ยังนอนติดตุ๊กตาสมัยแบเบาะอยู่เลย ตุ๊กตากระต่ายสีหม่นๆชื่ออะไรนา.." วิลเลี่ยมเกาแก้มครุ่นคิด ไซลาร์สะดุ้งโหยง จ้องวิลเลี่ยมเขม็ง เขาได้ยินเสียงหัวเราะจากคนข้างๆ เขาหันไปหาอิไล "อย่าขำกันสิ" ไซลาร์บ่นอิบอุบ

.........EliGrimmAlnaecious

"อ่อ ชื่อพุช ยังนอนกอดอยู่เปล่าพี่ชาย"วิลเลี่ยมลากเสียงยียวนใส่ ไซลาร์กอดอกหันหน้าหนี วิลเลี่ยมยิ้มเยาะแล้วหันมาคุยกับอิไล

"คุณอิไลไม่ต้องเรียกผมแบบเต็มยศนะ ผมไม่ชิน เรียกวิลเฉยๆ ก็ได้"วิลเลี่ยยื่นไมตรีให้

.........EliGrimm

ไซลาร์เห็นว่ากำลังคุยกัน เลยแอบหยิบยาขึ้นมากินตามเวลาที่หมอกำหนด เขาไม่อยากให้อิไลเห็นกลัวอีกฝ่ายจะกังวลใจ แต่ไม่ทันอิไลตาไวกว่าที่คิด มือที่กำลังป้อนยาเข้าปากชะงักกึก

..........EliGrimm

ไซลาร์ยิ้มแห้งๆแล้วโกหกไป "วิตามินนะ" แต่วิลเลี่ยมไม่เชื่อ เขารู้ว่าไซลาร์โกหก

"นั้นมายาแก้ปวดกับยาแก้อับเสบ"วิลเลี่ยมจ้องที่ยานั้นเขม็ง ระหว่างที่รุ่นพี่ของเขาไม่ได้ติดต่อมา ไปเจออะไรมา หรือโดนใครทำร้ายอีก

...........EliGrimm

"แผลโดนยิงแหละครับ มันใกล้หายแล้วละ"ไซลาร์หันมาตอบอิไล เขายิ้มบางๆให้

"ทำไมไม่ระวังตัวเลย ที่ผมนับได้นี้ครั้งที่  5 แล้วนะ พี่ยังไม่เลิกยุ่งกับพวกมันอีก" วิลเลี่ยมเอ่ยเสียงแข็ง

"ระวังแล้วไม่งั้นคงตายไปนานแล้ว"ไซลาร์ตอบห้วนๆอย่างหลุดหงิด เขาไม่ชอบพูดเรื่องนี้

...........EliGrimm

"อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ผมสัญญาแผลนี้จะเป็นแผลสุดท้าย "ไซลาร์ปลอบ เขากุมมืออิไลเบาๆ

............EliGrimm

"กินเหอะ...หิวแล้ว"ไซลาร์เปลี่ยนเรื่องแล้วหันมาสนใจอาหารตรงหน้า ระหว่างทานอาหารไซลาร์คุยเรื่อยเปื่อยกับวิลเลี่ยมละเผาวิลเลี่ยมให้อิไลฟัง โต๊ะอาหารเปี่ยมไปด้วยเสียงหัวเราะคึกคื้น แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังสั่นขึ้น ของวิลเลี่ยมนั้นเอง ไซลาร์เห็นวิลเลี่ยมหน้าถอดสีไปก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"มีอะไรวิล"

"อีรีค... เบอร์นี้ของอีรีค"วิลเลี่ยมตอบเสียงสั่น ไซลาร์สะดุ้งเย็บหลังวาบ ไม่ใช่ใครที่ไหนอีริค มอส คนนี้สั่งให้มือปืนมาฆ่าเขานั่นเอง วิลเลี่ยมก็รู้จักหมอนี้เพราะวิลเลี่ยมก็มีผลงานชิ้นใหญ่ที่เป็นเนื้อก้อนโตที่พวกสนั้นต้องการ วิลเลี่ยมกดรับโทรศัพท์อย่างสั่นกลัว

...ไงวิลเลี่ยม...

"อีรีค"วิลเลี่ยมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ไซลาร์เอื้อมไปกุมมือรุ่นน้องให้ใจเย็นๆ

...ฉันอยู่ที่บ้านเธอ บ้านสวยนะแม่ก็สวย พ่อก็หล่อ...

"ได้โปรด.. อย่ายุ่งกลับพวกเขา" วิลเลี่ยมหน้าซีดเผือก น้ำตาร่วงเผาะๆ ไซลาร์กัดฟันแน่นอย่างแค้นใจที่ช่วยอะไรไม่ได้

...ได้ แต่เธอต้องมาเซ็นสัญญากับฉัน ที่บ้านของเธอภายใน 2 ชั่วโมง... อีรีคตัดสายไป วิลเลี่ยมปล่อยโทรศัพท์ลงอย่างไร้เรี่ยวแรง เอามือเปิดหน้าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหนัก

"มันจับพ่อแม่ไป"วิลเลี่ยมเอ่ยติดๆ ขัดๆ "มันให้ผมเซ็นสัญญาากับมันภายในสองชั่วโมง"

"บัดซบ" ไซลาร์ลุกขึ้นไปยืนข้างๆที่นั่งของวิลเเลี่ยม "ไปเถอะ ยอมพวกมันเถอะ พวกมันไม่ได้แค่ขู่นายก็รู้ดีนิ"

"แต่ถ้าทำอย่างนั้น เราจะเป็นศัตรูกันนะ ผมทำไม่ได้" วิลเลี่ยมเงยหน้าขึ้นมองไซลาร์

"เด็กโง่ นายจ้องเลือกครอบครัวสิ ฉันนะเอาไว้ทีหลังไปเถอะ" ไซลาร์ก้มหัววิลเลี่ยมแล้วขยี้เบาๆอย่างเอ็นดู วิลเลี่ยมก้มหน้าเงียบไป แล้วเขาก็ลุกขึ้นโผล่กอดไซลาร์แน่น ไซลาร์กลัวอิไลจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากทำให้วอลเลี่ยมเสียใจก็เลยต้องยอมให้กอด

"ครับ... เข้าใจแล้วครับ" วิลเลี่ยมคลายกอดแล้วรีบเช็ดน้ำตาลวกๆ "ลาก่อนนะครับ ลานะครับคุณอืไล" วิบเลี่ยมหันไปยิ้มให้อิไล แล้วหันมาหาไซลาร์ด้วย เขานิ่งไปสักพัก แล้วก้มลงจูบปากไซลาร์เบาๆ เพราะวิลเลี่ยมสูงเกือบสองเมตรทำให้ไซลาร์ต้องเงยหน้าขึ้น เขารู้ว่าอิไลไม่พอใจมากแน่นอน แต่นี้อาจเป็นครั้งสุดมท้ายที่เขาจะได้เจอวิลเลี่ยม เพราะเมือวิลเลี่ยมไปอยู่กับอีรีค ตัวเขาเองก็อยู่กับแอนนาที่เป็นคู่แข่งทางการค้ากัน ทำให้อยู่คนละขั้วที่ไม่สามารถมาพบกันได้ง่ายๆ

วิลเลี่ยมวิ่งออกจากร้านไป ไซลาร์หันไปหาอิไล

"อย่าโกรธกันเลยนะครับ นี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอเขา" ไซลาร์เอ่ยอย่างอ่อนล้า เขาทรุดลงนั่งข้างอิไลเหมือนเดิม "รู้สึกเหมือนเสียคนในครอบครัวไปยังไงไม่รู้"ไซลาร์ซบลงที่ไหล่ของอิไล

..........

"ผมเกลียดความรู้สึกนี้ที่สุด ให้ตายเถอะ"ไซลาร์พึมพำเขาไม่สามารถห้ามน้ำตาไว้ได้ อีรีคไม่ปล่อยวิลเลี่ยมไปง่ายๆ แน่นอนเพราะอีรีคชื่นชมความสามารถของวิลเลี่ยมมากและยังขอบหน้าตาอีกด้วยทำให้ไซลาร์อดห่วงไม่ได้จริงๆ

...........

"อิไล ผมเองก็ต้องกลับไปทำงานแล้วนะ"ไซลาร์พูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน

............
โพสต์ 2013-12-21 17:57:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Gus'zy เมื่อ 2013-12-21 17:57

ณ ร้านหม้อใหญ่รั่ว

     ..... การที่หนีออกจากปราสาทไม่บอกใครเลยมันน่าตื่นต้นสุดๆสำหรับแม็คกี้ที่มานั่งกินข้าวให้เสียเกลเลียนเล่นๆ
บรรยากาศในร้านคนเยอะพอสมควร โต๊ะทุกตัวมีแต่คนนั่ง เต็มไปหมด แม้ว่าลูกค้าจะเข้ามาเรื่อยๆโต๊ะแม็คกี้ว่างมาก
พออีก3คน แต่ไม่มีใครกล้านั่งกับสาวน้อยแห่งสเปนเซอร์หรอกนะ เจ้าตัวนั่งจิ้มโน๊ต3อย่างสบายใจเฉิบไม่สนใจรอบๆ

" อาหารมาแล้วค่ะ " พนักงานเสิร์ฟ เดินมาวางจานอาหารบนโต๊ะ มีเยอะพอสมควร แต่เธอเป็นพวกกินจุ
แล้วก็กินแล้วไม่อ้วน ส่วนมากชอบกินอาหารไดเอตมากกว่า

" ขอบใจ " แม็คกี้เลิกคิ้วให้โดยจดจ่อกับโน๊ต3ไม่มองพนักงานสาว แม้แต่น้อย ก่อนจะเปิดกล้องถ่ายอาหารตรงหน้า
~ แชะ แชะ ~ เสียงแฟลชดังขึ้นพร้อมกับอัพโหลดรูปลงอินสตราแกมเรียบร้อย

" ปลาแมคคาเรล กับบัตเตอร์เบียร์อร่อยที่ สุดล่ะนะ " แม็คกี้พูดพร้อมตาเป็นประกายก่อนจะหยิบตะเกียบคีบเนื้อปลา
ขึ้นมา ใส่ปาก " อื้ม ~ " สิ้นเสียงเจ้าตัวก็ดื่มบัตเตอร์เบียร์ตาม

" แบบนี่สิ ! สวรรค์ของแท้ " เจ้าตัวทำหน้าฟินโดยม่รู้ตัวคนรอบข้างๆเริ่มมองด้วยแววตาแปลกๆ ทั้งๆที่ยังไม่รู้สึกตัว
ก่อนจะสวาปามปลาตรงหน้า พร้อมเล่นโทรศัพท์ไปด้วย

" .................. " ลูเซียโน่

" หืม.... " แม็คกี้เงยหน้าคนตัวสูงตรงหน้า ก่อนจะละลึกความได้ว่าเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียน น้องชายของเลดี้แอนนี่เอง..

" .................. " ลูเซียโน่

" เชิญ ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ " พูดจบก็คีบเนื้อปลาใส่ปากพร้อมเล่นโทรศัพท์ต่อ..

" ................. " ลูเซียโน่

" นี่นาย ! ฉันจะกินไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วทำไมยะ ?! "

" ................. " ลูเซียโน่

" ชิ ! " แม็คกี้เบ้ปาก ก่อนจะลุกไปที่บาร์
" ขอ บัตเตอร์เบียร์2แก้ว ใส่ขิงนะ " เธอบอกกับชายหนุ่มวัยกลางคนก่อนจะยืนรอ และกลับไปที่โต๊ะ

" เอาไป.. " แม็คกี้วางแก้วบัตเตอร์เบียร์ตรงหน้าลูเซียโน่

" ................ " ลูเซียโน่

" ใช่ใส่ขิง " แม็คกี้พยักหน้าพร้อมดื่มบัตเตอร์เบียร์เข้าไป

" ............... " ลูเซียโน่

" นี่ ! กินๆเข้าไปเถอะอร่อยจะตาย ขิงน่ะดีต่อสุขภาพนะ " ว่าจบก็เล่นโทรศัพท์ต่อ..

" ............... " ลูเซียโน่

" ในโลกมักเกิ้ลมีอะไรให้ค้นหาตั้งเยอะ " แม็คกี้เลิกคิ้วบอกคนตรงหน้า

" ............... " ลูเซียโน่

" ไปเร็วจังนะ เพิ่งจะมาไม่ใช่เหรอไง ?? " แม็คกี้บอกกับคนตรงหน้าที่ลุกขึ้นยืนเรียบร้อย

" ............... " ลูเซียโน่

" หืม..??? " แม็คกี้มองการ์ดตรงหน้าที่ลูเซียโน่ยื่นให้

" .............. " ลูเซียโน่

" อ่อ.. ถ้าว่างจะไป ขอบคุณสำหรับคำเชิญ " เด็กสาวบอกกับคนตรงหน้า ปรากฏว่าหายไปแล้วเรีนบร้อย

' เป็นผู้ชายที่แปลกดีนะคะ ' เสียงเพอร์ซีโฟเน่ดังขึ้นในหัว
' ใช่แปลกมากเลยล่ะสงสัยมาจากดาวอังคารมั้ง ' แม็คกี้ตอบกลับจิตวิญญาณในหัว

" คิดเงินค่ะ " แม็คกี้บอกกะับพนักงานที่เดินออกมาพอดีพร้อมวางเงินเกลเลี่ยนไว้และลุกขึ้นไปทันที




โพสต์ 2013-12-21 20:25:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด

          ..... ร้านหม้อใหญ่รั่ว

                   อีกหนึ่งวัน.. ที่เด็กหนุ่มปลีกตัวออกมาจากคฤหาส์นฮาเวิร์ดที่แสนจะยุ่งวุ่นวายกันตอนนี้ เนื่องด้วยงานเลี้ยงเล็กๆที่
          กำลังจะมีขึ้นในเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งนั่นทำให้หลายๆคนต้องวิ่งวุ่นในการจัดเตรียมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ถึงมันจะเป็น
          งานเลี้ยงเล็กๆที่เชิญแขกมาไม่ถึงยี่สิบคนก็เถอะ.. แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ ... ฮาเวิร์ดเคยจัดงานไร้รสนิยมให้เป็นที่ประจักษ์แก่
          สายตาชาวประชาที่ไหนกัน...? แล้วก็..ใช่.. อย่าพึ่งเข้าใจผิด.. การที่วันนี้เขาได้ออกมาข้างนอกก็ไม่ได้หมายความว่าเขา
          ทิ้งงานให้เฟอร์ดินานแล้วตัวเองออกมาเดินเล่นซะหน่อย!

                   ลูเซียโน่เดินตรงเข้ามาในร้านหม้อใหญ่รั่วอย่างเงียบๆ ดวงตาสีเทาจ้องมองไปยังเด็กสาวที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ
          ถ่ายรูปอาหารตรงหน้าด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่(เกือบ)สุดในมือ พลางนั่งเล่นโทรศัพท์ไปพร้อมกับทานอาหารจากจานด้าน
          หน้าของตัวเองไปด้วยพลางๆ โดยไม่สนใจผู้มาเยือนที่ยืนจ้องมาได้สักครู่เลยแม้แต่น้อย...

          " Buonosera... " เด็กหนุ่มเอ่ยทักทาย หลังจากยืนรออีกฝ่ายละสายตาจากโทรศัพท์ในมือมาได้สักพัก...
          " หืม.... " อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา
          " ถ้าผมขอนั่งด้วย.. คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม..? "


          " เชิญ ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ " อีกฝ่ายตอบกลับมาแบบไม่ยี่หร่ะก่อนจะนั่งคีบอาหารจากจานอย่างสบายใจ
          " ไม่คิดจะเลิกเล่นโทรศัพท์สักสิบนาทีตอนกินข้าวหน่อยรึไง.. " ลูเซียโน่พูดขึ้นอย่างเซ็งๆ
          " นี่นาย ! ฉันจะกินไปด้วยเล่นไปด้วยแล้วทำไมยะ ?! "
          " ... " เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นแบบกวนๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกออกไปยังบาร์




          " เอาไป.. " แม็คกี้วางแก้วบัตเตอร์เบียร์ตรงหน้าลูเซียโน่ ซึ่งเขาก็รับมันมาดื่มแบบโดยดี.. แต่เมื่อเขาดื่มมันเขาไป...
          " ขิง..?! " ลูเซียโน่แทบจะสำลักบัตเตอร์เบียร์ที่กินไปเมื่อครู่.. หลังจากที่สัมผัสได้ถึงรสชาติอะไรบางอย่าง... ที่เขา...
          ไม่ชอบมันเอาซะเลย...


         " ใช่ใส่ขิง " แม็คกี้พยักหน้า
         " คงไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าจะขอผ่าน... " เด็กหนุ่มเลื่อนแก้วบัตเตอร์เบียร์ตรงหน้าออกไป... บางทีการนั่งจิบชาร้อนๆ
         ในวันที่อากาศหนาวจัดมันดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่านี้เยอะ...


         " นี่ ! กินๆเข้าไปเถอะอร่อยจะตาย ขิงน่ะดีต่อสุขภาพนะ " เด็กสาวเหวใส่ก่อนจะกลับไปให้ความสนใจกับโทรศัพท์ในมือต่อ
         " ปกติสเปนเซอร์อย่างพวกเธอไม่ได้หมกตัวอยู่ในปราสาททั้งวันหรอไง... "เด็กหนุ่มเปิดหัวข้อสนทนา


         " ในโลกมักเกิ้ลมีอะไรให้ค้นหาตั้งเยอะ " แม็คกี้เลิกคิ้วบอกคนตรงหน้า... มันเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้.. เพราะสำหรับเขา
         เองโลกที่ไร้เวทย์มนตร์มันดูเป็นอะไรที่น่าสใจกว่าเยอะ แต่เหมือนคนข้างหน้าเขาตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเขาต้องใช้เวลานานเท่า
         ไหนกับการตามหาเธอในพื้นที่กว่าหนึ่งพันห้าร้อยกิโลเมตรของลอนดอน... สืบเนื่องจากที่เธอหายตัวไปจากปราสาทสเปนเซอร์


                    " ไปเร็วจังนะ เพิ่งจะมาไม่ใช่เหรอไง ?? " เด็กสาวพูดขึ้นหลังจากที่ลูเซียโน่ลุกขึนจากเก้าอี้ พลางความหาอะไร
          บางอย่างใต้เสือคลุมสีนิลของตัวเอง..


                   " ขอโทษด้วยแต่ผมมีธุระต่อ... " ลูเซียโน่พูดก่อนจะวางซองจดหมายสีขาวที่ถูกผนึกด้วยขี้ผึ้งสีแดงประทับตรา
          ประจำตระกูลฮาเวิร์ดเอาไว้


                   " หืม..??? " เด็กสาวมองซองสีขาวที่บรรจุการ์ดซึ่งวางบนโต๊ะอย่างงงๆ
                   " งานเลี้ยง ... วันที่ 31 " เด็กหนุ่มพูดอย่างเนือยๆ " หวังว่าเราจะได้เจอกันที่นั่น.... " ลูเซียโน่พูดก่อนจะเดินออกไปจากร้าน
                  




โพสต์ 2013-12-22 14:40:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
"เรื่องกินนี้นายเคยเกรงใจอะไรใครด้วยเรอะ"ไซลาร์หันไปแซววิลเลี่ยม "เห็นหุ่นอย่างนี้กินเก่งมากอย่างกับอดยากมาสิบปี ครั้งหนึ่งแอบกินขนมให้เวลาทำแล็ปทำขนมหล่นใส่หลอดทดลอง สารระเบิดเหม็นทั่วห้อง ซุ่มซ่ามสุดๆ"ชายหนุ่มเริ่มเผารุ่นน้อง  วิลเลี่ยมถึงกับหน้าตึงใส่  อีไลยิ้ม ก่อนจะหยิบขนมเข้าปาก  เหมือนได้ฟังโจ๊กเล็ก ๆ ระหว่างมื้ออาหาร

"อะไร! มาเผาผมเฉยเลย หึ... ผมจะเล่าอะไรให้ฟังคุณอิไล เห็นแมนๆ เท่ๆ อย่างนี้ตอนนอนนะ ยังนอนติดตุ๊กตาสมัยแบเบาะอยู่เลย ตุ๊กตากระต่ายสีหม่นๆชื่ออะไรนา.."เขาแทบสำลักขนม  เมื่อได้ยินที่วิลเลี่ยมพูด ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น ความลับของไซลาร์อย่างนั้นเหรอ

"อย่าขำกันสิ"ไซลาร์ทำหน้าแบบว่าอยากจะหายไปจากตรงนี้

"จริงเหรอคุณวิลเลี่ยม"อีไลหันไปถามวิลเลี่ยมด้วยความอยากรู้  อะไรกันตัวออกจะใหญ่โต ดันติดตุ๊กตาสมัยเด็กเนี่ยนะ  มันทำให้เขาคิดถึงน้องสาวตัวเล็กที่ฮ่องกงที่ติดตุ๊กตาเหมือนกัน แต่รายนั้นเพิ่งจะ 2 ขวบเอง ไม่ได้อายุเท่าคนแถวนี้  คงมีเรื่องให้ได้ล้อกันอีกยาว

"อ่อ ชื่อพุช ยังนอนกอดอยู่เปล่าพี่ชาย"วิลเลี่ยมส่งสายตายียวนไปที่ไซลาร์  ส่วนคนที่นั่งข้างเขาก็กอดอก สะบัดหน้าเป็นเชิงว่างอน

"คุณอิไลไม่ต้องเรียกผมแบบเต็มยศนะ ผมไม่ชิน เรียกวิลเฉยๆ ก็ได้"อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

"ครับ คุณวิล"อีไลละสายตาจากวิลเลี่ยม  แล้วเขาก็เห็นไซลาร์กำลังหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเทใส่มือ  เขาเพ่งมองดี ๆ จึงรู้ว่ามันเป็นตัวยาหลายขนาน

"นั่นยาอะไร"เขาถามโพล่งออกไป  ชายหนุ่มชะงักมือ เหมือนถูกจับได้ว่ากำลังทำผิด

"วิตามินนะ"ไซลาร์ตอบ เขากำลังจะเชื่อ  ถ้าวิลเลี่ยมไม่พูดดักคอขึ้นมาซะก่อน

"นั้นมายาแก้ปวดกับยาแก้อับเสบ"

"ยารักษาอะไร"เขาถามต่อ จะเกี่ยวกับบาดแผลเมื่อตอนถูกยิงหรือเปล่า  แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว  

"แผลโดนยิงแหละครับ มันใกล้หายแล้วละ"ชายหนุ่มตอบเสียงเบา ยิ้มให้เขา  แต่เขาไม่ยิ้มด้วย รู้สึกเป็นห่วงไม่ได้  

"ทำไมไม่ระวังตัวเลย ที่ผมนับได้นี้ครั้งที่  5 แล้วนะ พี่ยังไม่เลิกยุ่งกับพวกมันอีก"วิลเลี่ยมส่งเสียงดุดังมา  อีไลหันไปมองหน้าไซลาร์ทันที

"ระวังแล้วไม่งั้นคงตายไปนานแล้ว"ชายหนุ่มตอบแบบใส่อารมณ์

"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกเหรอ"อีไลขมวดคิ้ว  แล้วแบบนี้เขาจะวางใจได้ไง ว่าชายหนุ่มจะไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงอันตรายกับงานอีก

"อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ผมสัญญาแผลนี้จะเป็นแผลสุดท้าย"ไซลาร์พูดพร้อมกับกุมมือเขา

"สัญญาแล้วนะ"อีไลจ้องตาอีกฝ่าย  

"กินเหอะ...หิวแล้ว"ไซลาร์ตัดบท  อีไลกลับมาสนใจอาหารในจาน ระหว่างนั้นมือของเขาสัมผัสถูกอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อโค้ท  เขาล้วงขึ้นมาดูก่อนจะเลิกคิ้ว จากนั้นจึงเก็บมันไว้ที่เดิม  แล้วไปสนใจวงสนทนาต่อ  หลายครั้งที่อีไลยิ้มและหัวเราะกับเรื่องที่รุ่นพี่รุ่นน้องเล่าความลับของอีกฝ่ายให้ฟัง  รู้สึกอิจฉาไซลาร์และวิลเลี่ยมที่คบกันมาจนรู้ใจกัน เขาก็เคยมีเพื่อนแบบนี้ และก็จากเขาไปแล้ว อีไลยกมือเท้าคางคิดไปเรื่อยเปื่อย  จนกระทั่งเสียงของไซลาร์ดังขึ้น

"มีอะไรวิล"เสียงของชายหนุ่มดึงให้เขาหันไปมองวิลเลี่ยมที่นั่งหน้าซีด  ในมือถือโทรศัพท์ค้างไว้

"อีรีค... เบอร์นี้ของอีรีค"วิลเลี่ยมตอบเสียงสั่นเครือ  อีไลเห็นความหวาดกลัวฉาบอยู่เต็มใบหน้าของวิลเลี่ยม  คนที่ชื่ออีรีค เหมือนเขาเคยได้ยินตาเอ่ยถึงบ่อย ๆ  อาจเป็นพวกผู้มีอิทธิพลจากที่ไหนสักแห่ง ครอบครัวเขาชอบคบหากับคนประเภทนี้  ถ้ามีโอกาสเขาจะลองถามตาถึงผู้ชายที่ชื่ออีรีคสักครั้ง

"อีรีค"วิลเลี่ยมรับสาย  สีหน้าไม่สู้ดีเป็นอย่างมาก  

"ได้โปรด.. อย่ายุ่งกับพวกเขา"วินาทีนั้นอีไลเห็นน้ำตาหยาดล้นจากดวงตาของวิลเลี่ยม  เขาเริ่มใจไม่ดีตามไปด้วย มันเกิดอะไรขึ้น ?

"มันจับพ่อแม่ไป ...มันให้ผมเซ็นสัญญากับมันภายในสองชั่วโมง" วิลเลี่ยมเอ่ยละล่ำละลัก ยกมือปิดหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา  คงเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็มักจะหาวิธีสกปรก อย่างเช่นใช้คนในครอบครัว หรือคนรักเป็นตัวประกัน

"บัดซบ"ไซลาร์สบถ  ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกเดินเข้าไปหาวิลเลี่ยม"ไปเถอะ ยอมพวกมันเถอะ พวกมันไม่ได้แค่ขู่นายก็รู้ดีนิ"

"แต่ถ้าทำอย่างนั้น เราจะเป็นศัตรูกันนะ ผมทำไม่ได้"

"เด็กโง่ นายต้องเลือกครอบครัวสิ ฉันนะเอาไว้ทีหลังไปเถอะ"

อีไลนั่งฟังนิ่ง ๆ ไม่แสดงอาการใดออกมา  เขามองทั้งสองปลอบประโลมให้กัน  ก่อนที่วิลเลี่ยมจะโผเข้ากอดไซลาร์ อีไลเบือนหน้ามองไปทางอื่น    ด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก

"ครับ... เข้าใจแล้วครับ"วิลเลี่ยมยกแขนซับน้ำตา ก่อนจะหันมายิ้มเศร้า ๆ ให้เขาแล้วบอกลา  "ลาก่อนนะครับ ลานะครับคุณอืไล"วิลเลี่ยมทำสิ่งที่ทำให้เขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อเจ้าตัวประทับริมฝีลงบนปากไซลาร์ ก่อนจะวิ่งออกไปจากร้านด้วยความร้อนรน  อีไลนั่งเงียบ  มองอาหารในจานที่เพิ่งพร่องไปแค่ครึ่งเดียว  ไซลาร์ละสายตาจากวิลเลี่ยมหันมามองหน้าเขา

"อย่าโกรธกันเลยนะครับ นี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอเขา"ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งข้างเขา  เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า"รู้สึกเหมือนเสียคนในครอบครัวไปยังไงไม่รู้"อีกฝ่ายเอนศีรษะลงซบไหล่เขา

"เป็นผมก็คงทำใจยาก"เขาตอบ สีหน้าไม่แสดงอาการไม่ยินดียินร้าย  บอกไม่ถูกว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไง  ในหัวตีบตันไปหมด

"ผมเกลียดความรู้สึกนี้ที่สุด ให้ตายเถอะ"ร่างที่ซบไหล่เขาสั่นน้อย ๆ  เขาเพิ่งเห็นไซลาร์เสียน้ำตาเป็นครั้งแรก  คงอัดอั้นมากสินะ  มีหลายเรื่องที่เขาอยากถาม  อยากรู้  แต่มันคงไม่มีความหมายอะไรแล้ว เขาดึงชายหนุ่มกอดไว้หลวม  ๆ

"ระบายมันออกมาซะ  ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกดี ผมจะไม่ไปไหน  ผมจะอยู่กับคุณ"อีไลลูบผมชายหนุ่ม  อยากจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของอีกฝ่าย  จากนั้นทั้งเขาและชายหนุ่มก็เงียบไป  ไม่มีคำสนทนาใด ๆ ต่อจากนั้น   

"อิไล ผมเองก็ต้องกลับไปทำงานแล้วนะ"ไซลาร์พูดทำลายความเงียบ  ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนของเขา

"แล้วเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไร"ไม่มีคำตอบนอกจากรอยยิ้มจากอีกฝ่าย  อีไลฝืนยิ้มกลับไป ก็คงจะเหมือนเดิมนั่นแหละ  แล้วเขาอยากจะฟังคำตอบไปเพื่ออะไร  

"งั้นเราลากันตรงนี้เถอะ  ผมคงไม่ได้ออกไปส่งคุณนะ มันคงไม่ดีถ้าบอดี้การ์ดของผมเห็นคุณกับผมเดินออกไปด้วยกัน"อีไลให้เหตุผล  สบตาชายหนุ่มชั่วครู่ ก่อนที่ไซลาร์จะหันหลังเดินจากไป

อีไลมองแผ่นหลังของชายหนุ่มไปจนสุดตา  บอกตัวเองไม่ได้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน  หัวสมองของเขามีแต่ความว่างเปล่า เขานั่งจมอยู่กับความคิดอยู่นาน  เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงล้วงมือไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท  หยิบ  MP.3 ขนาดเล็กออกมา ไม่รู้ว่ามันมาอยู่ในกระเป๋าตั้งแต่เมื่อไร  บางทีอาจจะตอนที่เขาชนกับชายคนนั้นที่หน้าร้านก็ได้  ด้วยความอยากรู้เขาไม่รอช้าหยิบหูฟังใส่หู   ก่อนจะกดปุ่มให้เครื่องทำงาน

'สวัสดีเทียนเหมิน .. อ้อ  ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าคุณอีไลสินะ  หึหึ'

"เฉิน!"อีไลสบถ เสียงของคนที่ต่อให้กลายเป็นผุยผงก็จำได้  เขาเผลอกัดปากตัวเอง มือกำ MP.3 แน่น

'จริง ๆ แล้วฉันอยากเจอนายแทบขาดใจ  แต่บังเอิญช่วงนี้งานของฉันมันยุ่งซะจนไม่มีเวลา อืม ... ที่ฉันหายไป นายคงคิดว่าฉันลาโลกนี้ไปแล้วสินะ  อย่าเพิ่งวางใจ    คนอย่างฉันไม่ตายง่าย ๆ หรอก  ยังอยู่ตามจองล้างจองผลาญกับนายไปอีกนาน  สบายดีนะ ..'เสียงของเฉินขาดหายไปช่วงหนึ่ง เหมือนเขาได้ยินเสียงคีธดังแว่วเข้ามา มันคงไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดหรอกนะ

'ตอนนี้ฉันอยู่แทนซาเนีย  กับเพื่อนรักของนายแล้วก็แม่คู่หมั้น เปรี้ยวเข็ดฟัน ยั่วใจฉันดีจัง  นายนี่รู้จักเลือกคบเพื่อนนะ  แต่โง่ไปหน่อย คงคิดว่าฉันจำหน้ามันไม่ได้มั้ง ไอ้คนที่ตั๊นหน้าฉันที่เรพคลับน่ะ'เฉินรู้ตัวแล้ว ซึ่งไม่แปลกหรอก หมอนี่จัดได้ว่าเป็นพวกไม่ไว้ใจใครเป็นอันดับหนึ่ง  เขาห่วงแต่คีธเท่านั้น กลัวว่าเฉินจะเล่นตุกติกคิดไม่ซื่อ  

'แต่เอาเถอะ ตอนนี้ฉันสนใจธุรกิจมากกว่าจะแคร์เรื่องไร้สาระ ไอ้เพื่อนของนายมันคงบอกนายไปเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง  ถึงรู้แล้วจะทำอะไรได้ หึ! ฉันรู้ว่าคนอย่างนายคงไม่ทำอะไรวู่วามส่งเพื่อนรักตัวเองวิ่งเข้าใส่ปากกระบอกปืนหรอกนะ .... ว่าแต่ว่า อาหารที่ร้านหม้อใหญ่รั่วอร่อยไหมล่ะครับ'อีไลหันไปมองรอบตัว  ซึ่งก็ไม่พบความปกติอะไรนอกจากผู้คนที่เข้ามากินอาหารในร้าน เฉินอาจจะส่งให้ใครสะกดรอยตามเขา บางทีอาจจะเป็นผู้ชายที่เดินชนกับเขาที่หน้าร้านนั่นก็ได้

'แต่ที่ทำให้ฉันอดแปลกใจไม่ได้ ก็คือ ไม่คิดว่าคนอย่างนายจะเปลี่ยนรสนิยมหันมาคั่วผู้ชายด้วยกัน  เสพสุขกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะ คิดแล้วก็แอบเสียดายนิด ๆ ที่คืนนั้นฉันพลาดไป ช่างมันเถอะ  เพราะยังไงฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้นายได้เสวยสุขอยู่คนเดียวหรอกนะ  อะไรที่ทำให้นายมีความสุข  ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนพังมัน  เหมือนอย่างที่ฉันทำกับเพื่อนของนายไง'

เสียงตัดไป  อีไลกำหมัดแน่น  ความแค้นระหว่างเขากับเฉินมันยังไม่จบง่าย ๆ นอกจากว่าใครคนใดคนหนึ่งจะหมดลมหายใจไปจากโลกนี้ซะก่อน  เขาไม่มีวันให้อภัยคนที่ทำลายชีวิตเพื่อนรักเขาทั้งคนหรอก   และเฉินก็กำลังจะมาทำลายชีวิตเขาด้วย   แล้วคิดว่าคนอย่างเขาจะอยู่เฉยอย่างนั้นเหรอ

อีไลกดเบอร์โทรหาคีธทันที  ครั้งแรกติด แต่สายถูกตัดทิ้งไป  เขาพยายามโทรหาเกือบสิบครั้งได้  คีธจึงยอมรับสาย

"คีธ"

.โทรมาทำบ้าอะไรวะ.ปลายสายส่งเสียงหงุดหงิดกลับมา

"เฉินรู้เรื่องของนายกับฉันแล้ว"

คีธเงียบไป  ก่อนจะเอ่ยออกมา.เออ แล้วไง.

"ระวังตัวด้วย"

.ห่วงตัวเองเถอะว่ะ มันน่ะไม่ได้พิศวาทอะไรฉันหรอก.ส่งเสียงห้วน ๆ อย่างไม่พอใจ .ฉันจะไม่ลืมที่นายทำกับฉันแน่นอน ไอ้บัดซบ.

สายถูกตัดไป  อีไลวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ผินหน้าไปทางหน้าร้าน  ก่อนจะหยิบ MP.3 โยนลงพื้นแล้วกระแทกเท้าขยี้ตามลงไป

 เจ้าของ| โพสต์ 2014-1-11 15:58:52 | ดูโพสต์ทั้งหมด

.........'ไม่มีห้องพักราคาถูกที่ไหนจะเหมาะไปกว่าร้านหม้อใหญ่รั่วอีกแล้ว' ลีเฟย์คิด ห้องพักที่เธอจองนั้นสกปรกเอาการ ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้อง ฝุ่นละอองก็ปลิวเข้าตาเธอจนแสบเคืองไปหมด ลีเฟย์จึงรีบควักไม้กายสิทธิ์ ก่อนจะร่ายคาถาทำความสะอาดต่างๆ ที่เธอร่ำเรียนมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

........."สเกอจิฟาย!" หญิงสาวโบกไม้กายสิทธิ์ขึ้นเหนือหัวปิดท้าย ก่อนจะถอยออกมาดูผลงานด้วยความพอใจ เตียง ตู้ โต๊ะ และเครื่องเรือนอื่นๆ บัดนี้สะอาดหมดจด ไม่มีฝุ่นหรือคราบอะไรหลงเหลืออยู่ในห้องนี้อีกแล้ว เมื่อแน่ใจว่าห้องสะอาดพอแล้ว ลีเฟย์ก็รื้อสัมภาระออกมาจากกระเป๋าจัดวางไว้ให้เป็นระเบียบ

........."เสร็จสักที เฮ้อ..." ลีเฟย์ถอนหายใจ "เดี๋ยวยังต้องออกไปซื้อของใช้เพิ่มอีกสินะ...ไปที่ตลาดนั่นก็แล้วกัน เราไม่เคยไปสักครั้งหนึ่งเลย" ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินออกจากห้องพัก แต่ไม่ลืมที่จะล็อคห้องพักให้แน่นหนาก่อนไป



ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver|HOGWARTS THAI  

GMT+7, 2019-8-23 13:44 , Processed in 0.127497 second(s), 17 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20160601, Rev.48

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้