Magic World of HOGWARTS THAI

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: Zennita

{RPG} ร้านหม้อใหญ่รั่ว

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2013-11-10 22:55:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย EmeraldAlmaecious เมื่อ 2013-11-10 23:15


.....เมื่อวาน

หลังจากแวะเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อยมาได้สักพักใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดแจ็คเก็ตกางเกงยีนส์ก็หยุดยืนอยู่หน้าร้านหม้อใหญ่รั่ว  รอบกายเต็มไปด้วยบอร์ดี้การ์ดรอบด้าน ให้ความรู้สึกเหมือนกับบุคคลสำคัญของโลกกำลังออกมาเที่ยวยังไงไม่รู้  

"ฉันอยากอยู่คนเดียว พวกนายกลับไปซะเถอะ"อีไลบอกกับบอดี้การ์ดชุดดำ หน้าตาเคร่งขรึมที่พ่อของเขาส่งมาอารักขา  ในขณะที่เขาออกมาเปิดหูเปิดตาเดินเล่นในย่านของพวกพ่อมดแม่มด  

"ไม่ได้ครับมันเป็นคำสั่งของท่านดยุค พวกผมต้องอยู่รอจนกว่าคุณจะกลับถึงปราสาทเท่านั้น"บอดี้การ์ดที่ชื่อ อารากอน เป็นคนตอบคำถาม

"ถ้าพ่อสั่งให้ไปตายพวกนายก็คงต้องไปสินะ"

"ครับ"อารากอนตอบพร้อมกับรอยยิ้ม   อีไลถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า โดยปกติแล้วเขาไม่เคยต้องให้มีใครคอยติดตาม เพราะเขามักจะไปไหนมาไหนเพียงลำพังเสมอ  แล้วการถูกยืนล้อมหน้าล้อมหลัง ก็ยิ่งทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจ ของคนที่เดินผ่านไปมาอย่างช่วยไม่ได้ อีไลปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เพราะความร้อนอบอ้าวจากอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้  จนอยากจะหาอะไรดื่มดับกระหาย ร่างสูงเหลือบมองเห็นป้ายชื่อร้าน หม้อใหญ่รั่ว

"ขอเวลาให้ฉันได้อยู่คนเดียวเงียบ ๆ สักครึ่งชั่วโมงได้มั้ย"อีไลหันไปถามอารากอน  กำลังจะเอื้อมมือผลักประตู  แต่อารากอนเข้ามาขวางไว้  

"พ้นจากรั้วปราสาททุกที่คือที่อันตราย คุณไม่ควรอยู่ตามลำพังโดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า พวกเขาอาจเข้ามาทำร้ายได้ทุกเมื่อ และแน่นอนพวกเราไม่ไว้ใจ"

"ทำไมเขาถึงอยากจะทำร้ายฉัน"

"เพราะคุณเป็นอัลแมเชียส"

"เหตุผลฟังไม่เข้าท่า"

"ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญ ถ้าคุณเป็นอะไร นั่นคือความผิดของเรา"

"ฟังนะ  ฉันไม่ใช่อัลแมเชียส ฉันแค่คนมาอาศัยเท่านั้น และ ..ถ้าฉันเป็นอะไรคนที่เดือดร้อนคือครอบครัวที่ฮ่องกง ไม่ใช่พ่อ เขาไม่เคยแคร์อะไร และไม่สนใจว่าฉันจะอยู่ยังไง เขาจำใจทำเพราะหน้าที่ และก็คำว่าพ่อ"อารากอนสบตาอีไล หลังจากที่เขาได้ยินสิ่งที่ 'นายน้อย' เอ่ยออกมาจากปาก แววตาตาสีดำสนิทไหวระริกชั่วครู่ก่อนที่เขาจะเห็นเพียงความเฉยเมยจากอีไล

"เป็นอันว่าตกลง"ร่างสูงไม่รอให้อีกฝ่ายได้อ้าปากตอบ  อีไลก็ผลักประตูร้านเดินเข้าไป บอดี้การ์ด 2-3 คนทำท่าจะเดินตามเข้ามา  แต่ถูกอารากอนยกมือห้ามไว้  ก่อนที่ทั้งหมดจะยืนรออยู่ที่หน้าร้าน
.
.
.

อีไลเดินเข้ามาในร้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด  เขาไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่า ๆ และชาติกำเนิดที่ไม่น่าจดใจให้ใครฟังบ่อย ๆ  เพราะมันจะกลายเป็นการตอกย้ำความรู้สึกแย่ ๆ ให้กับตัวเองมากขึ้น ดวงตาคมกวาดมองไปรอบร้าน ไม่มีใครสนใจใคร และแน่นอนรวมถึงเขาด้วย จะมีบ้างที่หันมามอง เนื่องจากความแตกต่างทางกายภาพที่ค่อนไปทางเอเชียของเขา อีไลหยิบเมนูขึ้นมากวาดสายตาไล่มอง ก่อนจะยกมือเรียกบริกรสั่งเครื่องดื่มกับของกินเล่น 2-3 อย่าง ระหว่างรออาหารก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา

"สวัสดีอัลแมเเชียส"ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กระเดียดไปทางตะวันตก แต่มีผมสีดำสนิทเหมือนกับพ่อของเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร พร้อมกับส่งรอยยิ้มมาให้

"ทักคนผิดหรือเปล่าครับ"อีไลตอบเสียงเรียบ และออกแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ถึงรู้ว่าเขาเป็นใคร "ผมไม่เคยรู้จักคุณ"

"ใช่ เราไม่รู้จักกัน เราจึงต้องทำความรู้จักกันหน่อย"พูดจบผู้ชายคนนั้นก็ถือวิสาสะนั่งลงตรงข้ามกับเขา

"พวกไร้มารยาท"อีไลสบถเบา ๆ กับตัวเอง

"ผมชื่อไซลาร์ เกรย์"ชายหนุ่มยื่นมือมา"มิสเตอร์อัลแมเชียสละชื่ออะไร"

"ขอโทษนะครับ  ผมอยากอยู่คนเดียว"อีไลตัดไมตรีอย่างสิ้นเชิง  เขาไม่สนใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะมองเขายังไง  เวลาที่อารมณ์ไม่ดี  เขามักจะกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลไปซะทุกที ช่างเถอะ...ทนไม่ได้เดี๋ยวก็ถอยไปเอง

"..................."Sylar Gray

"ผมว่าคุณคงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องนะครับ คุณไซลาร์"จังหวะนั้นบริกรก็เข้ามาเสิร์ฟอาหารพร้อมเครื่องดื่ม  ทำให้การสนทนาหยุดลงชั่วขณะ

"..................."Sylar Gray

ถุงเงินขนาดย่อม ๆ ถูกวางขึ้นบนโต๊ะด้วยมือของอีไล  ไซลาร์มองหน้าเขาเหมือนจะมีคำถาม

"ได้เงินแล้วก็รีบ ๆ ไปให้พ้น ๆ ซะ"อีไลพูดเสียงแข็ง  ก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

"..................."Sylar Gray

"ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร แต่การแต่งตัวของนายมันเหมือนพวกขอเศษเงิน"อีไลตอบ  ก่อนจะกวาดสายตามองการแต่งกายของชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าปอน ๆ กับทรงผมยุ่ง ๆ ถ้าจะทำให้เขาสันนิษฐานแบบนั้นก็ไม่น่าแปลก  อีไลเหลือบสายตามองไปยังโต๊ะข้าง ๆ เห็นผู้ชาย 2 คน กับผู้หญิงอีก 1 คนกำลังมองมาทางเขาและไซลาร์  ด้วยสายตาที่กำลังวิตกอะไรสักอย่าง

"ที่ฮ่องกงน่ะฉันเจอมาบ่อย มาหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขอดี ๆ จนขู่กรรโชก อย่างนายนี่คงจะทำเป็นขบวนการสินะ  แต่ไม่ต้องกลัวหรอก  เงินในถุงนี่ก็คงประทังยาไส้นายกับเพื่อน ๆ ของนายได้อีกหลายเดือนเลยล่ะ"อีไลเห็นความไม่พอใจฉายออกมาจากแววตาของไซลาร์ ที่ถูกเขากล่าวหาแบบนั้น แต่ก่อนที่พายชิ้นแรกจะถูกเขาหยิบเข้าปาก  มือขาวซีดของอีไลก็ชะงักเมื่อได้ยินคำพูดออกจากปากไซลาร์

"..................."Sylar Gray

ร่างสูงเปลี่ยนใจวางมือจากพายตรงหน้าก่อนจะหันมากระชากคอเสื้อของไซลาร์แทน  เสียงหวีดร้องจากโต๊ะข้างเคียง  เป็นสัญญาณให้คนในร้านเริ่มจะนั่งไม่เป็นสุข โดยเฉพาะกับโต๊ะที่อยู่ข้าง ๆ เขา ผู้ชายที่หน้าตาเหมือนกันสองคนวิ่งเข้ามาช่วยไซลาร์ อีไลจึงปล่อยชายหนุ่มให้เป็นอิสระ

"ถ้ายังอยากเก็บปากไว้กินอยู่ล่ะก็  ช่วยระวังคำพูดของนายซะบ้าง!"อีไลพูดก่อนจะวางเงินจำนวนหนึ่งแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะ ในเวลานั้นบอดี้การ์ดของเขาก็วิ่งกรูเข้ามา  ดูวุ่นวายไปหมด  

"เกิดอะไรขึ้นกับคุณ"อารากอนเป็นฝ่ายถาม

"ไม่มีอะไรแล้ว กลับกันเถอะ"อีไลตอบปัด ๆ ก่อนจะเดินนำหน้าออกไปจากร้าน แต่ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษไปที่ไซลาร์
.
.
.

"ผมจะเรียนท่านดยุคให้จัดการพวกมัน"อารากอนพูดขึ้นระหว่างที่กำลังมุ่งหน้าออกจากตรอกไดแอกอน เพื่อไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ไม่ไกล

"ช่างมันเถอะ ฆ่าไปก็ตายเปล่า"อีไลถอดแจ็คเก็ตก่อนจะวางพาดไว้ที่ไหล่เพราะเริ่มรู้สึกร้อนจากอากาศ  หรือเพราะร้อนจากคำพูดของไซลาร์ก็ไม่รู้

"แต่พวกมันทำให้คุณไม่พอใจนะครับ"อาารกอนยังคงพูดต่อ

"เพราะอย่างนี้ใช่มั้ย อัลแมเชียสจึงมีศัตรูรอบด้าน"คำถามของอีไลทำให้อารากอนถึงกับสะอึก

"อย่ายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉัน"อีไลพูดทิ้งท้ายแล้วขึ้นไปนั่งบนรถม้า  อารากอนคำนับผู้เป็นนายก่อนจะเดินถอยไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ด้านหลังอีกคัน



โพสต์ 2013-11-11 17:25:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
"ผมชื่อไซลาร์ เกรย์"ชายหนุ่มยื่นมือมา"มิสเตอร์อัลแมเชียสละชื่ออะไร"

"ขอโทษนะครับ  ผมอยากอยู่คนเดียว" เด็กหนุ่มไม่ถาม เขาดูหงุดหงิด แต่ไซลาร์เริ่มนึกสนุก

"ผมก็อยากนั่งเป็นเพื่อน"ไซลาร์พูดหน้าตาเฉย ไซลาร์ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าด้านหน้าทนและความตื้อที่สุดในสามโลก เพราะฉะนั้นเกมจึงเดินต่อไปแม้ผู้เล่นอีกฝ่ายไม่แยแส

"ผมว่าคุณคงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องนะครับ คุณไซลาร์"นายอัลแมเซียสพ่นพิษออกมาอีกประโยค แค่นี้ก็ยังไม่ระคายหนังหน้าไซลาร์ ในอีกทางเขากลับรู้สึกคันปากที่จะกวนประสาทเด็กหนุ่มมากขึ้น

"โอ๊ะ! ภาษาคนผมพูดได้ถึง 15 ภาษาคุณไม่ต้องกังวลว่าผมจะฟังไม่ออก"ไซลาร์เสแสร้งสะดุ้งเล็กน้อย แล้วเอ่ยเรียบๆตอบไป ความจริง 15 ภาษาที่บอกไปไม่ใช่ความจริง เพราะยังไม่นึกรวมภาษาท้องถิ่นของประเทศอื่นๆ ที่เขารู้จัก พูดแล้วไม่อยากจะโม้...(แม่งโม้แล้ว)

ไซลาร์มองเด็กหนุ่มอีกสักพักถุงเงินขนาดหย่อมๆ ก็ถูกยืนให้ไซลาร์ เขามองถุงเงินนั้นอย่างงุนงง

"ได้เงินแล้วก็รีบ ๆ ไปให้พ้น ๆ ซะ"เด็กชายพูดเสียงแข็ง

"ให้เพื่อ?"เขาถามทั้งๆ ที่ในหัวรู้คำตอบ มิสเตอร์อัลแมเซียสคงเห็นเขาเป็นพวกจนๆ ขอทาน เพราะการแต่งตัวของเขาก็ไม่ได้ดูเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ได้แย่สักหน่อย ทำให้ไซลาร์รู้ว่าเด็กนี้ใช้เงินเป็นว่าเล่น หัวสูงลูกไฮไซไฮซ้อสุดๆ

"ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใคร แต่การแต่งตัวของนายมันเหมือนพวกขอเศษเงิน"เป็นดังไซลาร์คาดการไม่ผิดเพี้ยน แล้วเด็กหนุ่มก็พูดต่อ

"ที่ฮ่องกงน่ะฉันเจอมาบ่อย มาหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขอดี ๆ จนขู่กรรโชก อย่างนายนี่คงจะทำเป็นขบวนการสินะ  แต่ไม่ต้องกลัวหรอก  เงินในถุงนี่ก็คงประทังยาไส้นายกับเพื่อน ๆ ของนายได้อีกหลายเดือนเลยล่ะ" ไซลาร์รู้สึกว่าตัวเองกำลังโกรธ? โกรธอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยรู้สึกโกรธอะไรง่ายดายขนาดนี้ เพราะปกติไซลาร์เป็นคนใจเย็นสุดๆ ประมาณว่าภูเขาไฟระเบิดจะไม่รู้สึกอะไร

ทำให้ไซลาร์อนุมานตัวเองว่า ตอนนี้เขากำลังโกรธเพราะโดนด่าว่าเป็นขอทาน นึกๆดูแล้วเด็กคนนี้เป็นคนแรกที่ด่าเขาว่าขอทาน ในโลกมักเกิ้ลผู้คนแทบจะนึกถือเขาเป็นพระเจ้าด้วยความฉลาดเป็นกรด และผู้หญิงก็มานอนแทบเท้าเขา แค่เขาชายมอง ไอ้เด็กนี้มีตาหามีแววไม่ ที่ดูไม่ออกว่าไซลาร์เป็นคนระดับไหน

"พ่อไม่รักรึไงถึงพูดจากดูถูกคนอื่นหน้าตาเฉยอย่างนี้ หรือแม่เป็นเมียน้อยถูกละเลย ขวางโลกเป็นบ้า ผมอุตสาห์ชวนคุยอย่างเป็นมิตร"ไซลาร์กล่าวเสียงเรียบ อย่างเยือกเย็น เพื่อนทั้งสามที่เฝ้ามองอยู่เริ่มจับได้ถึงควาไม่พอใจของไซลาร์ พวกเขาไม่สบายใจเลย

แล้วมือน้อยๆ นั้นก็พุ่งมากระชากคอเสื้อของไซลาร์ แต่เขาไม่สะทกสะท้านอะไร แถมยังส่งสายตาท้าทายกลับ

"ถ้ายังอยากเก็บปากไว้กินอยู่ล่ะก็  ช่วยระวังคำพูดของนายซะบ้าง!"ไซลาร์ยิ้มแสยะ ....โธ่ โธ่ ขู่ไม่น่ากลัวเลยเด็กเอย ..... แล้วเพื่อนๆของไซลาร์ก็รีบมาห้ามศึกของไซลาร์กับเด็กอัลแมเซียส แล้วชายร่างสูงหลายคนก็โผล่เข้ามาในร้านทันที

...มีผู้พิทักษ์ด้วยแหะ คุณหนู๊ คุณหนู....

"เกิดอะไรขึ้นกับคุณ"นายร่างใหญ่ถาม

"ไม่มีอะไรแล้ว กลับกันเถอะ"เด็กหนุ่มตอบหวนๆ แล้วเดินออกจากร้าน ไซลาร์โบกมือพร้อมยิ้มยี้ยวนให้ส่งท้าย

“นายเป็นบ้าอะไรของนาย เกือบตายแล้วมั๊ยละ”เอียนลากไซลาร์กับมาที่โต๊ะเดิม ผู้คนในร้านก็หันกับไปสนใจกับกิจกรรมของตนเหมือนเดิม

“ดีนะที่เขาไม่เอาเรื่อง บอกแล้วว่าอัลแมเซียสอันตราย”อีวานเสริม

“บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าไซล์”มีร่าถามอย่างเป็นห่วง ไซลาร์ส่ายหัวตอบมีร่า แล้วยิ้มละไมบางๆ

“พวกนายก็พูดเกินไป เด็กนั้นไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย ก็แค่เด็กที่เก่งแต่ปาก ส่วนตระกูลอัลแมเซียสอะไรนั้นฉันไม่ยักจะสนใจอะไร” ไซลาร์ยักไหล่

“โอ๊ย! นายนี้มัน..” อีวานร้องขึ้นพลางกุมขมับแน่นกับความบ้าบิ่นของเพื่อนชาย “บ้าสุด ไอคิวกับอีคิวนายมาแปรผกผันกันอย่างมากรู้ตัวมั๊ย”

“มันเกี่ยวอะไรไอคิวอีคิวฉันยังดีอยู่ มันไม่มีอะไรจริงๆ พวกนายคิดมาก”ไซลาร์หัวเราะในหัวคอเบาๆ แล้วทั้งสามก็พูดคุยกันอยู่พักใหญ่ แล้วก็ต่างแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน
.

...................................
สั้นมาก หุหุ
โพสต์ 2013-11-26 11:27:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย EmeraldAlmaecious เมื่อ 2013-11-26 11:40


{ เมื่อวาน เวลา 22.54 น. }

ร่างที่นั่งซุกหน้าลงกับเข่าอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นก่อนจะมองไปยังร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง  เมื่อคืนก่อนอีไลแทบไม่ได้นอน ไซลาร์มีอาการไข้อันเป็นผลมาจากบาดแผล  เขากลายเป็นผู้ดูแลจำเป็น  ที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร  แม้แต่เช็ดตัวเขายังต้องให้พนักงานในร้านหม้อใหญ่รั่วช่วยสอน แม้จะเรียกได้ว่าอยู่ในที่ ๆ ปลอดภัยในระดับหนึ่ง  แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจใคร อาหารที่ผ่านเข้ามาในห้องนี้จะต้องได้รับการเช็คอย่างดีว่าไม่มียาพิษผสม เสื้อผ้าของใช้ภายในห้อง มิสซิสเกรย์เป็นผู้จัดการหามาให้ทุกอย่าง เขาโทรไปโกหกพ่อว่าจะไปค้างบ้านแม็คและไม่ลืมที่จะโทรไปบอกแม็คเพื่อให้จะช่วยโกหกเขาอีกแรง แม็คก็ถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าเขาอยู่ที่ไหน ไปทำอะไร  หาว่าเขาทำตัวมีพิรุธ  แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องบอกความจริง เขาบอกแต่เพียงสั้น ๆ ว่าทะเลาะกับพ่อ  แม็คจึงไม่ถามอะไรต่ออีก  แต่เขาเชื่อว่าแม็คไม่เชื่อคำโกหกของเขาแน่นอน  มันเป็นพวกชอบจับผิดชาวบ้านรองจากคีธ  

อีไลยันตัวขึ้นยืน  ความเหนื่อยล้าฉาบอยู่เต็มใบหน้า  เขาหันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง  อีก 2 ชั่วโมงจะเข้าสู่วันใหม่ เขาเดินไปที่ระเบียงห้อง  มองท้องฟ้าในยามมืดมิด  แสงจากดวงจันทร์สาดเข้ามายังระเบียงเป็นสีเหลืองนวล  อีไลกดโทรศัพท์เพื่อหาใครบางคนก่อนที่เขาจะวางมันแนบหู

"ฉันมีเรื่องวานให้นายช่วย"

"แน่นอนว่านายจะต้องสนุกกับมัน"เขาพูดกับปลายสายต่ออีก 2-3 นาทีจึงเก็บโทรศัพท์เข้าที่ หันหลังกอดอกพิงกรอบประตู  ดวงตาคมตวัดมองไปยังร่างที่นอนอยู่บนเตียงอีกครั้ง
.
.
.
.

{ วันนี้ เวลา 08.00 น. }

เสียงเคาะประตูรัว ๆ ปลุกร่างที่กำลังนั่งสัปหงกให้ต้องลืมตา  อีไลลุกขึ้นอย่างงัวเงีย  หนแรกเขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่มีคนมารบกวนการพักผ่อน  เขาเปิดประตูสุดแรงกำลังจะอ้าปากด่าอยู่แล้ว แล้วก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นผู้มาเยือนเต็มตา  เขาพยายามจะผลักประตูกลับ  แต่แรงจากด้านนอกกำลังมากกว่า อีไลต้านไว้ไม่ไหวเลยปล่อยเลยตามเลย

"มาทำไม"เขาถามสั้น ๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้อง  สายตาเหลือบไปมองร่างที่ยังนอนนิ่ง  เขาภาวนาว่าอย่าให้ไซลาร์ตื่นขึ้นมาตอนนี้ไม่งั้นเรื่องจะยาว

"คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง อืม ...ทะเลาะกับพ่อแล้วมาอยู่กับ ..."แม็คชำเลืองไปที่ไซลาร์ "พ่อทูนหัว"แล้วเจ้าตัวก็ระเบิดหัวเราะออกมา  

"หัวเราะทำบ้าอะไรเดี๋ยวเขาก็ตื่นหรอก"อีไลตวาด ก่อนจะเสียงอ่อนลง "มันจำเป็นต่างหาก"

"ไปถูกตอเบ้อเริ่มสอยเข้าล่ะสิ"คีธที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น ละสายตาจากร่างของไซลาร์  ก่อนจะโยนถุงกระดาษสีน้ำตาลส่งให้เขา  

"ถ้านายไม่โทรหาคีธ แล้วคีธไม่บอกฉัน  ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ อืม .. เหลือแต่โทซอง ไอ้บ้านั่นไม่เคยรู้เรื่องอะไรกับเขา"แม็คว่ายาว  อีไลนึกถึงเพื่อนรักอีกคนที่ไม่ได้มาด้วย

"โทซองไปไหน ?"

"ไปดูตัวว่าที่ภรรยาในอนาคตที่แม่มันพยายามยัดเยียดสุดชีวิต"คีธตอบ

"แล้วก็กำลังพยายามหนีหัวซุกหัวซุนแบบคนแถวนี้"แม็คยักคิ้วให้คีธ  

"ยัยบ้านั่นไปเวนิสคงไม่ตามมาหรอก"คีธยังเข้าใจว่าแพทซี่ไปเวนิส  อีไลยิ้มที่มุมปาก  คีธคงไม่รู้ตัวเลยสินะว่าแพทซี่คู่หมั้นของเขามาที่อังกฤษแล้ว  งานนี้คงจะสนุกแน่ ๆ

"ว่าแต่นาย จะเอายังไงต่อ"แล้วคีธก็กลับมาถามเขา  อีไลเปิดถุงกระดาษสีน้ำตาลออก  เผยให้เห็นรูปภาพข้างในนับสิบ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ฆ่าเลยเหรอ"อีไลเงยหน้าจากรูปภาพ ถามคีธ

"วิถีของมาเฟีย คือการกำจัดผู้ที่มีอุดมการณ์ต่างกัน  แต่ไอ้พวกนี้เป็นข้อยกเว้น  พ่อฉันอาจจะต้องเหนื่อยสักหน่อยที่ฉันส่งคนไปจัดการโดยไม่ปรึกษา มันเป็นพวกพันธมิตรลับ ๆ ของพ่อน่ะ ชอบเล่นตุกติก แต่มีพวกมีฝีมือหาตัวจับยากหลายคน  ฉันอาจจะต้องไปล้างกรงสิงโตพ่อฉันเป็นการไถ่โทษ 2 อาทิตย์ แต่เพื่อนายแล้วยอมว่ะ"คีธพูดอย่างสบาย ๆ เมื่อคืนหลังจากวางสายจากเขา  คีธก็ส่งคนไปจัดการกวาดล้างรังของคนที่เข้ามาทำร้ายไซลาร์  เป็นคนจากรัสเซียที่ได้รับคำสั่งมาอีกที  ส่วนนายใหญ่จริง  ๆ ยังไม่ปรากฎชื่อแน่ชัด  นั่นเท่ากับว่าชีวิตของไซลาร์ยังไม่ปลอดภัย

"เดือดร้อนนายจริง ๆ  'โทษที"อีไลรู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนต้องมาเดือดร้อนเพราะเขาเป็นต้นเหตุ  

"คิดมากน่ะ  มันเป็นเรื่องปกติสำหรับบ้านฉันไปแล้ว"คีธส่ายหัว  พูดอย่างไม่ยี่หระ

"9 มม. CZ 75 D Compact ดัดแปลงให้เก็บเสียง เป้าหมายกว่าจะรู้ตัวก็คงอยู่ในนรกไปแล้ว  เก็บเอาไว้ซะเผื่อนายต้องใช้มัน"แม็คพูดขึ้นก่อนจะหยิบปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวโยนให้เขา  อีไลรับปืนพลิกดูไปมาด้วยความสนใจ  สีกระบอกปืนล้อกับดวงไฟในห้องวาววับ

"ใช้เป็นรึเปล่า"แม็คถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

"เป็น ... น้าชายเคยสอนให้ใช้สมัยอยู่ที่ฮ่องกง"พอพูดถึงน้าชาย สีหน้าของเขาก็สลดวูบ

"ฉันไม่กวนเวลาอันแสนสุขของนายล่ะ"แม็คเดินมาตบไหล่อีไล  พร้อมกับสายตามีเลศนัย

"คนนี้กะจริงจังล่ะสิ"คำพูดของแม็คทำให้เขาออกอาการใบ้รับประทาน  คีธหัวเราะหึหึ

"จะบ้ารึไงวะ!!"อีไลตวาด หน้าร้อนขึ้นมาซะเฉย ๆ  

"ก็แค่อยากจะแวะมาดูให้เห็นกับตา อืม... คีธเรากลับกันดีกว่า"แม็คหันไปพูดกับคีธ "ปล่อยให้คู่รักเขาได้อยู่ด้วยกันเถอะ"แล้วแม็คก็ระเบิดหัวเราะขึ้นมาอีกรอบ  อีไลอยากจะร่ายเวทย์หายตัวไปซะตอนนั้น  แต่เขาก็พยายามปรับสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ความจริงมันไม่เป็นอย่างที่เขาต้องการให้เป็นเลยสิ  หน้าของเขาตอนนี้ร้อนไปถึงใบหู  ทำไมต้องไปสนใจคำพูดพล่อย ๆ ของแม็คด้วยวะ

"มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น  ถ้าจะมากวนโมโหกันอย่างนี้"อีไลออกปากไล่  

"ไว้ใจได้ว่าเรื่องนี้จะไม่แพร่งพรายถึงหูใคร เพราะฉันอยากได้ยินจากปากนายมากกว่า มันได้อารมณ์ดีว่ะ  ฮ่ะ ๆ"คราวนี้เป็นคีธที่หันมาพูดกับเขา แม็คส่ายหัวทั้งที่ยังยิ้ม  สองคนนี้ดูเข้ากันดีเหลือเกิน

คล้อยหลังคีธ กับแม็ค อีไลก็กระชากประตูปิดเสียงดัง  เขาถอนหายใจหนัก ๆ เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่  และมันจะไม่ดีแน่ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของ ..หยางเฉิน..  ตาของเขา  อีไลตวัดสายตามองไปที่ไซลาร์  เขาเดินไปหาร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะอังมือลงบนหน้าผาก  ตัวร้อน ๆ ไข้คงยังไม่ลด  เขาหายไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมกับกะละมังที่บรรจุน้ำค่อนหนึ่งกับผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัว อีไลนั่งทำใจอยู่นานก่อนที่เขาจะเริ่มเช็ดตัวให้กับชายหนุ่มอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เขาเน้นเช็ดตัวแบบที่เรียกว่าลวก ๆ เข้าขั้น  พอให้ความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มทุเลาลงก็เป็นอันใช้ได้ ตบท้ายด้วยแผ่นเจลลดไข้ที่แม่นมชอบแปะให้เขาตอนเด็ก ๆ เวลาที่ไม่สบาย  เป็นอันจบขั้นตอบการดูแลผู้ป่วยเบื้องต้น  ที่ไม่ค่อยจะน่าภูมิใจสักเท่าไร อีไลมองผลงานของตนเองด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย  ก่อนที่เขาจะก้มพิศใบหน้าของชายหนุ่มอย่างชัด ๆ ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบคนตะวันตก  เคราบาง ๆ ขับให้ไซลาร์ดูหล่อเข้ม  อีไลขมวดคิ้ว  ก่อนที่เขาจะหยิบปากกาเคมีแล้วเขียนอะไรสักอย่างลงบนแผ่นเจลที่แปะอยู่บนหน้าผากไซลาร์


... ไอ้โรคจิต ...



เขายิ้ม เก็บปากกาเข้าที่  แล้วก็ลุกออกไปนั่งที่เก้าอี้  มองดูผลงานอยู่ไกล ๆ แล้วความง่วงก็เข้ามารบกวน  เขาอดนอนมาหนึ่งคืนเต็ม ๆ เมื่อเช้าก็ถูกแม็คกับคีธเข้ามาก่อกวนอีก  อีไลนั่งสัปหงก รู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรง  ในชีวิตเขาไม่เคยต้องอยู่อย่างลำบาก  ไม่เคยสักครั้งที่ต้องมาอดทนนอนบนเก้าอี้  หนังตาหนักอึ้งพยายามดึงเขาให้เข้าสู่ห้วงนิทรา  เมื่อความอดทนหมดลงอีไลจึงลุกขึ้นอย่างงัวเงีย  ก่อนจะล้มตัวนอนลงบนเตียงที่ยังมีอีกร่างนอนไม่ได้สติ  เตียงออกจะใหญ่แค่เขาคนเดียวมันไม่ถึงกับอึดอัดอะไร  แล้วเขาก็หลับไปอย่างรวดเร็ว  จากที่รักษาระยะห่างจากชายหนุ่มพอสมควร  อีไลก็เริ่มขยับเข้าไปใกล้ไซลาร์มากขึ้นเพื่อหาไออุ่น  
.
.
.
.
.

{ เวลาปัจจุบัน }


"..................."Sylar Gray

เสียงคุ้นหูปลุกให้เขาตื่น  อีไลค่อย ๆ  ลืมตาขึ้น เมื่อสายตาปรับเข้ากับภาพที่เห็นตรงหน้า  เขาก็ผุดลุกออกจากเตียงในทันที

"ตื่นแล้วเหรอ"อีไลยิงคำถามไปที่ไซลาร์  ด้วยคำถามที่ไม่น่าจะถาม   

"..................."Sylar Gray

"คุณหลับไป 2 วันเต็ม ๆ ตอนนี้คุณอยู่ที่ที่ปลอดภัย"อีไลตอบ  เขาผลุนผลันเดินออกไปจากห้อง แต่ไซลาร์ร้องทักก่อนที่อีไลจะเอื้อมมือไปที่ลูกบิดประตู

"..................."Sylar Gray

"นอนมาตั้ง 2 วัน คงจะหิวบ้างล่ะ จะลงไปเอาอาหารข้างล่าง"อีไลตอบแค่นั้น  ก่อนที่เขาจะลงไปยังชั้นล่างของร้าน เวลาผ่านไป  เขาจึงกลับเข้ามาพร้อมกับอาหารในมือ  เขาเทน้ำยาบางอย่างลงในอาหาร

"..................."Sylar Gray

"กำลังเช็คว่านอกจากอาหารแล้วมันจะผสมอะไรลงไปอีก"อีไลเงยหน้าขึ้น  น้ำยาสีแดงเข้มค่อย ๆ จางหายไปกับอาหาร นั่นแสดงว่าอาหารมื้อนี้ปลอดภัย  

"กินซะจะได้มีแรง"อีไลวางถาดอาหารก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้  ปล่อยให้ชายหนุ่มตักอาหารเอง ไซลาร์ยันตัวขึ้นมาอย่างลำบาก  จนทำให้คนอย่างเขารู้สึกหงุดหงิด

"วุ่นวายจริง"เขาสบถเบา ๆ แล้วลุกเข้าไปหาชายหนุ่ม  ก่อนจะช่วยพยุงไซลาร์เปลี่ยนจากนอนเป็นนั่งพิงกับหัวเตียง อีไลยัดช้อนใส่มือไซลาร์

"หวังว่าไม่ต้องให้ช่วยนะ"

"..................."Sylar Gray

"คุณถูกยิงไม่ได้เป็นง่อย"เขาส่งเสียงห้วน ๆ กลับ  ถอนหายใจหนัก ๆ สุดท้ายแล้วอีไลก็กลับมานั่งที่ขอบเตียง หยิบถ้วยโจ๊กป้อนให้ไซลาร์

"..................."Sylar Gray

"ใครจะไปรู้เล่าว่าต้องเป่าก่อน"อีไลเป่าโจ๊กในช้อนก่อนจะป้อนใส่ปากชายหนุ่ม  เมื่อกี้เขาป้อนโจ๊กร้อน ๆ ให้ไซลาร์กินเข้าไปคำโตโดยที่ไม่ได้เป่า  ป่านนี้คงจะลวกกระเพาะไปแล้วมั้ง  ให้ตายจริง ๆ เขาไม่เคยต้องมาดูแลใครอย่างนี้มาก่อน  มันทำให้เขาดูตลกในความคิดของตัวเอง

"อิ่มยัง"เขาถามเมื่อโจ๊กคำสุดท้ายจ่อไปที่ปากไซลาร์

"..................."Sylar Gray

อีไลหยิบแก้วน้ำส่งให้ไซลาร์ดื่ม  พร้อมกับยาอีกหลายขนานตามที่มิสซิสเกรย์กำชับไว้

"..................."Sylar Gray

"แม่ของคุณเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง  เขาขอร้องให้ผมอยู่ดูแลคุณ"อีไลพูดขึ้น  เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาล เขาเดินกลับมาที่เตียง  ยื่นมันให้กับไซลาร์

"รู้สึกคุ้นหน้าคนไหนบ้าง"อีไลมองรูปในมือไซลาร์ ภาพถ่ายที่มีแต่เฉพาะศีรษะของมนุษย์  ที่คนของคีธจัดการฆ่าและตัดหัวก่อนจะถ่ายรูปส่งมาให้เป็นหลักฐาน

"..................."Sylar Gray

"เมื่อคืนคีธส่งคนไปถล่มพวกมัน  แต่ยังไม่ได้ตัวคนบงการจริง ๆ หรอก  พวกมันไม่ยอมบอกอะไร"อีไลหันไปมองชายหนุ่ม

"..................."Sylar Gray

"เรายังวางใจอะไรไม่ได้"อีไลหลุดปากคำว่า 'เรา' นั่นก็เท่ากับว่าเขาเป็นห่วงสวัสดิภาพของชายหนุ่มไม่น้อยเลยทีเดียว

"..................."Sylar Gray

ไซลาร์ขอกระจกเพื่อจะสำรวจบาดแผล  อีไลเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะหยิบกระจกแล้วส่งให้ชายหนุ่ม  

"..................."Sylar Gray

"ก็คุณมันโรคจิตจริง  ๆ นี่นะ"อีไลกระตุกยิ้ม เมื่อไซลาร์เห็นประโยคที่เขาเขียนอยู่บนแผ่นเจล  

"..................."Sylar Gray


โพสต์ 2013-11-26 18:55:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไซลาร์เริ่มรู้สึกตัวเขาหลับตาขึ้นช้าๆ แสงแดดอ่อนส่องกระทบปลายเท้า เขารู้สึกอุ่นๆมือสัมผัสถึงความนุ่มของฟูกเตียง หูยังได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยนั้นเป็นเครื่องหมายบอกว่าเขายังไม่ตาย เมื่อสายตาปรับรับแสงได้เหมาะสมแล้วเขาก็กวาดตามองไปรอบๆห้อง เขาอยู่ในห้องพักเก่าๆ โทรมๆ ไม่ใช่โรงพยาบาลแล้วก็หันไปมองถุงน้ำเกลือกับถุงเลือดด้านซ้าย แล้วด้านมาทางขวาช้าๆ
เขาสะดุ้งตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอิไลนอนอยู่ข้างๆ เขากระพริบตาถี่ๆ ให้มั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดไปชายหนุ่มกวาดตามองตั้งหัวจรดเท้า เพื่อยืนยันกับตัวเองว่าไม่ไช่ภาพหลอนเมื่อเป็นความจริง รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียวไซลาร์อยากได้กล้องถ่ายรูปเก็บภาพนี้ไว้จริงๆ เด็กหนุ่มนอนขดเหมือนลูกแมวน่าเอ็นดูที่สุด แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้จะขยับตัว จึงทำได้แค่เรียกชื่ออีกฝ่าย
“คุณอิไลครับ”เมื่อเด็กหนุ่มตื่นขึ้นก็รีบลุกออกจากเตียง เรือนผมสีดำยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงไซลาร์อยากเอามือไปขยีเล่นเสียให้หายคันมือ

          "ตื่นแล้วเหรอ"   

          "ผมนอนไปกี่วันหรอครับ" เขาถาม แขนขาชาไปหมดและรู้สึกว่าหิวมากทำให้เขารู้ว่านอนสลบไปหลายชั่วโมงแน่ๆ  

          "คุณหลับไป 2 วันเต็มๆ ตอนนี้คุณอยู่ที่ที่ปลอดภัย"เด็กหนุ่มตอบ แล้วเดินไปที่ประตูไซลาร์จึงทักถามขึ้น

          "ไปละครับ”ตอนนี้เขายังเจ็บแผลจึงขยับตัวไม่ได้เลย หันหน้าได้อย่างเดียว แขนขาก็ล้าไปหมดเพราะไม่ได้ขยับมาตั้งสองวัน

          "นอนมาตั้ง 2 วันคงจะหิวบ้างล่ะ จะลงไปเอาอาหารข้างล่าง" อีกฝ่ายหันมาตอบ ไซลาร์ยิ้มบางๆอย่างลิงโลดใจ อิไลเป็นอย่างนี้ยิ่งน่ารัก เห็นอย่างนี้ไซลาร์นึกอยากป่วยนานๆจะได้มีคนมาดูแลทุกวัน อยู่พักหนึ่ง อิไลก็มาพร้อมโจ๊กชามใหญ่
ไซลาร์เห็นอิไลหยอดน้ำอะไรสักอย่างใส่ชามสีของมันไม่น่าไว้วางใจ เขาเพ่งไปที่ขวดยาแล้วถามขึ้น "คุณใส่อะไร?"

          "กำลังเช็คว่านอกจากอาหารแล้วมันจะผสมอะไรลงไปอีก"ไซลาร์คลายกังวลเมื่อได้ยินดังนั้น คงเป็นยาที่วิเวียให้มาแต่ที่ทำให้เขาอยู่ที่นี้ก็คงเป็นเพราะวิเวียเพราะเธอรู้ดีว่าที่โรงพยาบาลมักเกิ้ลไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอนที่นี้คงเป็นโรงหม้อใหญ่รั่ว ดูจากสภาพห้องพัก

          "กินซะจะได้มีแรง" อิไลวางถาดอาหารให้เขาอุตสาห์แอบหวังว่าจะมีคนป้อนข้าวให้ แต่ดูจะผิดหวังซะงั้นไซลาร์พยายามลุกขึ้นพิงหัวเตียงอย่างลำบาก อันที่จริงมันไม่ได้ลำบากหรอกแต่เสแกล้งว่าเจ็บเรียกร้องความสนใจ แล้วมันก็สำเร็จ

          "วุ่นวายจริง"อีกฝ่ายบ่นขึ้น ไซลาร์แอบยิ้มในใจอย่างเปรมปรีแล้วอิไลก็ช่วยพยุงตัวเขานั่งพิง แล้วย้อนช้อนให้ "หวังว่าไม่ต้องให้ช่วยนะ"

          "ป้อนหน่อยสิครับ”ไซลาร์เอ่ย  

          "คุณถูกยิงไม่ได้เป็นง่อย"อิไลเอ่ยหวนๆไซลาร์จึงส่งสายตาอ้อนวอน อีกฝ่ายก็ถอนหายใจหนักๆ และยอมป้อนโจ๊กให้

          "ร้อน!เป่าก่อนสิครับ" ไซลาร์จะคายก็ไม่ได้เขาจึงต้องกลืนลงทันที

          "ใครจะไปรู้เล่าว่าต้องเป่าก่อน"อิไลกล่าว ไซลาร์ถอดหายใจยาวๆ อีกฝ่ายคงไม่เคยดูแลใครเลยจริงๆ ป้อนโจ๊กยังไม่เป็นมีที่ไหนยัดใส่ปากทั้งที่ร้อนเดือดปุดๆ เขารู้สึกเหมือนกระเพาะจะละลาย มันร้อนมากๆแล้วเด็กหนุ่มก็ป้อนโจ๊กพร้อมเป่าให้ทีละคำจนเหมือน

          "อิ่มยัง"ไซลาร์พยักหน้าเบาๆ

          "ขอน้ำครับ” เขาเอ่ย แล้วแก้วพร้อมปริ่มแก้วน้ำกับชุดยาสองสามเม็ดเม็ดใหญ่เท่าหัวแม่มือได้

          "ยานี้"ไซลาร์จ้องมองเม็ดยาอย่างสงสัย

          "แม่ของคุณเป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง  เขาขอร้องให้ผมอยู่ดูแลคุณ"อิไลอธิบายคราวๆแล้วเดินไปหยิบถุงกระดาษจากโต๊ะมาให้เขาไซลาร์รับมาแล้วหยิบวัตถุที่อยู่ข้างในออกมา มันเป็นรูปภาพ

          "รู้สึกคุ้นหน้าคนไหนบ้าง"อีกฝ่ายถามไซลาร์ไล่ดูทีละใบ ทุกภาพจะมีแค่ศีรษะและใบหน้าที่บิดเบี้ยวหรือตื่นกลัวไซลาร์สังเกตรอยตัดที่คอ มันเรียบเพราะฟันขาดโดยการลงมือเพียงครั้งเดียว...มืออาชีพ...

          "นี้ฝีมือใคร"ไซลาร์ถาม เขาขมวดคิ้วแน่น

          "เมื่อคืนคีธส่งคนไปถล่มพวกมัน  แต่ยังไม่ได้ตัวคนบงการจริง ๆ หรอก  พวกมันไม่ยอมบอกอะไร"เด็กหนุ่มตอบแล้วหันมามองเขาไซลาร์จึงรู้ทันทีว่าอิไลต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนี้ เขาจึงคลายคิ้วออก

          "งั้นเราก็ปลอดภัย"ก็พูดออกไปงั้นๆ เขารู้ดีว่าไม่จบ เรื่องมันไม่จบและยังจะบานปลายมากกว่านี้

          "เรายังวางใจอะไรไม่ได้"อิไลแย้งไซลาร์แอบดีใจที่อีกฝ่ายใช้คำว่าเรากับเขา ฟังดูห่วงใยกับขึ้นมานิดหนึ่ง

          "ผมขอกระจกได้มั๊ยครับ"เขาเอ่ยเพราะไม่สะดวกที่จะก้มมองแผล   

          "เอ๋?" เมื่อรับกระจกมาเขาก็เลิกคิ้วขึ้น มองไปที่เจลลดไข้ ที่เขียนไว้ว่า ...ไอ้คนโรคจิต

          "ก็คุณมันโรคจิตจริง  ๆ นี่นะ"เด็กหนุ่มเอ่ยเขาเห็นรอยยิ้มบางๆที่สดใส ไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยัน

          "คุณยิ้มสวยนะน่าจะยิ้มบ่อยๆ”ไซลาร์พูดขึ้น แล้วก็พูดต่ออีกว่า “เรื่องที่คุณทำให้ผม ผมขอบคุณมาก”

..........EliGrimm Alnaecious

          “แต่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะยืนมือเข้ามา”ไซลาร์สบมองนัยน์ตาสีรัตติกาล “เรื่องนี้มันอันตรายคุณไม่รู้ว่ากำลังจะต่อกรกับใคร”

..........EliGrimm Alnaecious

“คุณฟังผมก่อน” ไซลาร์กุมมืออีกฝ่ายไว้ “พวกนี้ไม่ใช่มาเฟียไม่มีพวกพ่อค้า พวกมันมีอำนาจมาก การที่คุณเข้ามายุ่งกับพวกเขาเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ” ไซลาร์รู้ดีว่าเป็นฝีมือของใคร เขารู้จักมันดีกว่าใครๆเพราะมันก็ลงมือฆ่าพ่อของเขามาแล้วโดยใช้วิเวียเป็นเครื่องมือตอนนี้เขายังแค้นวิเวียไม่หายที่หลงให้ไอ้นรกนั้นใช้หล่อนเป็นเครื่องมือได้ง่ายๆ

..........EliGrimm Alnaecious

“ผมรู้ว่าคุณก็มีอำนาจคุณไม่กลัว แต่พวกมันมีอำนาจมากในโลกของผม ครั้งนี้มันยังไม่สนใจคุณแต่ถ้าคุณเข้ามายุ่งรอบที่สอง ทั้งชีวิตนี้คุณจะไม่มีพบความสงบอีกเลย”ไซลาร์อธิบายด้วยความกังวลใจ

..........EliGrimm Alnaecious

“ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์”ไซลาร์ตอบคำถาม“ตอนนี้งานวิจัยของพวกไปต้องตาพวกมัน แต่ผมจะขายมันให้คู่อริของมันมันจึงจะฆ่าผมเพื่อแย่งสินค้านี้”

..........EliGrimm Alnaecious

“อย่าให้ผมพูดเรื่องนี้ไปมากกว่านี้เลยครับ” ไซลาร์ขอร้องถ้าพูดอะไรมากกว่านี้อิไลต้องไม่ยอมวางมือจากเรื่องนี้แน่ๆเขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นของอีกฝ่าย

..........EliGrimm Alnaecious

“นี้คุณเป็นห่วงผมขนาดนั้นเชียว” ไซลาร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยกระซิบเบาๆ “ชักชอบผมแล้วละสิ”

..........EliGrimm Alnaecious

โพสต์ 2013-11-27 08:50:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด

{ เมื่อวาน (ต่อ) }

"คุณยิ้มสวยนะน่าจะยิ้มบ่อยๆ"คำพูดของไซลาร์ทำให้ใบหน้าที่กำลังเปื้อนยิ้มตึงขึ้นมาทันที  อีไลเสมองไปที่พื้น  'สวย ?'  มันฟังดูแปลก ๆ สำหรับคำชมที่ผู้ชายจะใช้คุยกัน

"เรื่องที่คุณทำให้ผม ผมขอบคุณมาก"ชายหนุ่มพูดต่อ  เรียกภวังค์อีไลให้กลับคืน

"มันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไร"เขาตอบเสียงเบา ตายังมองที่พื้น เขาไม่กล้าสบสายตาคู่คมนั่นเลยจริง ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกลัวอะไร  ก่อนที่เขาจะหันไปมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง  ...หัวใจสั่นไหวแปลก ๆ

"แต่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะยื่นมือเข้ามา"ชายหนุ่มสบตากับเขา  ท่าทางจริงจัง  "เรื่องนี้มันอันตรายคุณไม่รู้ว่ากำลังจะต่อกรกับใคร"ไซลาร์พูดเหมือนกับว่าแป็นแค่เด็กประถม  ดูแลตัวเองไม่ได้อย่างนั้น  เขาเกิดจากครอบครัวของนักรบ  เป็นมาเฟีย  ผ่านเรื่องชกต่อยมาก็มาก  เกือบตายตั้งหลายครั้งหลายหน  เขายังผ่านมันมาได้

"ประสบการณ์สอนผมไม่ให้หนีปัญหา ผมไม่เคยสนใจว่าพวกมันจะเป็นใคร"อีไลตอบอย่างมั่นใจ  คนอย่างเขาเคยกลัวอะไรซะที่ไหน

"คุณฟังผมก่อน"มือของเขาถูกอีกฝ่ายกุมไว้เบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ "พวกนี้ไม่ใช่มาเฟียไม่มีพวกพ่อค้า พวกมันมีอำนาจมาก การที่คุณเข้ามายุ่งกับพวกเขาเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ"ไซลาร์พยายามทำให้เขาเลิกล้มความคิดที่จะกำจัดผู้ประสงค์ร้าย

"ถ้าเราไม่หันหน้าเข้าไปสู้กับมัน  สักวันเราเองนั่นเองแหละที่จะถูกมันล่า"อีไลเถียงกลับ เขาสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วพูดต่อ

"มันมีอำนาจ  ผมก็มีอำนาจ  ทั้งคุณทั้งผมมีพลังเหนือกว่าพวกมัน ทำไมจะต้องกลัว"เขาเชื่อมั่นในพลังวิเศษที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด  พลังที่คนธรรมดาไม่มี  และมันสามารถแปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้

"ผมรู้ว่าคุณก็มีอำนาจคุณไม่กลัว แต่พวกมันมีอำนาจมากในโลกของผม ครั้งนี้มันยังไม่สนใจคุณแต่ถ้าคุณเข้ามายุ่งรอบที่สอง ทั้งชีวิตนี้คุณจะไม่มีพบความสงบอีกเลย"ไซลาร์ยังคงห้ามเขา  มันทำให้อีไลรู้สึกหงุดหงิด...จะห้ามอะไรนักหนา ความเงียบเข้ามาคืบคลาน  เมื่อทั้งเขาและชายหนุ่มหยุดการสนทนาเอาซะดื้อ ๆ  

"ตกลงคุณทำงานอะไรกันแน่  มันถึงจ้องเอาชีวิตคุณ"อีไลพูดทำลายความเงียบ ตัดสินใจถามสิ่งที่เขาสงสัยมานาน

"ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์"ไซลาร์ตอบก่อนจะเว้นคำพูด อีไลเลิกคิ้ว เขาพอจะเข้าใจว่านักวิทยาศาสตร์คืออะไร  พวกมักเกิ้ลชอบยกย่องคนพวกนี้อย่างกับพระเจ้า ศาสตราจารย์สอนวิชามักเกิ้ลก็มักเอ่ยถึงบ่อย ๆ   "ตอนนี้งานวิจัยของผมไปต้องตาพวกมัน แต่ผมจะขายมันให้คู่อริของมัน มันจึงจะฆ่าผมเพื่อแย่งสินค้านี้"

"สินค้า ? มันคืออะไร ?"เขาถามด้วยความใคร่รู้

"อย่าให้ผมพูดเรื่องนี้ไปมากกว่านี้เลยครับ"ชายหนุ่มปฏิเสธที่จะตอบคำถามเขา

"ถ้าคุณไม่บอกผม  แล้วเกิดพวกมันตามมาเอาชีวิตคุณอีกรอบ ผมจะทำยังไง"อีไลพลั้งปากพูดออกไปตามที่รู้สึก  กว่าเขาจะรู้ตัวมันก็ไม่ทันซะแล้ว ได้แต่ส่งเสียงอึกอักในคอ

"นี้คุณเป็นห่วงผมขนาดนั้นเชียว"แล้วชายหนุ่มก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขา จนได้ยินเสียงลมหายใจ  "ชักชอบผมแล้วละสิ"

"จะบ้าหรือไง"อีไลลุกขึ้นพรวดพราด  เขาเผลอผลักไซลาร์ออกไปเต็มแรง  ชายหนุ่มร้องโอดโอยเพราะหลังกระแทกหัวเตียง  อีกทั้งแผลคงจะปริเพราะเขาเล่นผลักไปซะอย่างนั้น  

"..................."Sylar Gray

"ผมเป็นผู้ชาย แล้วคุณก็เป็นผู้ชาย"เขาพูด พลางขยุ้มผมด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก "ชอบ... มันใช้กับผู้ชาย-ผู้หญิงเขาเรียกกัน"เขาไม่รู้ว่าจะมองหน้าชายหนุ่มยังไง  จึงตัดสินใจเดินลงมาที่ชั้นล่างของร้าน  นั่งลงตรงที่นั่งว่าง ๆ โดยที่ไม่ได้สั่งอะไร  จิตใจของเขาสับสนอย่างหนัก  ไซลาร์ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไร   ตรงกันข้ามชายหนุ่มแสนจะอ่อนโยนและดูเป็นห่วงเป็นใยเขา ... สิ่งต่าง ๆ ที่ชายหนุ่มมอบให้มันคล้ายกับคู่รัก แต่ ....ประเด็นก็คือ เขาเป็นผู้ชาย  อีไลซุกหน้าลงกับวงแขน  ครอบครัวของเขาต่อต้านเรื่องพวกนี้มากแค่ไหน ทำไมเขาจะไม่รู้  เขาเองก็ปฏิบัติตัวตามที่ควรจะเป็นมาตลอด  จนกระทั่งไซลาร์ก้าวเข้ามาในชีวิต บางอย่างในตัวเขาจึงเปลี่ยนไป  เขารู้ตัวเองเลยว่าตอนนี้เขา ...ไม่เหมือนเดิม   

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้  อีไลเงยหน้ามองผู้คนที่เดินผ่านเข้าออกในร้าน ผ่านกระจกบานใส  เขานึกเป็นห่วงคนข้างบน  จึงกลับขึ้นไปที่ห้องอีกครั้ง ทันทีที่ประตูเปิด  เขาเห็นไซลาร์หันหน้าไปทางหน้าต่าง ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา  อีไลสืบเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยความรู้สึกผิด

"ผมขอโทษ"เขากล่าวสั้น ๆ ยืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม

"..................."Sylar Gray

"ขอโทษ ที่ทำให้คุณเจ็บ .."อีไลนั่งลงข้างเตียง  เขาเห็นบาดแผลอีกฝ่ายที่น่าจะแห้งสนิทดีแล้ว ถ้าเขาไม่ทำให้มันปริจนมีเลือดไหลซึมมาอีกรอบ

"..................."Sylar Gray

"เดี๋ยวผมทำแผลให้"เป็นการไถ่โทษ ข้อหาที่พลั้งมือทำร้ายอีกฝ่าย  

"..................."Sylar Gray

"ช่วยอยู่นิ่ง ๆ เถอะน่า!!"เขาตวัดเสียงใส่ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมให้เขาแตะต้องตัว  

"..................."Sylar Gray

"ต้องให้ใช้กำลังใช่มั้ย ก็ได้"อีไลใช้โอกาสที่อีกฝ่ายกำลังอ่อนแอ  กดไหล่ทั้งสองข้างของไซลาร์ให้ติดไปกับหัวเตียง  แล้วหาเชือกที่หยิบได้มัดมือชายหนุ่มโดยไม่สนใจสายน้ำเกลือระโยงระยางนั่น  เขากดเข่าไปที่ขาทั้งสองข้างของไซลาร์เพื่อไม่ให้ดิ้น  

"ชอบแบบเจ็บตัวสินะ"อีไลที่นั่งทับอีกฝ่ายพูดพร้อมกับส่งเสียงเย็น ๆ มือของเขาเลิกเสื้อของชายหนุ่ม  บาดแผลที่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซชื้นไปด้วยของเหลวสีแดงสด เขาจัดการเปลี่ยนผ้าก๊อตเทน้ำยาล้างบาดแผล  แล้วเทผงยาสีขาวตามไปอีกรอบ

"มันจะช่วยห้ามเลือดแล้วก็สมานแผล"เขาพูดพลางพันแผลให้ใหม่  แม้จะไม่ชำนาญนักก็ยังดีกว่าการเช็ดตัว หรือป้อนข้าวเป็นไหน ๆ เขาเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลจากครอบครัว  ยามเมื่อตกอยู่ในอันตราย  การยืดเวลาเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ  เมื่อทำแผลเสร็จอีไลจึงปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นอิสระ  เขาปลดเชือกที่มัดไซลาร์ออก

"ทีหลังหัดฟังกันบ้าง ผมไม่อยากใช้กำลังกับคุณ"เขามองชายหนุ่มด้วยสายตาคาดโทษ

"..................."Sylar Gray

โพสต์ 2013-11-27 19:20:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด


            "อึก! เจ็บๆ"หลังกระแทกหัวเตียงอย่างแรงเพราะการกระตุกกล้ามเนื้ออย่างกะทันหันทำให้แผลที่แห้งปริออก ไซลาร์กัดฟันแน่นขมวดคิ้วอย่างทรมาน

            "ผมเป็นผู้ชาย แล้วคุณก็เป็นผู้ชาย"เด็กหนุ่มกล่าว ไซลาร์ได้ยินดังนั้นก็เบิกกว้างสะดุ้งขึ้น "ชอบ... มันใช้กับผู้ชาย-ผู้หญิงเขาเรียกกัน" สิ้นคำอิไลก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งไซลาร์ไว่ในห้องเงียบ
            “ผู้ชาย”ไซลาร์พึมพำแล้วเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาเย้ยหยันตัวเอง “ไม่ไช่ทุกคุณที่จะยอมรับได้นิไม่ไช่”

            ครืดครืดๆ เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้นในความเงียบ ไซลาร์หันซ้ายหัดขวาหาที่มาของเสียงมันอยู่ใต้หมอนข้างๆตัวเขา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วดูว่าใครโทรมา ไม่มีชื่อเบอร์แปลก... ไซลาร์ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กดรับ

            ...สวัสดีไซลาร์...ทันทีที่เอาแนบหูเขาก็ได้ยินเสียงทักทาย เขาเย็นวาบที่สันหลังเสียงนี้คือเสียงของใครเขาจำได้ดี

            “อีริค”ไซลาร์เอ่ยเน้นชัดถ่อยชัดคำ“แกเอาเบอร์ฉันมาจากไหน”

            ...โถ่เด็กน้อยเรื่องแค่นี้มันเล็กน้อยมาก... เขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะเยาะเบาๆ

            ...ครั้งนี้รอดไปได้อย่าคิดว่าจะจบง่ายๆ... เสียงปลายเสียงเย็นชาและทุ้มต่ำ ได้ยินแล้วก็อดขนลุกไม่ได้...เธอซ่อนตัวอย่างนี้ไปตลอดไม่ไหวหรอก ถ้ายังรักชีวิตส่ง ‘มัน’ มาให้ฉันเสีย เรื่องจะได้จบๆ…

            “ปฏิเสธ”ไซลาร์ตอบอย่างเย็นชา“แกอย่าคิดว่าแกมีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้ แกอย่าลืมว่า มิสเวสส์หนุนหลังฉันอยู่เรื่องที่แกลอบฆ่าฉัน อีกไม่นานก็ถึงหูเธอ”

            ...หึอวดดีไปเถอะ สักวันแกจะมาหาฉันเอง... คำพูดนี้ทำให้ไซลาร์ตัวแข็งทื่อ

            “แกจะทำอะไรอีริค!” ไซลาร์ตะคอกใส่แต่อีกฝ่ายหัวเราะกลับมาแล้วสายก็ถูกตัดไป ไซลาร์ปาโทรศัพท์ทิ้งทันที มันแตกกระจายอยู่มุมห้องเขาหายใจฟืดฟาดอย่างหงุดหงิด ...มันสนใจอิไลเข้าแล้ว...

            ใช้เวลาสักพักเขาก็สงบลงเหม่อมองไปที่หน้าต่าง นึกถึงเรื่องในอดีต ที่เขาเพิ่งเข้าวงการวิทยาศาสตร์ อีริคมอส แอนนา เวสส์ และ ชินโนโระ คุมะ สามนักธุระกิจที่เป็นดังสามเสาหลักของเศรษฐกิจโลก สามคนนี้เหมือนสามก๊ก เป็นศัตรูซึ่งกันและกันมีอำนาจควบคุมประเทศใหญ่ๆ ได้หลายประเทศ มีอำนาจพอจะสั่งการผู้นำประเทศได้ด้วยอำนาจเงิน ด้วยความสูสีทั้งสามก็ยังแข่งขันกันเรื่อยมา ในทุกๆเรื่องแต่พวกนี้รอบคอบและเหลี่ยมจัด หลายคนรู้ว่าพวกนี้ทำผิดกฏหมายมากมายแต่ก็ไม่มีใครหาหลักฐานมาได้ และไม่มีใครสั่นคลอนอำนาจของพวกมันได้
            ถึงจะชั่วร้ายพวกนี้ก็ยังรู้จักละเว้น ไม่เบ่งอำนาจเหมือนเพราะมาเฟียไม่ไปมีเรื่องวุ่นวายเหมือนพวกนักเลง ไม่บ้าบิ่นเหมือนพวกก่อการร้ายพวกมันสนเพียงอย่างเดียวคือ เป็นเจ้าของเศรษฐกิจของโลกพวกหนึ่งเดียวจึงทำให้พวกมันสนใจแต่งานวิจัยที่ทำเงินได้มหาศาลและคุ้มแก่การลงทุน หน้าตาของยักษ์ใหญ่ทั้งสามทุกคนค่อยเห็นกันอยู่ทุกวันในทีวีแต่ก็ไม่มีใครแตะต้องได้
            และตอนนี้อีริคมอส ก็น่าจักรู้ว่าเขาสนใจอิไล อัลแมเซียสไซลาร์กัดหมัดแน่นอย่างแค้นใจที่ตัวเองไม่ระวังตัวปล่อยให้อิไลเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้...เขาไม่น่าหลงรักใครจริง...

            ไซลาร์เหม่อลอยไม่รู้สึกตัวว่าเด็กหนุ่มเข้ามาในห้องจนได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดขึ้น

            "ผมขอโทษ"อิไลพูดสั้นไซลาร์หันมาสบตา เขาโกรธอยู่นิดหน่อยกับความพูดของอีกฝ่าย จริงๆก็โกรธมากก็ว่าได้เขาไม่เข้าใจอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเองในเวลานี้จริงๆ ปกติเขาเป็นคนใจเย็นโกรธอะไรๆยาก แต่พอเรื่องของเด็กคนนี้ กับหงุดหงิดงุนงาดง่ายไปหมด

            "เรื่องอะไร?” ไซลาร์ถามเสียงเรียบ

            "ขอโทษ ที่ทำให้คุณเจ็บ .."เด็กหนุ่มนั่งลงข้างๆเตียงมองมาที่แผลอย่างสำนึกผิด

            "ช่างเถอะ” เขาเอ่ยทั้งๆที่ไม่ได้อย่างพูไปอย่างนั้น เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าพิษจากบาดแผลหรือเปล่าที่ทำให้เขาเสียการควบคุมตนเอง

            "เดี๋ยวผมทำแผลให้"เป็นการไถ่โทษข้อหาที่พลั้งมือทำร้ายอีกฝ่าย  

            "อย่า” ไซลาร์ปัดมืออีกฝ่ายออกแล้วขยัตัวหนี ตอนนี้เหมือนร่างกายใช่ของตัวเองมันทำอะไรตรงกันข้ามกับความคิดหมดเลย หรือว่าเขากำลังงอน?นี้ใช่อาการที่เรียกบ้านๆว่า งอน ใช่รึเปล่า เขาเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้จริงๆไม่เข้าใจเลย

            "ช่วยอยู่นิ่ง ๆ เถอะน่า!!"อิไลขึ้นเสียง  

            "คุณจะมายุ่งอะไรกับแผลผม”ไซลาร์ขมวดคิ้ว

            "ต้องให้ใช้กำลังใช่มั้ย ก็ได้"สิ้นคำเด็กหนุ่มก็คว้าเชือกว่าหมัดมือของเขาไว้กับหัวเตียงแล้วขึ้นคร่อมล็อคขาเขาไว้ไซลาร์ที่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงจะดิ้นร้นจึงสู้อีกฝ่ายไม่ได้เลย

            "ชอบแบบเจ็บตัวสินะ"เด็กหนุ่มพูดเสียงเย็นแล้วเลิกเสื้อขึ้น เผยให้เห็นผ้าพันแผลที่เลือดอาบ อิไลจึงรีบปลดผ้านั่นออกแล้วเทผงสีขาวใส่แผลไซลาร์เหลือบมองด้วยความกังวล

            "มันจะช่วยห้ามเลือดแล้วก็สมานแผล"อิไลพูดขึ้นเหมือนรู้ว่าเขาคิดอะไร แล้วพันผ้าใหม่ให้อย่างเงอะๆงะๆ อย่างคนไม่ค่อยไซลาร์มองอยู่เงียบๆ เขาแอบยิ้มบางๆไม่ให้อีกฝ่ายเห็น

            "ทีหลังหัดฟังกันบ้าง ผมไม่อยากใช้กำลังกับคุณ"เขาหุบยิ้มทันทีที่เด็กหนุ่มค้อนใส่

            "ก็ช่วยเบาไม้เบามือบ้างสิ เอะอะก็ใช้กำลังกับผม”ไซลาร์กล่าวเนิบๆลูบข้อมือตัวเองเบาๆ

..........EliGrimmAlnaecious

“ยังไงก็” ไซลาร์หันหน้าหนีแล้วพูดต่อ “ขอบคุณที่เปลี่ยนผ้าให้”พูดจบเขาก็ขยับตัวลงนอน ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มยันคอทั้นทีอาการไม่ได้หนาวเลย เขารู้สึกร้อนๆที่หน้าเขินบ้าอะไรเนี๊ย

..........EliGrimm Alnaecious

“ผมเปล่าเขิน” ไซลาร์แถไป
..........EliGrimmAlnaecious

“หน้ามันแดงเพราะพิษไข้”แถต่อไปอีก

..........EliGrimmAlnaecious

“โถ่โว้ย เออ เขินแล้วไง” ไซลาร์ดึงหมอนอีกใบมาปิดหน้าก็ใครมันจะไม่เขินเกิดมาแม่ไม่แล พ่อบ้างาน เวลาป่วยเวลาไข้ก็ดูแลตัวเองมาตลอดหนนี้มีคนดูแลให้อย่างดีป้อนข้าวป้อนน้ำ มันไม่เคยมันก็เขินนะเฟ้ย

..........EliGrimm Alnaecious

“ไม่เคยมีใครใส่ใจขนาดนี้มาก่อน”ไซลาร์พูดพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอที่อีกฝ่ายจะได้ยิน

..........EliGrimm Alnaecious

“...” ไซลาร์เงียบไปพักหนึ่ง แล้วเอาหมอนออกจากหน้าเขานึกขึ้นได้ว่าควรจะพูดเรื่องนี้

            “คุณอิไลที่ผมบอกว่า ‘ชอบ’ตอนนั้นมันได้หมายถึงอะไรอย่างที่คุณคิด ผมหมายถึงประมาณว่าชอบในระดับเพื่อนอะไรประมาณนั้นแบบเราแน่จะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้”ไซลาร์รู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ตัวเองเอ่ยคำว่าเพื่อนออกไปเพราะเขาไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เขาชอบอิไล ในระดับที่มากกว่านั้นแต่ฝ่ายตรงข้ามดูจะไม่สบายใจหากรู้ว่าเขาคิดอย่างนั้น
..........EliGrimmAlnaecious

โพสต์ 2013-11-28 10:25:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย EmeraldAlmaecious เมื่อ 2013-11-28 11:31

{ เมื่อวานซืน (ต่อ) }

"ก็ช่วยเบาไม้เบามือบ้างสิ เอะอะก็ใช้กำลังกับผม"ไซลาร์พูดแกมขอร้อง  แล้วคิดว่าคนอย่างเขาจะฟังไหม

"ช่วยไม่ได้  อยากเฉยเมยใส่ก่อนทำไม"เวลาเขาตั้งใจจะทำอะไรแล้วถูกขัดใจนี่ อารมณ์มันจะเดือดปุด ๆ จนฉุดไม่อยู่  

"ยังไงก็"อีกฝ่ายพูดก่อนจะเว้นเสียง "ขอบคุณที่เปลี่ยนผ้าให้"ไซลาร์ล้มตัวนอน ดึงผ้าขึ้นมาห่มทั้งที่อากาศไม่ได้หนาวสักนิด  อีไลมองชายหนุ่ม  นอกจากโดนยิงแล้ว  สมองของไซลาร์คงกระทบกระเทือนด้วยถึงได้ทำอะไรแปลก ๆ   เขาสังเกตเห็นสีหน้าชายหนุ่มขึ้นสีแดงจัด  หรือว่าไข้จะขึ้น ไม่มั้ง ...ก็เมื่อกี้ตอนที่เขาจับตัวไซลาร์เขารับรู้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่เข้าสู่ภาวะปกติ   ไข้น่าจะลดไปแล้วด้วยซ้ำ

"ทำท่าทางแบบนั้น  เป็นอะไร ... เขินเหรอ"ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาถามอย่างนั้นออกไป

"ผมเปล่าเขิน"ชายหนุ่มพูดอ้อมแอ้ม

"เอ๊า! ก็เห็นหน้าแดง ๆ"นี่เขาจะกลายเป็นตัวจับผิดรองจากคีธ และแม็คแล้วมั้ง  

"หน้ามันแดงเพราะพิษไข้"ชายหนุ่มเถียง

"หึ! แน่ใจ ?"เขายังกัดไม่เลิก  เวลาต้อนคนให้จนมุมนี่มันก็น่าสนุกไปอีกแบบ

"โถ่โว้ย เออ เขินแล้วไง"ในที่สุดไซลาร์ก็ยอมรับ  ชายหนุ่มเอาหมอนปิดหน้าซ่อนความอาย  อีไลเผลอยิ้ม มองอีกฝ่ายที่ทำตัวอย่างกับเด็ก  เวลาเขินนี่เปลี่ยนเป็นคนละคน  เหมือนเด็กที่ถูกจับผิดแล้วพยายามหาที่ซ่อน  

"บางทีคุณก็ดูเหมือนเด็ก"เขาพูดยิ้ม ๆ ไม่ได้ยิ้มแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ยิ้มในแบบที่ว่าเห็นโลกทั้งโลกสดใส

"ไม่เคยมีใครใส่ใจขนาดนี้มาก่อน"เหมือนไซลาร์จะพูดกับตัวเอง  แต่เขาได้ยินชัดเจน

"พูดเหมือนกับที่บ้านมีปัญหาอย่างนั้นล่ะ"อีไลพูดติดตลก  ไม่คิดว่าจะไปสะกิดใจคนฟังหรือเปล่า ในชีวิตเขาพบเจอแต่ความสบาย คำว่า 'ไม่มี' หรือ 'ไม่ได้' ไม่เคยบัญญัติไว้ในพจนานุกรมชีวิต    ครอบครัวทั้งโอ๋  ทั้งตามใจสารพัด  ความสบายที่ใครหลาย ๆ คนอาจอิจฉา  แต่จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจ ความสุขที่ทดแทนได้แค่ทางกาย  ทั้งที่หัวใจของเขาขาดแคลนความรักที่จริงใจ

อีไลกำลังจะเดินไปที่โต๊ะตรงมุมห้อง  แล้วสายตาของเขาก็สะดุดกับเศษซากโทรศัพท์ที่ตกเกลื่อนกระจายไปทั่วบริเวณนั้น คงจะเป็นฝีมือของคนที่นอนอยู่บนเตียงนั่นแหละ  ...ทะเลาะกับใครมาอีกล่ะ  ถึงได้มาลงกับโทรศัพท์ ก่อนที่เขาจะได้ทันหันไปถาม อีไลก็ถูกเบรคคำถามด้วยประโยคต่อมาของชายหนุ่มที่ทำให้หัวใจของเขากระตุก

"คุณอิไลที่ผมบอกว่า 'ชอบ' ตอนนั้นไม่ได้หมายถึงอะไรอย่างที่คุณคิด ผมหมายถึงประมาณว่าชอบในระดับเพื่อนอะไรประมาณนั้น แบบเราน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้"

"อืม"อีไลตอบโดยที่ยังหันหลังให้ชายหนุ่ม  เขาเดินไปที่โต๊ะหยิบเหยือกน้ำเทใส่แก้ว  มือของเขากำลังสั่น  เขาเม้มปากแน่นความรู้สึกเหมือนผิดหวังอย่างหนัก เขาควรจะดีใจสิที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไร   อีไลตัดสินใจวางแก้วน้ำลงโดยที่เขายังไม่ทันได้ดื่มมัน  เขาเดินอย่างคนเหนื่อย ๆ กลับมานั่งที่เก้าอี้

"พักผ่อนเถอะ"เขาบอกกับชายหนุ่มแค่นั้น  ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เป็นบทกวีจีนที่เขามักจะหยิบขึ้นมาอ่านเล่นเวลาที่ไม่รู้จะทำอะไร  ดวงตาสีรัตติกาลกวาดไปบนแผ่นกระดาษสีเหลืองอ่อนหน้าแล้วหน้าเล่า  จริง ๆ เขาไม่ได้มีกระจิตกระใจจะอ่านหนังสือสักเท่าไร  อีกด้านเขาก็ทำเป็นไม่สนใจชายหนุ่ม  หลายครั้งที่อีไลมองผ่านหนังสือไปที่ร่างที่นอนอยู่บนเตียง  แล้วก็กลับไปอ่านหนังสือต่อ  เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบ จนสายตาเขาสะดุดเข้ากับข้อความประโยคหนึ่งในหนังสือ


... ความรัก…ไม่ใช่โชคชะตา ถึงแม้..จะเกิดขึ้นมาจากความบังเอิญ แต่ถ้า..ไม่ไขว่คว้ามา..ความรักนั้น ก็อาจหลุดลอยไป ...


อีไลปิดหน้าหนังสือลง ตามองไปที่ไซลาร์ ชายหนุ่มนอนหันหลังให้เขาเลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหลับแล้วหรือยัง เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ผ่านมาเกือบครึ่งวันแล้วที่ยังไม่ได้กินอะไร   อีไลจึงตัดสินใจเดินลงไปข้างล่างเพื่อหาของกินรองท้อง  ที่ข้างล่างผู้คนที่เข้ามาใช้บริการในร้านดูบางตาลงมาก  เนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดา  ที่นั่งจึงเหลือเฟือ  เขาเลือกที่นั่งข้างหน้าต่าง ก่อนจะสั่งอาหารสองสามอย่าง  อีไลละเลียดอาหารในจานมาได้พักใหญ่  สายตาของเขาเหม่อลอยไปที่ทางเดินด้านหน้าร้าน  มองผู้คนในชุดแปลกตาบ้างคุ้นตาบ้างเดินสวนไปมา  แล้วเขาก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนพิงอยู่ตรงกำแพงเก่าคร่ำคร่ามองจ้องมายังเขา  อีไลเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ  หันไปมองรอบ ๆ ตัว  ซึ่งก็ไม่มีใครแล้วนอกจากเขาที่นั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว เขาตัดสินใจเดินออกจากร้านเพื่อออกไปดูให้ชัด ๆ ว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร   แต่เมื่อไปถึงก็ไม่พบชายคนนั้นแล้วนอกจากความว่างเปล่า  อีไลจึงกลับเข้ามาในร้าน เขาเลิกสนใจแล้วก็ก้มกินอาหารที่เหลือในจานต่อ
.
.
.
.

วันนี้ เวลา 02.00 น.

เวลาล่วงผ่านไปค่อนคืน  อีไลก็ยังไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้  ได้แต่นอนพลิกตัวไปมา  เขาทำที่นอนชั่วคราวด้วยการนำผ้าห่มผืนหนาปูเป็นที่นอน  ผ้าอีกผืนที่เล็กกว่าก็ม้วนทำเป็นหมอนหนุน และผ้าเช็ดตัวก็กลายเป็นผ้าห่มจำเป็น ...อนาถชิบ.. เขาเคยแต่นอนบนเตียงหนานุ่มสบาย ๆ ความสะดวกที่แสนครบครัน  ไม่ใช่ทำตัวเหมือนยาจก  ขนาดเวลาที่เขาไปเข้าค่ายพักแรม  เขายังหอบเตียงไปนอนถึงในป่า ถึงจะนอนแบบนี้มาหลายคืน ยังไงก็ยังไม่ชินอยู่ดี  ตกบ่ายทีไรเขาต้องได้สัปหงกทุกที ยิ่งคิดถึงคำพูดของไซลาร์เมื่อวันนั้นแล้ว ยิ่งยากที่จะข่มตาให้หลับได้ เขาคิดกับชายหนุ่มแบบไหนกันแน่ ...พี่ชาย เพื่อน หรือว่า ... !! อีไลลุกขึ้นด้วยความหงุดหงิด  เขาเกลียดตัวเองที่เป็นอย่างนี้  ปกติเขาเป็นพวกปากกับใจตรงกัน  นึกยังไงก็พูดออกมาอย่างนั้น  เวลานี้กลายเป็นว่าเขาไม่สามารถพูดได้ทุกเรื่องที่ใจคิด อีไลเดินฝ่าความมืดออกไปที่ระเบียง  นั่งลงชันเข่า แสงจันทร์และแสงดาวที่สาดแสงลงมา ทำให้เขาคิดถึงกวีบทหนึ่ง ...

静夜思 - 李白  
ความคิดถึงในคืนสงบ
床前明月光   
หน้าเตียงนอนแสงจันทร์ส่องนวลใย
疑是地上霜   
ให้สงสัยน้ำค้างหล่นบนพื้นดิน
舉頭望明月      
ยกหัวมองแสงจันทร์พลันถวิล
低頭思故鄉      
ก้มหน้าอินคิดถึงถิ่นดินแดนเกิด

静夜思 - 李白

คนอีกซีกโลก  ปานนี้จะเป็นยังไงบ้าง  น้องสาว 2 คนที่เขารักมาก เหมยกุยจะออกจากโรงพยาบาลหรือยัง  ลี่อินยังร้องไห้โยเยอยู่รึเปล่า   เขาจิกมือลงกับเข่า  และนึกโทษตัวเอง ถ้าตอนนั้นเขาไม่ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล  ป่านนี้เขาก็คงมีความสุขอยู่กับครอบครัว แม้จะใส่หน้ากากเข้าหากัน  มันก็ยังดีกว่าเวลานี้  ตอนที่เขาไม่เหลือใคร ... เขาปล่อยความคิดให้ล่องลอย บางทีก็ยิ้ม บางทีก็ขมวดคิ้ว ...เหมือนคนบ้า  เวลาเดินไปเรื่อย ๆ ความง่วงเริ่มเข้ามาทักทาย  อีไลจึงกลับเข้าไปในห้องที่ต้องเดินผ่านเตียง เขามองไซลาร์ด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์  ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้  หยิบผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ปลายเตียงห่มกลับให้ชายหนุ่ม  แล้วตัวเองก็กลับไปนอนต่อ  กว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ก็ใกล้รุ่งสาง
.
.
.
.

เวลาปัจจุบัน

อีไลสะดุ้งตื่นขึ้นทันที  จากเสียงของหนักที่หล่นลงพื้น  เขาหันขวับไปที่เตียงโดยอัตโนมัติ  เห็นไซลาร์ทรุดลงอยู่กับพื้น  เขาผุดลุกขึ้นเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม

"อยู่บนเตียงเฉย ๆ ก็ดีอยู่แล้ว จะลงมาทำไมกันเล่า!!"เขาส่งเสียงดุ ๆ ใส่ชายหนุ่มตามเคย

"..................."Sylar Gray

"เข้าห้องน้ำ?"เขาทวนคำตอบของชายหนุ่ม  มองหน้าไซลาร์นิ่ง ๆ ตั้งแต่ถูกยิงคนตรงหน้าก็ได้แต่นอนอยู่บนเตียง  เรื่องทำธุระส่วนตัวนี่ลืมไปได้เลย เขาเองก็ไม่ทันได้คิด

"..................."Sylar Gray

"ลุกไหวมั้ย"เขาพยุงชายหนุ่มให้ลุกขึ้น "ตัวหนักเป็นบ้า"ปากไม่วายบ่น  มืออีกข้างคว้าสายน้ำเกลือระโยงระยางถือติดไปด้วย  เขาพาชายหนุ่มผ่านหน้าประตูห้องน้ำอย่างทุลักทุเล  

"ห้องน้ำแคบอย่างกับรังหนู จะทำให้มันใหญ่กว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง"เขาบ่น  เมื่อต้องพยุงอีกคน  ในขณะที่ตัวเองก็ต้องพยายามทำตัวให้ลีบเล็กเพื่อให้ผ่านประตูที่แสนจะคับแคบ

"..................."Sylar Gray

"เสร็จแล้วก็เรียกล่ะ"เขาบอกก่อนจะหันหลังให้ชายหนุ่ม  ตามองผนังห้องรอเวลาให้ชายหนุ่มทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ  แต่ว่าทำไมเวลามันผ่านไปช้านักนะ  เหมือนยืนรอมาหลายชั่วโมงทั้งที่เวลาเพิ่งเดินไปไม่กี่วินาที

"เสร็จยัง!!"เขาเร่ง  ไม่กล้าหันไปมองข้างหลัง

"..................."Sylar Gray

"ทำอะไรชักช้าจริง  ๆ"อีไลยังคงบ่นไม่เลิก  เขาไม่ชอบการรอคอย  นิ้วเคาะลงกับผนังรัว ๆ "อีก 5 วิฯ  ถ้ายังไม่เสร็จก็หิ้วถุงน้ำเกลือกลับไปนอนที่เตียงเองเถอะ ผมเมื่อย"

"..................."Sylar Gray

เสียงตอบรับจากไซลาร์เป็นสัญญาณให้อีไลหันกลับไปมอง และไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาใกล้เขาขนาดนั้น หรือเพราะห้องน้ำมันคับแคบเกินไปก็ไม่รู้   อีไลรู้สึกว่าริมฝีปากของเขาไปชนกับริมฝีปากของชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ  เขานิ่งยืนตัวแข็งทื่อ  อีกฝ่ายก็นิ่ง ระยะห่างของเขากับไซลาร์มันใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน  มือของอีกฝ่ายเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเขา อีไลปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามอำเภอใจ  ไม่แสดงอาการไม่พอใจหรือว่าขัดขืน  เขา ...กำลังทำตามใจของตัวเอง  ริมฝีปากอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายประกบลงที่ริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบา รสจูบที่แสนอ่อนโยน  สัมผัสร้อนจากอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาในตัวเขา  ในหัวเบาโหวงเหมือนตัวเองกำลังโบยบินอยู่บนฟากฟ้าอันไร้ขอบเขต  

เสียงเคาะประตูจากด้านนอก  ทำให้อีไลรู้สึกตัว  เขาผละออกจากชายหนุ่ม ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนคนเป็นไข้  ใจเต้นแทบทะลุออกมานอกอก

"กลับไปที่เตียงเถอะ"เขาบอกก่อนจะพาอีกคนไปที่เตียง  แล้วตัวเองก็เดินไปเปิดประตู

"......"ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็เผยให้เห็นร่างของผู้มาเยือน ...มิสซิสเกรย์!

"สวัสดีคุณอัลแมเชียส"หญิงสาวทักเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  ไร้อารมณ์  แถมมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ

"สวัสดีครับมิสซิสเกรย์"เขาทักทายกลับ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้หญิงสาวเข้าไปข้างใน  นอกจากหญิงสาวแล้วก็ยังมีชาย-หญิงคู่หนึ่งติดตามมาด้วย  น่าจะเป็นหมอกับพยาบาล

อีไลหลบไปนั่งที่มุมห้อง  ฟังการสนทนาอยู่เงียบ ๆ

โพสต์ 2013-11-28 18:24:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แสงอาทิตย์ยามเที่ยงตะวัน ปลุกให้ไซลาร์ตื่นขึ้น เขารปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำมากตอนนี้ นัยน์ตาสีเปลือกไม้กวาดมองรอบๆห้อง เขาเห็นเด็กหนุ่มนอนหลับอยู่ที่ฝั่งของห้อง ด้วยความเกรงใจจึงไม่อยากปลุก เลยฝืนตัวเองลุกจากเตียง

“อัก!” ไม่ทันได้เดินออกจากเตียงเขาก็ทรุดลงกับพื้นเพราะความเจ็บปวดที่บาดแผล เสียงนั่นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัว อิไลรีบเข้ามาพยุงตัวเขาขึ้น

"อยู่บนเตียงเฉย ๆ ก็ดีอยู่แล้ว จะลงมาทำไมกันเล่า!!"อีกฝ่ายดุใส่เขาอย่างกับเขาเป็นเด็กๆ ไซลาร์เบ้ปากอย่างหงุดหงิดตัวเองที่เดินเหินไม่สะดวก และยังต้องให้ใครมาดูแลลำบากคนอื่นอีก

"ผมจะเข้าห้องน้ำ”เขาตอบสั้นๆ แล้วหันหน้าไปทางห้องน้ำ

"เข้าห้องน้ำ?"อิไลพูดทวน

"ใช่ครับ”ไซลาร์ยืนยันพร้อมพยักหน้า

"ลุกไหวมั้ย" ไม่ทันได้ตอบเด็กหนุ่มก็พยุงตัวเขาขึ้นแถมบ่นใส่อีกชุด "ตัวหนักเป็นบ้า"

"ห้องน้ำแคบอย่างกับรังหนู จะทำให้มันใหญ่กว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง"มาถึงห้องน้ำก็บ่นอีก ไซลาร์ก็แอบคิดไม่ได้ว่าหากจับเด็กนี้ไปปล่อยป่าหรือสลัม จะเป็นยังไงคงบ่นจนน้ำลายแห้งไม่หยุดหย่อน คุณหนูจริงๆ แต่เขาก็ได้แต่คิดหากพูดออกไปคงโดนถีบส่งเข้าห้องน้ำทันที

"ขอบคุณครับ" ไซลาร์ยิ้มให้บางๆ

"เสร็จแล้วก็เรียกล่ะ"เด็กหนุ่มกล่าว ไซลาร์ก็พยายามจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จ แต่เพราะแผลที่หนักสาหัสทำให้เขาทำอะไรไม่สะดวกเลย แล้วยังเงอะงะอีกด้วย

"เสร็จยัง!!"เสียงห้าวๆดังขึ้น ไซลาร์สะดุ้งเล็กน้อย

"ใกล้แล้วครับ” เขาตอบไปและแอบพึมพำเบา “จะรีบหาอะไรนักหนาเฮ้อ..”

"ทำอะไรชักช้าจริง  ๆ"บ่นอีกแล้ว ไซลาร์ถอดหายใจยาวๆ นี้เด็กคนนี้บ่นจริงๆ บ่นได้ทุกเรื่องและทุกเวลา "อีก 5 วิฯ  ถ้ายังไม่เสร็จก็หิ้วถุงน้ำเกลือกลับไปนอนที่เตียงเองเถอะ ผมเมื่อย"

ไซลาร์พยายามเปิดประตูให้เบาที่สุดแล้วหยุดด้านหลังเด็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้น "เสร็จแล้วครับ"

และด้วยความสูงที่ไม่ต่างกันมาก พร้อมระยะยืนที่ใกล้กระชั้นชิดริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ ไซลาร์จ้องมองเด็กน้อยที่อยู่ก็นิ่งเงียบไปทั้งๆที่เมื่อกี้บ่นไม่หยุด เขาพิศดูใบหน้าเยาว์วัยอย่างละเอียด เขาชอบนัยน์สีนิล เรือนผมสีดำ มือหนายกขึ้นเกลี่ยผมที่ปกหน้าเบาๆ อย่างถะนุถนอม ไล่นิ้วลงมาช้าๆจรดที่คางมนแล้วช้อนขึ้นเล็กน้อย แล้วมอบจุมพิศให้อย่าวอ่อนโยน และเนิบนาน เมื่อไม่มีท่าทีขัดขืนเขาจึงลุกคราบเข้าไปอีก แต่ก็มีมารผจญมาชัดจังหวะ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เด็กน้อยผละออกทันที ใบหน้าแดงก่ำเหมือนคนมีไข้ ไซลาร์แอบยิ้มอยู่ในใจลึกๆ

"กลับไปที่เตียงเถอะ"ไซลาร์พยักหน้า

เมื่อประตูเปิดออก บุคคลที่เข้ามาในห้องคนแรกคือคนที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุด วิเวีย เกรย์ แม่ของเขาที่ไม่อยากนับป็นแม่ที่ให้กำเนิดมากนัก

"สวัสดีคุณอัลแมเชียส"วิเวียหันไปทักอิไล ไซลาร์รู้ทันทีว่าหล่อนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ไม่น่าจะพ้นเรื่องที่อิไล

"สวัสดีครับมิสซิสเกรย์"อิไลทักทายกลับ วิเวียพร้อมบุรุษและนางพยาบาลก็เดินมาหาไซลาร์ที่เตียง พยุงไซลาร์ให้นอนพิงหัวตัว

“มีอะไร”ไซลาร์กล่าวหวนๆ จ้องมองวิเวียอย่างไม่เชื่อใจ

“ลูกต้องกลับอเมริกากับแม่”วิเวียพูดอย่างไร้อารมณือย่างคอย ส่วนบุรุษและนางพยาบาลก็จัดอุปกรณ์ของตนเตรียมปฐมพยาบาล ไซลาร์สังเกตที่การกระทำของทั้งสองอย่างระแวง

“ทำไม”ไซลาร์ขมวดคิ้ว เมื่อนางพยาบาลดูดของเหลวสีฟ้าขุ่นเข้าหลอดฉีดยาสองสามเข็ม เขาก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข

“มิสเวสส์เร่งให้ลูกทำวิจัยให้เสร็จภายในสองเดือน” วิเวียตอบ เธอพยักหน้าให้นางพยาบาล

“นั่นยาบ้าอะไร” ไซลาร์จ้องเขม็งไปที่หลอดฉีดยา

“ยาเร่งการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อ คล้ายงานของแกเบรียลแต่มันมีผลข้างเคียงไม่สมบูรณ์” ไซลาร์เบิกตาอย่างตกใจ เขารู้ดีว่ายานี้ถ้าฉีดเขาไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเป็นการเร่งการสร้างเซลล์ในอัตราสูงทำให้สูญเสียพลังงานมาก จะทำให้หัวใจวายหรือสมองตายอย่างเฉียบพลัน

“ไม่ต้องกลัวมันปลอดภัย เราทดสอบแล้ว”นางพยยาบาลกล่าว บุรุษพยาบาลถอดแผลพันแผลเขาออกแล้วล็อคเขาไว้ นางพยาบาลก็รีบฉีดยาให้ที่รอบๆแผลสามเข็ม

“แม่งเอ้ย”ไซลาร์กัดฟันแน่นมันโครตเจ็บ ตายยังดีกว่า มันเหมือนมีใครมีบิดแผลเป็นเกลียวแล้วราดด้วยน้ำกรดเข้มข้น

..........EliGrimm Alnaecious

“เขาไม่ตายหรอก ไซลาร์ยังที่หน้าที่ต้องทำอีกมาก จะให้มานอนเสียเวลาไปวันๆ อย่างนี้ไม่ได้” วิเวียผลักอิไลออกห่างจากไซลาร์แล้วมายืนขวาง ประจันหน้ากับอิไล

“เพราะคุณ คุณอัลแมเซียส ถ้าไม่ใช่คุณมายุ่งกับไซลาร์เขาคงกลับไปทำงานนานแล้ว คุณกำลังถ่วงความเจริญของเขาอยู่ รู้ไว้ด้วย” เสียงเรียบกล่าวตำหนิอย่างเย็นชา ฝ่ายไซลาร์ตอนนี้หูอื้ออึงไปหมดเพราะความเจ็บปวดที่ถาโถม

..........EliGrimm Alnaecious

“ฉันไม่สนว่าคุณจะพูดอะไร” วิเวียไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เธอพูดต่อ “ไซลาร์เป็นมักเกิ้ลคุณเป็นอัลแมเซียส มันไม่ควรอยู่ด้วยกัน” วิเวียเป็นมักเกิ้ลก็จริงแต่ก็เคยเรียนที่ฮฮกวอตส์จนจบ เธอรู้จักตระกูลนี้ดี ความมืดมัวของตระกูลนี้ใครๆ ก็รู้จัก

..........EliGrimm Alnaecious

“วิเวีย หุบปากซะ” ไซลาร์ได้ยินประโยคสุดท้าย แผลเขาปิดสนิทแล้วอย่าวรวดเร็วแต่ยังปวดแสบปวดร้าวเพราะฤทธิ์ยาอยู่ “คุณไม่มีสิทธิอะไรมาว่าอิไล” เขาลุกขึ้นจากเตียง คว้าเสื้อมาใส่

“แผลหายแล้ว ได้เวลาแล้ว”วิเวียสะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปทันทีพร้อมนางและบุรุษพยาบาล ปล่อยให้อิไลกับไซลาร์อยู่เพียงลำพัง

“ลาก่อนนะครับ” ไซลาร์ยิ้มบาง หนนี้ไซลาร์ไม่สมารถปฏิเสธวิเวียได้เพราะเป็นคำสั่งจากมิสเวสส์นายของเขา และสองเดือนที่ต้องทำงานครั้งนี้คงไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันกันเลย

..........EliGrimm Alnaecious

“จากนี้อีกสองเดือนเราคงไม่ได้เจอกันหรือคุยกัน” ไซลาร์พยายามยิ้ม เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายหน้าเวลาเขาเศร้า

..........EliGrimm Alnaecious

“ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ” ไซลาร์ยื่นมือให้อิไล เข้าอยากทำมากกว่าจับมือ แต่ก็ไม่อยากฝืนใจอีกฝ่าย

..........EliGrimm Alnaecious

โพสต์ 2013-11-29 11:30:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เมื่อวาน (ต่อ) }

อีไลเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างเงียบ ๆ เขาเห็นไซลาร์ถูกล็อคแขนจากผู้ชายคนนั้น  แล้วคนที่เป็นผู้หญิงก็จัดการฉีดของเหลวสีฟ้าเข้าไปรอบบาดแผลของชายหนุ่ม   เสียงร้องเจ็บปวดทรมานของอีกฝ่ายทำให้อีไลผุดลุกแล้วเดินไปที่เตียงในทันที

"พวกคุณทำอะไรเขาน่ะ!"เขาถามด้วยความตกใจ  ใกล้จะเดินไปถึงเตียงอยู่แล้ว  มิสซิสเกรย์ก็เข้ามาขวาง  และผลักเขา

"เขาไม่ตายหรอก ไซลาร์ยังที่หน้าที่ต้องทำอีกมาก จะให้มานอนเสียเวลาไปวันๆ อย่างนี้ไม่ได้"สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ก็จริง  แต่แววตาที่แสดงออกนั่นเขาเดาได้เลยว่าเธอกำลังไม่พอใจเขาอย่างหนัก

"เพราะคุณ คุณอัลแมเซียส ถ้าไม่ใช่คุณมายุ่งกับไซลาร์เขาคงกลับไปทำงานนานแล้ว คุณกำลังถ่วงความเจริญของเขาอยู่ รู้ไว้ด้วย"คำพูดหญิงสาว  ทำให้เขาถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง  

"ผมไม่แปลกใจหรอกนะ  ว่าที่เขาเป็นอย่างนี้  ..ก็เพราะมีแม่อย่างคุณนี่ไง"เขาสวนกลับอย่างเจ็บแสบพอกัน

"ฉันไม่สนว่าคุณจะพูดอะไร"หญิงสาวพูดเสียงราบเรียบ  ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

"ไซลาร์เป็นมักเกิ้ลคุณเป็นอัลแมเซียส มันไม่ควรอยู่ด้วยกัน"

"มักเกิ้ล ?"อีไลทวนคำ  เม้มปากแน่น  เขาเกลียดมักเกิ้ลมาแต่ไหนแต่ไร  นานพอ ๆ กับที่ลี่เฉิงเพื่อนรักของเขาตายไปนั่นล่ะแหละ

"วิเวีย หุบปากซะ"เสียงของไซลาร์แทรกเข้ามา "คุณไม่มีสิทธิ์อะไรมาว่าอิไล" คำพูดที่ฟังคล้ายกำลังปกป้องเขา ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า  ไม่มีอาการของคนกำลังป่วยหนักแต่อย่างใด คงเป็นผลมาจากยาที่พยาบาลฉีดเข้าไปเมื่อครู่   

"แผลหายแล้ว ได้เวลาแล้ว"มิสซิสเกรย์พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปจากห้อง พร้อมกับพยาบาล  ภายในห้องจึงเหลือเพียงเขากับชายหนุ่ม  เขาไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี โกรธที่ชายหนุ่มไม่ยอมบอกเขาเรื่องชาติกำเนิด  เกลียดตัวเองที่ดันเผลอมีใจให้อีกฝ่าย หรือโทษโชคชะตาที่คงอยากเล่นตลก

"ลาก่อนนะครับ"ไซลาร์ยิ้มอ่อนโยนมาให้  มันถึงเวลาแล้วสินะ ...

"......."เขายิ้มกลับไป ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไร้อารมร์สิ้นดี

"จากนี้อีกสองเดือนเราคงไม่ได้เจอกันหรือคุยกัน"ชายหนุ่มบอก  ...สองเดือน อาจไม่เจอกันมากกว่านั้น หรืออาจจะตลอดชีวิต เขาอยากโกรธไซลาร์  แต่พอสบตากับคนตรงหน้าแล้ว  ความโกรธก็หายไปอย่างไร้สาเหตุ  

"......."อีไลพยักหน้า  เหมือนมีก้อนแข็ง ๆ จุกอยู่ที่คอ  เขาพูดอะไรไม่ออก นอกจากยิ้ม

"ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ"ไซลาร์ยื่นมือมา  เขาจับมือนั้นเพื่อบอกลา  มือเย็นสัมผัสมืออุ่นของอีกฝ่าย  แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ  

"ลาก่อน"เขาตอบ ฝืนยิ้ม  มองอีกฝ่ายก้าวเดินออกไปจากห้อง   เหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากร่าง  มีลมหายใจแต่ไร้ความรู้สึก ...
.
.
.
.

วันนี้ เวลา 07.30 น.

อีไลยังขังตัวเองอยู่ในห้อง  ซุกหน้าลงกับเข่าหลังพิงผนังเย็นชืด  เขาเงยหน้าหันมองไปทางระเบียง  วันใหม่เข้ามาทักทาย  แต่มันช่างไม่สดใสเอาเสียเลย  บรรยากาศภายนอกมืดครึ้ม  เป็นสัญญาณว่าอีกไม่นานฝนจะตก ทั้ง ๆ ที่เข้าสู่ฤดูหนาว  อากาศแปรปรวนเหมือนกับใจของเขา เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายสลับกันไป  อีไลหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัว  กดเบอร์คุ้นตาก่อนจะโทรออก  

.มีไรครับคุณอีไล โทรมาแต่เช้าเลย.แม็คส่งเสียงมาอย่างอารมณ์ดี

"นายอยู่ที่ไหน"เขาถามเสียงเนือย ๆ  รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก

.เซาแธมป์ตัน.ปลายสายตอบ

"ฉันขอไปอยู่ด้วยได้รึเปล่า"

.แล้วคุณไซลาร์ไปไหนซะล่ะครับ.แม็คถามอย่างล้อเลียน    โดยไม่รู้ว่ามันได้ไปกระตุกใจอีไลเข้าอย่างจัง

"เขาไม่อยู่แล้ว"เสียงของอีไล  คงทำให้ปลายสายจับถึงอารมณ์ที่ผิดปกติได้  

.นายยังอยู่ที่เดิมรึเปล่า.แม็คหมายถึง ร้านหม้อใหญ่รั่ว

"อืม"

.เดี๋ยวให้คนไปรับ.

"ไม่ต้อง .. ฉันจะไปเอง"

.จะมายังไง ?.แม็คถาม  

"ไม่รู้"นอกจากรถส่วนตัวแล้ว  เขาก็ใช้อะไรไม่เป็น  ยิ่งพวกการโดยสารแบบของพวกมักเกิ้ลนี่ยิ่งแล้วใหญ่  ตอนอายุ 14 สมัยเรียนอยู่ที่จีน เขาเคยลองขึ้นรถประจำทางโดยสารของพวกมักเกิ้ลครั้งหนึ่ง  แล้วก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ไปอยู่ส่วนไหนของโลกแล้วไม่รู้  ร้อนถึงคนที่บ้านต้องมารับให้วุ่นวาย

.อยู่ที่นั่นแหละ นายลงมารอที่หน้าทางเข้าล่ะกัน  อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน.แม็ควางสายไป  อีไลจึงลุกขึ้นไปเก็บสัมภาระ
.
.
.

ลัมโบกินี่ อเวนทาดอร์ สีส้มสดวิ่งเข้ามาจอดที่หน้ากำแพงเก่าคร่ำคร่าก่อนที่ประตูกระจกด้านข้างจะเปิดออก  

"ขึ้นรถ"คนขับตะโกนเรียกผู้ที่ยืนอยู่ตรงกำแพงท่าทางเหม่อลอยให้คืนสติ  อีไลหยิบกระเป๋าข้างกายขึ้นสะพายก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถ  แล้วนั่งลงตรงที่นั่งด้านข้างคนขับ

"ทำไมมาเอง"เขาหันไปถามแม็ค  

"ฉันคิดว่านายคงกำลังอยากได้เพื่อนคุย"แม็คมองผ่านแว่นตาสีชา  ก่อนที่เขาจะเร่งเครื่อง   ซุปเปอร์คาร์คันหรูกระชากตัวออกด้วยความเร็ว

"ทะเลาะกันเหรอ"แม็คถาม ตายังมองที่ถนน รถแล่นเลาะเลี้ยวไปตามตรอกซอกซอยแคบ ๆ ก่อนจะวนเข้าสู่ถนนสายหลัก  

"เปล่าฆอีไลตอบสั้น ๆ ล้วงปืนที่แม็คเคยให้เขาจากกระเป๋าออกมาถือเล่น

"น้ำเสียงเหมือนมันใช่"ต่อมจับผิดของแม็คเริ่มทำงาน  อีไลถอนหายใจ

"เขามีงานด่วนต้องเร่งทำน่ะ ..อย่าถามได้มั้ย"เขาไม่อยากพูดอะไรมาก  เพราะมันอาจไปกระทบชีวิตของไซลาร์ แม็คไม่ได้มีพิษภัยอะไรก็จริง  แต่ครอบครัวของแม็คก็ไม่ได้น่าไว้ใจ

"นายจะอยู่นานแค่ไหน"แม็คเปลี่ยนเรื่องคุย  รู้สึกบรรยากาศเริ่มมาคุ

"ไม่มีกำหนด"อีไลตอบ  คงอยู่ไปจนกว่าจะรู้สึกสบายใจ  เขายังไม่คิดกลับไปอัลแมเชียสตอนนี้  และยังไม่พร้อมจะพบหน้าใครทั้งนั้น

"งั้นก็ดีเลย"แม็คดีดนิ้ว  อีไลหันไปมองหน้าเพื่อนรักงง ๆ

"บ้านฉันจะไปท่องแอฟริกาอยู่พอดี"แม็คหันมาบอกเขา

"คงไม่ได้กะไปเที่ยวบังหน้าแล้วแอบขายอาวุธหรอกนะ"สิ้นคำพูดของอีไล  แม็คก็ระเบิดหัวเราะออกมา

"ไปนานเท่าไหร่"อีไลถามต่อ

"เดือนนึง  หรืออาจจะมากกว่านั้น  มีหลายประเทศที่พ่อฉันสนใจอยู่  ระหว่างนี้นายคงเห็นพวกลูกรักของพ่อจนเบื่อ"ลูกรักที่แม็คว่าก็คือ อาวุธทำลายล้างในแบบต่าง ๆ ครอบครัวของแม็คขายอาวุธเป็นอาชีพหลัก  ค้าสัตว์และพืชหายากในตลาดมืดเป็นอาชีพรอง  เรียกค่าคุ้มครองเป็นอาชีพเสริม

"แต่ว่าคงไม่ได้เจอผู้หญิงอวบ ๆ ขาว ๆ เดินเกลื่อนเหมือนในอังกฤษหรอกว่ะ"แม็คพูด  ตามองถนน

"สีแทนกร้านแดด บางทีอาจทำให้นายติดใจก็ได้  ใครจะไปรู้"อีไลพูดติดตลก  มีคนคุยเป็นเพื่อนมันช่วยให้เขาไม่ฟุ้งซ่าน

"แบบที่นายกำลังติดใจอยู่ใช่มั้ย โอ๊ย!"แม็คหัวเราะ  ก่อนจะร้องลั่นออกมา  เมื่ออีไลขว้างปืนใส่หน้า   มันพุ่งเฉียดหัวไปนิดเดียว แล้วกระแทกกับกระจกข้างเป็นรอยร้าว  แม็คเสียการบังคับ  ทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเสียหลัก  ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้ความชำนาญเบี่ยงรถที่กำลังจะตกไหล่ถนนอยู่รอมร่อ วิ่งกลับเข้าเส้นทางเดิม

"โธ่เว้ย !! เกือบจะพากันตายแล้วมั้ยล่ะ!!"แม็คสบถ  ถ้าขับรถไม่ชำนาญ  ป่านนี้คงได้บอกลาโลกกันไปแล้ว

"ถ้านายไม่พูดจาหมา ๆ ก็ไม่มีใครว่าเป็นใบ้หรอกโว้ย!!  เลิกรื้อฟื้น เลิกถาม เพราะฉันจะไม่พูดถึงมันอีก และถ้านายไม่หยุดฉันจะหุบปากนายด้วยลูกตะกั่ว"อีไลตวาดใส่ อย่างคนฟิวส์ขาด  แม็คหันมามองแบบอึ้ง ๆ

"ฉันพูดตามที่ฉันเห็นหรอกนะ  จะโวยวายทำซากอะไร!!"แม็คเถียงกลับ  บรรยากาศในรถเดือดปุด ๆ

"ขอร้องล่ะ เลิกพูดถึงผู้ชายคนนี้สักที"อีไลเสียงอ่อนลง  ผินหน้ามองไปยังวิวสองข้างทาง  แม็คนิ่งไป  ตามอารมณ์เพื่อนไม่ทันจริง ๆ

"ก็ได้ ๆ โอเค ฉันจะไม่พูดถึงอีก"แม็คพูดพลางเอื้อมมือเปิดเพลงจากคลื่นวิทยุของพวกมักเกิ้ล  เพื่อไม่ให้บรรยากาศในรถเงียบจนเกินไป  เสียงเพลงดังคลอเบา ๆ พอให้อารมณ์ทั้งสองฝ่ายเย็นลง  แม็คเริ่มหาเรื่องคุยซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องผู้หญิง

"ถึงจะไม่มีแม่สาว ๆ ขาว ๆ อวบ ๆ ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้สักทีเดียว  ฉันพอรู้แหล่งอยู่ว่ะ"แม็คพูดเหมือนกับผู้หญิงพวกนั้นเป็นสินค้า  

"แม่สาวอียิปต์น่ะ หุ่นเซี๊ยะอย่างนี้เลย เวลาที่หล่อนแต่งองค์ทรงเครื่องแบบนางระบำด้วยนะ  ร้อนแรง  เซ็กซี่ ยั่วใจมาก ๆ  ฉันพูดไปนายก็นึกภาพไม่ออก ต้องไปเห็นเองว่ะ อืม .. แม่สาวตุรกีก็น่าสนใจ  ...."พอพูดเรื่องผู้หญิง  หมอนี่ก็ฝอยเป็นน้ำไหลไฟดับ  อีไลไม่ได้สนใจฟัง  เขามองไปที่ปลายสุดของถนนที่ไม่มีวันจบสิ้น  ....แอฟริกา  ก็ดีเหมือนกัน  เขาต้องหาเรื่องให้ตัวเองไม่ว่าง  เพื่อจะไม่ต้องคิดถึงใครบางคน

.. ผมจะพยายามไม่คิดถึงคุณ ไซลาร์ ...


โพสต์ 2013-12-5 07:22:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Jenevif เมื่อ 2013-12-5 14:41

......ณ ร้านหม้อใหญรั่ว
.....อากาศที่หนาวมากๆของเดือนส่งท้ายปีนี้ไม่น่าประทับใจนัก หากแต่อาทิตย์ในยามเช้ายังทอแสงอ่อนสาดลงมาคลุมกายผู้คนที่เดินสวนกันไปมา มันบรรเทาความทรมานจากลมหนาวเยือกบาดผิวได้มากพอควร
.....แต่ถึงกระนั้นกลับช่วยได้เพียงคนส่วนใหญ่ เพราะขณะนี้ใบหน้าของเด็กสาวร่างบางในชุดเสื้อคลุมสีเลือดกำลังแดง โดยเฉพาะขอบตา ปาก จมูก แก้มและหู มันคงแดงอมชมพูน่ารักหากคนที่มองไมได้รับรู้ถึงความแสบที่กำลังเล่นงานเด็กน้อยผู้นี้
เอวาลิสดึงหมวกใหญ่ๆของเสื้อคลุมขึ้นมาปกปิดใบหน้า สองมือกอดอกแล้วกัดริมฝีปากล่างสีแดงสดก่อนสบถเบาๆคล้ายกระซิบกับสายลมที่พัดตีใบหน้า คิ้วเข้มขมวดแน่นเพราะความหงุดหงิด.. เธอไม่ชอบอากาศหนาว

เด็กสาวผลักประตูเข้าไปในร้านหม้อใหญ่รั่ว ท่ามกลางเก้าอี้ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่เมื่อคืน หน้าต่างที่แง้มออกเพียงบางบานทำให้รู้ว่าร้านยังไม่พร้อมต้อนรับแขก

หากแต่เจ้าของร้านกลับเดินออกมาจากความมืดพร้อมรอยยิ้มและตีนกาชราที่เผยขึ้นบริเวณหางตาและมุมปาก
"มาแต่เช้าเลยนะครับ" เขาทักทายด้วยเสียงแหบพร่า เอวาลิสดึงหมวกลงแล้วยกยิ้มเพียงเล็กน้อยก่อนสั่งเครื่องดื่ม
"ช็อคโกแลตร้อนค่ะ"

.....นิ้วเรียวเคาะโต๊ะไม้ดังเป็นจังหวะขณะที่ดวงคาสีฮาเซลทอดมองออกไปนอกร้าน ก่อนลากสายตากลับมาที่เดิมเมื่อกลิ่นหอมของช็อคโกแลตร้อนลอยเตะจมูก เด็กสาวเอ่ยขอบคุณเบาๆแล้วใช้สองมือโอบแก้วร้อนไว้ ยิ้มบางให้กับความอุ่นที่ฝ่ามือ

'สาวน้อย..'

.....ในที่สุดเสียงที่เธอไม่หวังจะได้ยินดังขึ้นมาจนได้ 'อย่าทำบรรยากาศเสียสิ' เอวาลิสต่อว่าในขณะที่กำลังมองไอร้อนลอยเหนือปากแก้วสีน้ำตาล  แต่กลับต้องหรี่ตามองร่างคุ้นที่เดินตรงเข้ามาหา เด็กสาวเม้มปากแน่นก่อนจะยืนขึ้นตามมารยาทเมื่ออีกฝ่ายเดินมาถึงโต๊ะพอดี

"ลูเซียโน่"
".........." Luciano

เอวาลิสยกยิ้มก่อนนั่งลง แล้วจิบช็อคโกแลตร้อนในขณะที่อีกฝ่ายสั่งเครื่องดื่มของเขา

".........." Luciano

เอวาลิสพยักหน้าช้าๆ ถูกแล้วที่เขาพูด แต่ถ้าจะให้ถูกคือเธอไม่เจอใครเลยนับแต่เหตุการณ์ปะทะที่ห้องโถงใหญ่ในงานวันนั้น เด็กสาวชำเลืองมองรอยแผลคาดยาวที่หลังมือข้างขวาของตัวเองก่อนจะซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อคลุมสีเลือด

เอวาลิสเลื่อนสายตามองคนตรงหน้า คงมีหนึ่งคำถามที่ต้องถามทุกครั้งที่เจอกัน

"สบายดีไหม"
".........." Luciano
เด็กสาวยักไหล่ "ถ้าอากาศร้อนขึ้นอีกสักหน่อยคงสบายกว่านี้"

ท่ามกลางความเงียบที่ไม่รู้จะทำลายมันยังไง เอวาลิสหมุนแก้วในมือไปมาอยู่แบบนั้น.. เด็กสาวสเปนเซอร์ผู้ไม่เก่งเรื่องผูกมิตรมาแต่ไหนแต่ไร

".........." Luciano

เอวาลิสเงยหน้าขึ้น ก่อนจะตอบ
"แค่อยากออกมาเดินเงียบๆคนเดียวในที่ที่ไม่มีคนรู้จักเดินเพ่นพ่านให้ทักทายน่ะ" เด็กสาวตอบ "คิดว่าคงยังไม่มีใคร แต่คนพวกนี้กลับตื่นเช้ากันจริงๆ" เอวาลิสตอบพร้อมมองออกไปนอกร้านอีกครั้ง แดดเริ่มแรงขึ้น คนเริ่มเยอะขึ้น อีกไม่นานคนคงแห่เข้ามาอัดแน่นและเสียงดังกันในนี้

"แล้วนายล่ะ" เธอถามกลับ

".........." Luciano

"เลดี้แอนน์ล่ะ" เด็กสาวถามแล้วเอียงคอเล็กน้อย "ปกติฉันเห็นนายตามประกบเธอตลอด"

".........." Luciano

เอวาลิสพยักหน้ารับรู้ แล้วจิบช็อคโกแลตอีกครั้งก่อนจะรู้ว่ามันเย็นชืดจนเสียรสชาด เด็กสาวพ่นลมหายใจเบื่อหน่ายออกมา พร้อมปล่อยมือจากแก้วสีน้ำตาลตรงหน้า แต่แล้วเงาวูบไหวด้านนอกทำให้ใบหน้าสวยหันขวับ

'เป็นอะไรไป'
'เหมือนคืนนั้น.. เหมือนกันเลย' เอวาลิสตอบกลับไปพร้อมกับแววตาสั่นระริก เด็กสาวฝืดยิ้มเหยียดใส่ความกลัวบนกระจกหน้าต่าง ที่สะท้อนจากดวงตาของเธอเอง
'ไม่ใช่ มันไม่มีอะไร'

".........." Luciano

"เปล่า.." เด็กสาวตอบก่อนหันหน้ากลับมามองคู่สนทนา แต่แล้วก็ต้องหันขวับกลับไปทางเดิมอีกครั้งเมื่อหางตารับรู้ถึงความผิดปกติด้านนอก

'กลับปราสาทไหม เผื่อจะดีขึ้น'
จิตวิญญาณโบราณเอ่ยเสียงทุ้ม หากแต่ไร้เสียงตอบจากร่างบางที่ตอนนี้กำลังควบคุมตัวเองไม่ให้สั่น
'กลับกันเถอะ'

".........." Luciano

เพล้ง!

เอวาลิสเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะในตอนที่มือของตัวเองปัดแก้วช็อคโกแลตร้อนที่เย็นแล้วตกพื้นและแตกระเอียด มือสั่นหยิบค่าเครื่องดื่มออกมาวางไว้บนโต๊ะ ดวงตาสีฮาเซลวูบไหวมองอีกฝ่ายที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

"ดีใจที่ได้เจอนายวันนี้นะ ไว้คุยกันให้มากขึ้นถ้าเจอกันอีก"

เอวาลิสยืนขึ้นแล้วหมุนตัวเดินออกมาอย่างรวดเร็ว ลมหนาวพัดผ่านร่างกายทันทีที่เปิดประตูร้านออก หมวกที่ตกอยู่กลางหลังถูกดึงขึ้นมาปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง ก่อนที่ร่างบางจะก้าวขึ้นแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าร้านหม้อใหญ่รั่ว
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver|HOGWARTS THAI  

GMT+7, 2019-10-17 05:18 , Processed in 0.128107 second(s), 17 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20160601, Rev.48

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้