Magic World of HOGWARTS THAI

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
เจ้าของ: Zennita

{RPG} ร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่ (ปิดกิจการแล้ว)

 ปิด [คัดลอกลิงก์]
โพสต์ 2013-7-3 20:01:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ณ ร้านลิตเติ้ลโฮม เบกเกอร์รี่
ร่างบางก้าวเท้าเข้ามาในร้านเบเกอร์รี่ที่ตกแต่งได้อย่างน่ารัก เอวาลิสเดินตัวปลิวติดกระจกตู้โชว์เค้กนานาชนิดและขนมหวาน
ดวงตาสีฮาเซลเป็นประกายเมื่อมองเห็นคัพเค้กสีชมพูหวานโรยด้วยผงโกโก้ หรือจะเป็นพายแอปเปิ้ล เค้กแซนวิช
แต่ที่เจ้าตัวสนใจที่สุดก็คงจะเป็นคุกกี้หลากชนิด ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้ครีม คุกกี้นมสด คุกกี้ช็อกดาร์ก
"เอาตัวนี้ ตัวนี้ นี้ นี้ แล้วก็นี่ค่ะ" เด็กสาวใช้นิ้วจิ้มกระจกพร้อมกับบอกกับพนักงานสาวที่ยืนอยู่
"รับกลับบ้านรึเปล่าคะ" หญิงสาวถามพร้อมกับรอยยิ้มและสายตาเอ็นดูเด็กสาวที่ยืนเกาะเคาน์เตอร์
"คุกกี้สั่งสั่งกลับค่ะ ที่เหลือทานที่นี่ค่ะ" เอวาลิสบอกก่อนจะเดินออกมาหาโต๊ะนั่ง ในเวลาแบบนี้ไม่มีคนพลุกพล่านในร้านนัก จะมีก็แต่เพียงแก๊งกลุ่มวัยรุ่นสาวสองแก๊งที่นั่งอยู่คนละมุม
พวกเธอใสเสื้อสีชมพูแปร๋นที่สกรีนตรงหน้าอกว่า 'A Yo GG' ส่วนอีกกลุ่มที่ใส่เสื้อสีดำ แต่ทว่าด้านหลังเสื้อก็สกรีนคำว่า 'We are one!!' ตัวเบิ้ม เอวาลิสเดาว่าพวกเธออาจเป็นสาวกของอะไรสักอย่าง เธอมองทั้งสองกลุ่มอยู่สักครู่ก่อนจะลากสายตาไปหาคู่รักที่กำลังป้อนวิปครีมกันอยู่.. เอวาลิสไหล่ห่อขึ้นมาทันที

"..................." Carolina
"ได้ค่ะ" เด็กสาวยิ้มรับผู้มาเยือน หญิงสาววัยสิบแปด หรือสิบเก้า ตามที่เธอคาดเดาว่าจะจบการศึกษาแล้วนั่งลงตรงข้ามกัน ในจังหวะที่พนักงานเยอะเบเกอร์รี่ของเธอและหญิงสาวคนตรงหน้ามาเสิร์ฟ
"เอ่อ.. ไม่ทราบว่าคุณ.."
"..................." Carolina
"อ๋อ.. เอวาลิส สเปนเซอร์ค่ะ เรียกเอวี่ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
"..................." Carolina
เอวาลิสหัวเราะร่วนแล้วส่ายหน้าไปมา ผมลอนสีน้ำตาลเข้มปลิวสยายตามแรงลมที่พัดเอื่อยเข้ามา
"ไม่ค่ะ ฉันไม่กังวลเรื่องน้ำหนักเท่าไหร่"
เด็กสาวยิ้มร่าพลางคิดในใจ 'พลังเหือดหมดตัวซะขนาดนี้กินเป็นโรงงานก็ไม่อ้วนหรอก ให้ตายสิ'

เด็กสาวตักพุดดิ้งเข้าปากพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีครามของแคโรลิน่า สักครู่ก่อนจะพูด "ทายว่าคุณคงจบมาจากฮอกวอตส์ หรือไม่ก็.. โบซ์บาตง" 'แล้วคุณก็เป็นฝ่ายเท่าด้วย' เอวาลิสคิด
"..................." Carolina
เอวาลิสพักหน้ารับบรู้ข้อมูล แล้วจัดการกับพายองุ่นที่พร่องลงแล้วเกือบครึ่งชิ้นแต่ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของอีกฝ่าย เอวาลิสคลี่ยิ้มบางๆ บ่งบอกว่าพอใจกับการเปิดเรื่องสนทนาเรื่องใหม่ของอีกฝ่าย
"ค่ะ" เธอพยักหน้า "ฝ่ายเทา"
"..................." Carolina
"ฉันก็หวังว่าจะมองคุณไม่ผิดไป แคโรลิน่า.. คุณทีมเดียวกับเรา" เอวาลิสยิ้มมุมปากอย่างเป็นมิตร ก่อนจะยิ้มบางๆเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆ
"..................." Carolina
"พันธมิตร..?" เด็กสาวเอียงคอกับคำถามของสาวเจ้า ก่อนจะคุยกับจิตวิญญาณโบราณ
นายว่าไง'
'รูปร่าง..ผ่าน หน้าตา..ผ่าน บุคคลิก.. ผ่าน' ครูซไล่
'สรุปว่าไง'
เอวาลิสเร่งคำตอบ ก่อนที่ครูซจะไล่ไปถึงสัดส่วนของแคโรลิน่า
'ผ่านโดยไร้ข้อกังขา' ครูซตอบ นั่นทำให้เอวาลิสเผยอยิ้ม
"ยินดีและเป็นเกียรติมากค่ะ" เอวาลิสตอบพร้อมรอยยิ้มร่าเริง ก่อนจะมองดูมือถือของตัวเองที่ส่งเสียงเตือนจากแอพพลิเคชั่น Line

'ออกมาเจอกันหน่อย สาวน้อย' พร้อมกับอิโมติคอนยิ้มปากฉีกกว้างถึงหู เด็กสาวขมวดคิ้วก่อนจะคล้ายปมเมื่อเห็นอีกข้อความเด้งขึ้นมา..
'หวังว่าคนไม่ลืมสุดหล่อจัสติน ฟอกซ์' เอวาลิสกัดริมฝีปากแน่นเมื่อรู้ว่าใคร จนอีกฝ่ายสังเกตได้ถึงความผิดปกติ

"..................." Carolina
"อ๋อ เปล่าค่ะ" เอวาลิสบอกแล้วตักคัพเค้กคำสุดท้ายเข้าปาก "แคโรลิน่าคะ" เธอเรียก
"..................." Carolina
"คือ.. ฉันต้องไปแล้ว พบฉันได้ตลอดเวลาเมื่อคุณต้องการ" เด็กสาววางนามบัตรของตัวเองไว้ให้ เธอคว้าถุงเค้กที่ซื้อกลับบ้านมาแล้วโค้งตัวให้แคโรลิน่าก่อนเดินออกจากร้านไป
โพสต์ 2013-7-3 23:37:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Cynthia_Phlox เมื่อ 2013-7-3 23:38

     ณ ร้านลิตเติ้ลโฮม เบกเกอร์รี่
     แคโรลิน่า ดี. อาร์. ซินเธีย ฟลอกส์
เดินเข้ามาในร้านที่ใครๆ ก็บอกว่าของกินเยอะ ขนมแยะ แล้วเป้าหมายของแคโรลิน่าจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากขนมหวานแสนอร่อยกับน้ำชาหอมๆ เข้าชุดกัน การแบกปืนของพี่ชายตัวเองนี่มันหนักใช่ย่ิอย แคโรลิน่าคิดเช่นนั้น เนื่องจากว่าพี่ชายคนเดียวของเธอติดธุระบางอย่างเลยทิ้งให้เธอแบกปืนให้แทน ถ้ากลับมาเธอเล่นงานให้หนักเลยคอยดูเถอะ! แต่ตอนนี้หัวสมองเธอไม่รับรู้อะไรนอกจากของกินแล้วล่ะ แคโรลิน่าสายตาสีฟ้าอมเทานิดๆ (?) กวาดไปทั่วร้านเพื่อหาที่นั่งว่างๆสักที่ ส่วนมากพบแต่พวกวัยรุ่นนั่งเม้าท์จับกลุ่มกันหรือไม่ก็พวกพลอดรัก แคโรลิน่าไม่สนใจเท่าไหร่ เดินเห็นที่ที่ว่างที่หนึ่ง ตรงนั้นมีเด็กสาวผมบลอนด์เป็นลอนยาวนั่งอยู่
อย่างน้อยก็ดีกว่าไปนั่งกับไพวกร้สาระท้ายมุมห้องละกันน่ะ ! แคลร์คิดเช่นนั้น ก่อนจะไปสั่งออร์เดอร์แล้วเดินตรงไปหาเด็กสาวคนนนั้น

     " เอ่อ ไม่ทราบว่าของดิฉันนั่งด้วยคนได้รึเปล่า? " แคโรลิน่ายิ้มหวานพร้อมคำถาม
     " ได้ค่ะ " เด็กสาวยิ้มรับเป็นจังหวะที่พนักงานเอาออร์เดอร์มาเสริฟ์ที่โต๊ะพอดี
     " เอ่อ.. ไม่ทราบว่าคุณ.. "
     " อ้อ ฉัน... แคโรลิน่า ดี. อาร์. ซินเธีย ฟลอกส์ค่ะ ชื่ออาจยาวไปสักหน่อยนะคะ แฮะๆ "
     "อ๋อ.. เอวาลิส สเปนเซอร์ค่ะ เรียกเอวี่ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
     " ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะเอวี่ "
     เอวลิสยิ้มมา แคโรลิน่ายิ้มตอบพลางหาเรื่องคุยทำความสนิทสนมต่อ
     " โห เอวี่ทานเยอะแบบนี้ ไม่กังวลเรื่อง...  " แคโรลิน่าไม่อยากพูดทำร้าบจิตใจเลยชี้ไปที่รูปร่างตัวเองแทนแทนคำตอบ
    " ไม่ค่ะ ฉันไม่กังวลเรื่องน้ำหนักเท่าไหร่ "
     แล้วเด็กสาวตรงหน้าก็ยิ้มร่าออกมาพลางตักพุดดิ้งเข้าปาก แคโรลิน่าเองก็จิบน้ำชาและทานเค้กไปอย่างเงียบๆ และยังรู้สึกได้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังจ้องตาเธออยู่ แคสเตอร์รู้ รอจังหวะให้อีกฝ่ายเป็นคนถามออกมาก่อน
     " ทายว่าคุณคงจบมาจากฮอกวอตส์ หรือไม่ก็.. โบซ์บาตง " '
     " ค่ะ ฉันจบมาจากฮอกวอตส์เมื่อปีที่แล้ว " แคโรลิน่ายิ้มพลางเป็นฝ่ายถามไปกลับบ้างว่า
     " คุณเอวี่เอง... เท่าที่สังเกตดูแล้วจากการพูดจาและท่าทางที่ปฏิบัติต่อฉัน คุณคือฝ่ายเทาใช่มั้ยคะ? "

     เพราะพวกฝ่ายดำคงไม่มีท่าทีใจดีต่อศัตรูแน่
แคโรลิน่านึกคิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายปี

     เอวาลิสพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มบางๆ ที่แคโรลิน่าปรายตาดูแล้วก็รู้ว่าเธอพอใจอยู่เป็นนิจ
     " ค่ะ " เด็กสาวพยักหน้า " ฝ่ายเทา "
     " เยี่ยมเลย "  
     "ฉันก็หวังว่าจะมองคุณไม่ผิดไป แคโรลิน่า.. คุณทีมเดียวกับเรา" เอวาลิสยิ้มมุมปากอย่างเป็นมิตร แคโรลิน่าไม่ปฏิเสธจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
     " ถ้าคุณเอวาลิสไม่รังเกียจหรืออย่างไรก็ตาม เป็นพันธมิตรกับฉันไหมคะ? "
     " พันธมิตร..? " เด็กสาวเอียงคอทันทีแลดูน่ารักสมวัย
     คิดอะไรของเธอ หืม? เพิ่งรู้จักเล่นไปขอเขาเป็นพันธมิตรซะแล้ว เสียงพี่ชายตัวแสบดังลอดเข้ามาในใจแคโรลิน่า
     เพราะจิตของเธอกับพี่ชายเชื่อมต่อกันเสมอ ยกเว้นอีกฝ่ายจะเสียชีวิตก่อน
     แหม่! ใครจะอยากสร้างศัตรูเยอะเท่าพี่กันเล่า เมื่อไหร่จะรีบๆ จัดการธุระให้เสร็จสักทีเนี่ย ปืนพี่หนักจะตายนะ! แคโรลิน่าประท้วง
     หึๆ และนั่นคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินจากพี่ชายเจ้าเล่ห์ของเธอ

     แล้วเสียงของเด็กสาวตรงหน้าก็เรียกเธอมาจากจิตเชื่อมต่อ
" ยินดีและเป็นเกียรติมากค่ะ " เอวาลิสตอบพร้อมรอยยิ้มร่าเริง ฉับพลันก็มีเสียงดังขึ้นมา
     โทรศัพท์มือถือ ...แค่ฟังเสียงก็รู้แล้ว แคสเตอร์คิดและสิ่งที่าว่านั้นไม่ใช่ของเธอ แต่ที่น่าแปลกใจคือฝ่านตรงข้ามยิ้มหน้าบานเหมือนดอกไม้ในสวนนั่นคือ... อ่า ก็พอจะเดาได้อยู่ล่ะนะ ~ แคสเตอร์คิดและยกน้ำชาขึ้นจิบ เพราะเธอผ่านช่วงนี้มาแล้วจึงรู้ดี
     " มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ? " แล้วแคโรลิน่าก็ถามออกไปตามมารยาทเพื่อความเป็นพันธมิตรที่ดี
    " อ๋อ เปล่าค่ะ " เอวาลิสบอกแล้วตักคัพเค้กคำสุดท้ายเข้าปาก
     " แคโรลิน่าคะ " เด็กสาวเรียก
     " หืมมม? " แคสเตอร์ลากยาวในขณะที่กำลังมองเมนูว่าจะสั่งอะไรกลับไปฝากให้พี่ชายตัวแสบดี
     " คือ.. ฉันต้องไปแล้ว พบฉันได้ตลอดเวลาเมื่อคุณต้องกา ร" เด็กสาววางนามบัตรของตัวเองไว้ให้ เธอคว้าถุงเค้กที่ซื้อกลับบ้านมาแล้วโค้งตัวให้แคโรลิน่าก่อนเดินออกจากร้านไป แคโรลิน่าหยิบนามบัตรสวย พิมพ์อย่างดีขึ้นมาดู
     " แล้วเราต้องได้เจอกันอีกแน่นอนค่ะ... "
     แคสเตอร์พึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปสั่งออร์เดอร์กับพนักงานที่เดินผ่านมาพอดี
    เฮ้อ! หวังว่าบราวน์นี่หลายกล่องกับเค้กแครอทคงทำให้พี่พออิ่มนะ

โพสต์ 2013-7-20 13:56:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
    ณ ร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่
... การนั่งมองแดดอ่อน ๆ ท้องฟ้าสีสดใส มองใบไม้ที่ปลิวเป็นครั้งคราวเมื่อสายลมพัดผ่านภายในร้านเบเกอรี่ที่มีขนมแสนอร่อยตักเข้าปากตามต้องการ.. มันช่างเป็นอะไรที่ทำให้สามารถลืมความเครียดทั้งหมดได้เป็นปลิดทิ้งเสียจริง
"ผมขอเค้กช็อกโกแลตถ้วยหน้านิ่มกับฟินังเช่ช็อกโกแลตเพิ่มหน่อยครับ" ลาสท์บอกพนักงานที่เพิ่งเข้ามาหลังจากตักฟินังเช่คำสุดท้ายในจานเข้าปากอย่างพึงพอใจ พนักงานพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไป ลาสท์เช็ดมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหยิบนมอัดเม็ดในกระเป๋าเสื้อคลุมออกมาเคี้ยว "Je t'aime
." เขาพึมพำ นึกถึงใครบางคน ก่อนจะสะบัดหน้าไล่อารมณ์บ้า ๆนั่นไป
"ได้แล้วครับ" พนักงานคนเดิมเอ่ยพลางวางจานขนมลงบนโต๊ะช้า ๆและนุ่มนวล
"ครับ ขอบคุณ" ลาสท์ดึงจานเค้ก
ช็อกโกแลตถ้วยหน้านิ่มมาใกล้ ๆตัว ในขณะที่พนักงานเดินออกไป "Je vous déteste." เขาพึมพำบางคำขึ้นอีก.. แต่ความหมายของมันตรงกันข้ามกับคำเมื่อกี้อย่างสิ้นเชิง เสียงหัวเราะในลำคอคล้ายคนโรคจิตแว่วออกมาเบา ๆ
"สวัสดี.." เสียงใส ๆดังขึ้น "นั่งด้วยคนได้มั้ย.." ลาสท์หันไปมอง เด็กหญิงเจ้าของเสียงทำท่างก ๆเงิ่น ๆ "งั้น.. ไม่รบกวนดีกว่า" และเธอกำลังจะเดินจากไป
"ไม่เป็นไรฮะ.. ตามสบาย" ลาสท์ส่งเสียงบอกเธอ เธอชะงักหมุนตัวกลับมา เขายิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสนใจเค้กของตนต่อ
"ชื่ออะไรเหรอ" เธอถาม ลากเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆลาสท์ เด็กหนุ่มวางช้อนลงบนจาน หยิบผ้ามาเช็ดปากก่อนจะเอ่ย
"ลาสท์ฮะ.."
เขาจ้องมองดวงตาสีฟ้าของคนเบื้องหน้าราวต้องมนตร์สะกด มองไล่ตามเส้นผมเส้นบางสีดำขลับที่สยายลงประบ่า มองรูปร่างที่ดูบอบบางคุยอะไรบางอย่างกับพนักงาน ก่อนจะเคลื่อนที่เข้าใกล้โต๊ะเรื่อย ๆเมื่อพนักงานเดินจากไป พอรู้สึกตัวอีกทีลาสท์ก็พบกับจานเค้กที่ว่างเปล่าบนโต๊ะ.. เธอซัดเค้กในจานที่เหลือกับฟินังเช่จนหมดเกลี้ยง
"พอดีว่านั่งตรงนี้ประจำ แล้ววันนี้ก็อยากจะนั่งตรงนี้" เธอส่งเสียงอู้อี้ เคี้ยวเค้กในปาก "อ้อ  แล้วเค้กนี่ ฉันกำลังสั่งมาคืน หิวมาก ขอกินของนายล้ะกัน" เธอส่งยิ้ม เผยให้เห็นช็อคโกแลตที่ติดที่ฟันหน้าราวกับเป็นส่วนหนึ่งในนั้น
"ไม่เป็นไรฮะ ผมอิ่มพอดี" ลาสท์เอ่ยก่อนยกมือชี้ที่ปากของตน เขาไม่คิดว่าเธอจะไม่ห่วงสวยได้ถึงขนาดนี้ อย่างน้อย.. เขาก็เป็นผู้ชาย เพศที่สมควรจะรักษาภาพพจน์เมื่ออยู่ต่อหน้า
"อะไร" เธอขมวดคิ้ว เอียงคอ ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยคล้ายตระหนักได้ถึงความหมาย และหยิบผ้าขึ้นเช็ดปากอย่างรวดเร็ว
"ฝากจ่ายด้วยนะฮะ ผมขอตัว" ลาสท์วางเงินจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะและดันตัวออกจากเก้าอีิ้
"มันมากเกินไปสำหรับเค้กพวกนี้" เธอลุกขึ้นยืน จิ้มนิ้วนับจานบนโต๊ะเสียงดัง ปึ่ก ๆ ลาสท์กระตุกยิ้มเล็กน้อย หันมองเธอข้ามไหล่
"สำหรับเธอด้วย.." เขายักคิ้ว เด็กสาวมองและยักไหล่พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นแสดงความไม่เข้าใจ
"นายนี่แปลกนะ โดนแย่งเค้ก โดนเบียดเบียนถึงโต๊ะ ยังมีหน้ามาจ่ายค่าเค้กให้ ทั้งที่ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะด่าให้ มาขอนั่งด้วยทั้ง ๆที่โต๊ะว่างก็มี แล้วยังแย่งเค้กกินอีก คนดี ๆอย่างนายทำไมต้องมีคนกะ- " เธอหยุดพูดกะทันหัน ยกมืออุดปากตัวเอง ตาเบิกโพลง ค่อย ๆเคลื่อนตัวถอยห่างจากโต๊ะ
"หมายความว่าไง.." ลาสท์เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล รู้สึกเหมือนมีสายตาของใครบางคนจ้องมองด้วยความสนุกสนานจากที่ไหนสักแห่งในร้านนี่
"ปะ-เปล่า ฉะ-ฉัน ดูนั่น !" เธอชี้มือลึกเข้าไปในร้าน ลาสท์หันขวับมองตาม
"อะ-" หันมา.. เด็กนั่นก็หายไปซะแล้ว..
    ลาสท์ได้แต่เก็บความสงสัยนั่นไว้ข้างใน เดินออกจากร้านลิตเติลเบเกอรี่อย่างไม่เข้าใจ สมองประมวลผลได้เลยว่า คำที่เด็กสาวพูดไม่จบนั่นคงต้องเป็นคำว่า ' แกล้ง ' ใครกัน.. ใครต้องการแกล้งฉัน ใบไม้ปลิวแปะลงบนใบหน้าเมื่อเด็กหนุ่มเดินสวนกระแสลมที่พัดผ่าน ความสงสัยยังคงวนเวียนในทุกย่างก้าว.. โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลัง มีผู้หญิงคนที่ลาสท์เรียกว่า.. ' แม่ ' ยืนยิ้มด้วยความพึงพอใจอย่างขีดสุด ...
โพสต์ 2013-12-12 11:52:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย EmeraldAlmaecious เมื่อ 2013-12-12 12:10

เวลา 11.00 น.

เสียงโทรศัพท์ปลุกคนที่กำลังนั่งเหม่อต้องสะดุ้ง  ก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ

"อืม.. มาถึงแล้ว"อีไลวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ  เขามานั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจกตั้งแต่เช้าโดยที่ไม่ได้สั่งอะไรสักอย่าง เมื่อคืนคีธโทรมาหาเขา  และบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย  เขาจึงออกมานั่งรอก่อนเวลานัดร่วม 3 ชั่วโมง

เวลาผ่านไป  คีธก็เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับแพทซี่ อีไลลุกขึ้น กระตุกยิ้มเยาะ  ที่เห็นสีหน้าเบื่อโลกของเพื่อนรักที่ตอนนี้ถูกแพทซี่เกาะแขนติดหนึบอย่างกับปลิง  แพทซี่เป็นคนทำลายแผนที่จะไม่บอกคีธเสียเอง เมื่อเด็กสาวจับได้ว่าคู่หมั้นของเธอไปเจ๊าะแจ๊ะกับลูกสาวหุ้นส่วนของพ่อเธอ  สุดท้ายแพทซี่ก็ปรี๊ดแตกตามระเบียบ  แล้วคีธก็ต้องมายืนทำหน้าเหมือนกินยาพิษตรงหน้าเขา

"ไฮ!!  อีไล ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"แพทซี่ทักเสียงหวาน เกาะแขนคีธติดแจ  

"นี่รู้จักกัน ?"คีธทำหน้าตกใจนิด ๆ มองหน้าอีไลสลับกับคู่หมั้น

"อืม.."อีไลตอบสั้น ๆ ขี้เกียจพูดอะไรมากความ เพราะเดี๋ยวยังไงแพทซี่ก็ต้องชี้แจงให้ฟังเอง

"ทำไมยะ  ฉันจะรู้จักเพื่อนของนายไม่ได้หรือไง"แพทซี่หันไปส่งเสียงแหว ๆ ใส่คีธ   

อีไลนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวเดิมอย่างเซ็ง ๆ ช่วงนี้เขาไม่อยากออกไปไหนด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็น อีไลเสมองไปนอกบานกระจก  มองพื้นทางเดินที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน  ไอของความหนาวเหน็บแผ่กระจายเข้ามาในร้านจนรู้สึกได้ถึงความเย็น อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะวันคริสต์มาสแล้วสินะ แต่มันคงไม่ได้สำคัญอะไรกับเขานักหรอก  ก็แค่วันของพวกตะวันตกที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนตะวันออกอย่างเขา

"นายน่ะชอบมีความลับกับฉัน ฉันเบื่อรู้มั้ยที่ต้องตามหาเวลานายไปไหนมาไหน  ฉันเหนื่อยเป็นเหมือนกันนะยะ" เสียงแพทซี่ดังแหวเข้ามาในโสตประสาทเขาอีกครั้ง

"เหนื่อยก็หยุดซะสิ  ใครใช้ให้เธอตามฉัน ห๊ะ!" คีธพูดแบบไม่ใส่ใจ นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับอีไล "กลับไปเวนิสเลยป่ะ  รัสเซียก็ได้เชิญ!"เสียงทะเลาะเบา ๆ ที่เริ่มจะแรงขึ้น ของคีธกับแพทซี่ดึงความสนใจของคนในร้าน พนักงานเสิร์ฟยืนจับกลุ่มคุยที่เคาน์เตอร์ แต่ไม่มีใครเดินเข้ามาห้าม สงสัยคงจะชินกับบททะเลาะของคู่รักลูกค้าแล้วมั้ง

"เสียใจย่ะ เพราะฉันจะไม่ไปไหนถ้านายไม่ไปด้วย"แพทซี่เชิดหน้าใส่

"เธอไม่อายบ้างหรือไง ที่เดินตามผู้ชายต้อย ๆ"

"แล้วไอ้ผู้ชายคนนั้นมันไม่ใช่แฟนฉันหรือไงกันยะ!"

"พอได้แล้ว!"อีไลตวาดด้วยความหงุดเหงิด  ความอดทนเริ่มจะถึงที่สุด"ถ้าจะไปทะเลาะกันก็ออกไปทะเลาะข้างนอกโน่น ทั้งสองคนเลย!"

"ถ้าไม่มีอะไรฉันกลับล่ะ"เขาพูดอย่างหัวเสีย พลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วก็ถูกมือของอีกฝ่ายรั้งแขนไว้

"ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับนาย"จู่ ๆ คีธก็ทำหน้าจริงจังใส่เขา  ก่อนจะหันไปบอกแพทซี่

"ขอเวลาคุยกับอีไล 10 นาทีนะแพทซี่"คีธหันไปบอกกับเด็กสาว แล้วอีไลก็ถูกคนสูงกว่าลากไปที่หลังร้านที่จัดเป็นโซนที่นั่งพักผ่อนเล็ก ๆ ที่ตอนนี้มีแค่เขากับคีธ

"มีเรื่องอะไรก็ว่ามา"อีไลเอ่ยเสียงเรียบ

"สีหน้านายไม่สดใสเอาซะเลย"นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองเขา แบบจะค้นหาคำตอบ "มีอะไรในใจรึเปล่า?"คำถามที่สร้างความหงุดหงิดให้กับเขาเป็นอย่างยิ่ง

"ไม่มี"อีไลส่ายหัว  คีธทำหน้าไม่เชื่อ

"ไหนล่ะเรื่องสำคัญของนาย  คงไม่ใช่นัดมาเพื่อจับผิดฉันหรอกนะ"อีไลเปลี่ยนเรื่องคุย  เบื่อหน่ายกับอาการจ้องจับผิดของเพื่อนรัก คีธล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบโทรศัพท์กดที่หน้าจอสองสามทีแล้วยื่นมันให้เขา

"นายไปได้รูปพวกนี้มาจากที่ไหน"อีไลขมวดคิ้วเมื่อเห็นรูปถ่ายในมือถือ  มันเป็นภาพของคนที่แม้จะเหลือแต่ผงธุลีเขาก็จำได้ ..เฉิน กับเหยียน แล้วก็พวกของมันไอ้คนที่ทำร้ายลี่เฉิงเดินลอยนวลหน้าระรื่นอยู่ที่ไหนสักแห่ง

"เม็กซิโก"คีธตอบ  พลางสบตาอีไล

"ดี ฉันจะได้ตามไปคิดบัญชีกับพวกมันทั้งหมด"

"ไอ้พวกนี้น่ะผันตัวเองเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติไปแล้ว นายไม่มีทางเข้าถึงตัวพวกมันได้ง่าย ๆ หรอก"ถูกเบรคความคิดด้วยประโยคต่อมาของคีธ อีไลเลิกคิ้ว  คนเลว ๆ อย่างพวกมันถ้าจะทำเรื่องชั่วช้าก็คงไม่แปลก

"มันคิดค้นสูตรยาตัวใหม่ที่ทำให้ผู้เสพไม่สามารถเลิกได้แม้ลองเพียงครั้งเดียว"คีธอธิบายต่อ  "และที่ฉันไม่อยากให้นายเข้าไปยุ่งก็เพราะพ่อฉันดันมีเอี่ยวด้วยนี่สิ"

"นายก็เลยห้ามไม่ให้ฉันยุ่งกับพวกมัน เพราะพ่อนายมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างนั้นสินะ"อีไลพูดใส่อารมณ์  

"ไม่ใช่ เพราะใครก็หยุดพ่อฉันไม่ได้ต่างหาก"คีธพูดต่อ สีหน้าเคร่งเครียด พลางล้วงถุงซิปใบเล็กในกระเป๋าเสื้อส่งให้เขา

"ไม่มีใครห้ามสิ่งที่พ่อกำลังทำได้  แล้วดูเหมือนว่าพ่อจะพอใจกับมันไม่น้อย"คีธพูดเสียงเรียบ  รู้นิสัยของผู้เป็นพ่อดี  ถ้าใครไปขัดใจก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้งสถานเดียว  วิถีของมาเฟีย  ไม่เคยมีคำว่าอ่อนข้อ  หรือเสียผลประโยชน์ สิ่งใดที่ทำเงินมหาศาลหรือปรนเปรอตัณหาที่ไม่มีวันสิ้นสุดได้ ก็พร้อมจะกระโจนเข้าใส่โดยไม่สนใจว่ามันจะถูกหรือผิด

อีไลมองผ่านถุงซิปใส  ข้างในบรรจุเม็ดยาเล็ก ๆ สีแดงสด  ดูคล้ายกับลูกกวาด คงเป็นตัวยาที่คีธกำลังพูดถึง

"โชคดีที่ว่าวันนั้นที่เรฟคลับมันจำหน้าฉันไม่ได้  ไม่อย่างนั้นมันอาจจะสาวมาถึงตัวนาย ที่พูดนี่เพราะเป็นห่วงนะโว้ย!"คีธพูดอ้อมแอ้ม  นาน ๆ ได้รับความห่วงใยจากหมอนี่สักที  มันก็ทำให้คนฟังอย่างเขารู้สึกแปลกพิลึก

"เรื่องนี้ฉันจะจัดการด้วยตัวเอง  ขอบใจที่บอก"

"นี่ไม่ฟังกันเลยใช่มั้ยวะ"คีธตวาดใส่  อีไลยิ้มเป็นคำตอบ  หลังจากเกิดเรื่องที่เรฟคลับ เขาพยายามตามหาเฉินอย่างเงียบ ๆ ทั้งจากที่ฮ่องกง และที่อังกฤษ  ข่าวล่าสุดที่เขาได้ยินก็คือ เฉินถูกไล่ออกจากโรงเรียน เพราะถูกจับได้ว่ามันเป็นตัวการวางยาอาจารย์ที่ไม่ชอบขี้หน้ากันมานาน  แล้วมันก็เวียนเข้ามาสู่วังวนของความชั่วอย่างเต็มตัว  'เจ้าพ่อยาเสพติด' อย่างนั้นเหรอ  ฟังดูเท่ห์ไม่เบา

"นายนี่มันดื้นด้านชิบ"คีธสบถอย่างหัวเสีย  

"ฉันหิวแล้วสิ เข้าไปหาอะไรกินกันเถอะ"อีไลพูดอย่างอารมณ์ดี  แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว  แล้วเขาก็ลากเจ้ายักษ์ใหญ่ให้เข้าไปในร้านด้วยกัน  กลับไปถึงโต๊ะก็มีแขกเพิ่มขึ้นอีก 2 เป็นแม็ค กับโทซอง แม็คนั่งคุยกับแพทซี่ ส่วนโทซองนั่งตักเค้กเข้าปากอย่างสบายอารมณ์

"ฉันชวนแม็คกับโทซองมาเองแหละ"แพทซี่ละมือจากพาย  หันมายิ้ม จะว่าไปเวลาที่แพทซี่ยิ้มดูน่ามองไปอีกแบบมากกว่าตอนที่ส่งเสียงแหวออกคำสั่งเป็นคุณหนูเป็นไหน ๆ

"ใครชวนคนนั้นก็จ่าย"คีธตอบเสียงห้วน  แพทซี่เชิดหน้าใส่ สนใจพายในมือต่อ

"โห้ย! ได้ไงวะ  เพื่อนอุตส่าห์มาทั้งทีเนอะ โทซอง .."แม็คหันไปพูดกับโทซองที่ตอนนี้กำลังสนุกอยู่กับการกินเค้กตรงหน้า

"ไงอีไล  คีธ"โทซองพูดทั้งที่เค้กเต็มปาก

"ฉันเลี้ยงเอง"อีไลพูดแทรกขึ้นมา  นาน  ๆ จะได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้า  เขานั่งลงข้างแม็ค โบกมือเรียกพนักงาน  ก่อนจะสั่งขนมและเครื่องดื่มเพิ่มอีกหลายอย่าง

"ทำไมมาคนเดียว คุณไซลาร์ไม่มาด้วยเหรอ"แม็คกระซิบถามเขา มือที่กำลังคนชาถึงกับชะงัก

"ฉันเคยบอกนายว่ายังไงแม็ค"อีไลถลึงตาใส่  จะรื้อฟื้นเรื่องเก่าให้มันได้อะไรขึ้นมา  คนยิ่งอยากจะลืม

"เอ๊า ที่ถามก็เพราะอยากรู้หรอกนะ หึหึ  โอ๊ย!"แม็คหัวเราะแบบมีเลศนัย จากนั้นก็แหกปากลั่น เมื่อถูกอีไลถองศอกเข้าหน้าอก  อากัปกิริยาที่รู้กันเพียงสองคน ทำให้คนที่นั่งร่วมโต๊ะ รวมถึงคนในร้าน มองไปที่อีไลกับแม็คงง ๆ

"เป็นอะไรน่ะแม็ค"โทซองที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับแม็คถาม ทำตาปริบ ๆ

"มดกัดน่ะ  มดบ้าอะไรไม่รู้ กัดโคตรเจ็บเลย"แม็คแสร้งตอบอย่างอารมณ์ดี  หันไปมองอีไลตาขวาง

อีไลไม่สนใจสายตาของเแม็ค  เขายกแก้วชาขึ้นดื่มดับอารมณ์ขุ่น  ตามองไปที่ประตูหน้าร้าน  เห็นเด็กสาวในชุดเดรสสีชมพูเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ด 2 คน  เด็กสาวคนนั้นกวาดสายตาไปรอบร้านก่อนจะหยุดมองมาที่โต๊ะของเขา  

"คีธคะ!"เด็กสาวคนนั้นเดินปรี่เข้ามาหาคีธทันที  พร้อมกับก้มลงหอมแก้มเพื่อนรักของเขาแบบไม่อายสายตาใคร  วินาทีนั้นอีไลเบนสายตาไปที่แพทซี่อัตโนมัติ  เป็นอย่างที่คาด แพทซี่ทิ้งของกินในมือ มองคีธกับเด็กสาวคนนั้น  ด้วยอาการที่เดาได้เลยว่ากำลังเดือดสุด ๆ

"นังมาเรีย!!!"แพทซี่ตะเบ็งสุดเสียง  ดึงคีธออกจากวงแขนของเด็กสาวที่ชื่อมาเรีย

"นังแพท!!"มาเรียทำหน้าตกใจ  เรียกให้คนทั้งร้านหันมามองที่โต๊ะเขาอีกครั้ง  

"หน็อยแน่ะ คราวที่แล้วหล่อนยังถูกฉันตบไม่พอใช่มั้ย  มาก็ดีล่ะ  ขอฉันตบอีกรอบจะเป็นไร"แพทซี่ปราดเข้าตบหน้ามาเรียทันที  อีไลเดาเอาเองว่ามาเรียคงจะเป็นลูกสาวหุ้นส่วนของพ่อแพทซี่ คู่ขาคนล่าสุดของคีธที่เพิ่งจะมีเรื่องกันมาหยก ๆ เขาหันไปมองหน้าคีธที่ทำสีหน้าเบื่อโลก ..ช่วยไม่ได้อยากหาเรื่องใส่ตัวเองทำไม  แล้วเขาก็ตักเค้กใส่ปากบ้างเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"แพทซี่พอได้แล้ว อายคนอื่นเขาบ้างสิ"คีธลุกเข้าไปดึงแพทซี่  บอดี้การ์ดของมาเรียดึงคุณหนูของพวกเขาแยกออกมาเช่นกัน

"นังแพท นังหมาบ้า  คีธคะเลิกกับมันแล้วมาคบกับมาเรียเถอะค่ะ  นังนั่นมันพวกวิปริต ไม่คู่ควรกับคีธหรอก"มาเรียพูดพลางเชิดหน้าใส่  สะดุดหูอีไลที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ  คีธขึ้นชื่อว่าเป็นพวกซาดิสม์มาแต่ไหนแต่ไร แม่สาวมาเรียคงยังไม่เห็นธาตุแท้ของเพื่อนเขาสินะ

"คีธปล่อยฉัน!!"แพทซี่ดิ้นรนจากวงแขนของคีธ  เด็กสาวหันซ้ายหันขวา เอื้อมมือคว้าเค้กชิ้นโตที่วางอยู่บนโต๊ะขว้างใส่หน้ามาเรีย  

"กรี๊ด!! นังแพท!!"มาเรียเต้นเร่า ๆ ใบหน้าและชุดสวยเปรอะไปด้วยเค้ก  แพทซี่หัวเราะชอบใจ  แล้วสงครามปาขนมหวานก็เริ่มขึ้นเมื่อมาเรียคว้าคัพเค้กขว้างกลับมาบ้าง  มันไม่ถูกแพทซี่หรอก เพราะมันมานอนอยู่บนตักเขานี่ไง จากนั้นก็ตามมาด้วยขนมอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง  ที่ซวยสุด ๆ คือ เค้กที่แพทซี่ใช้ขว้างกระจายมาแปะที่หน้าเขาด้วยสิ  อีไลปาดครีมวนิลาแสนสวยที่ก่อนหน้านี้เคยอยู่บนโต๊ะออกจากหน้า  แม็คทำท่าเหมือนจะ หัวเราะหากถูกเบรคด้วยสายตาพิฆาตจากเขา  ร้านที่แสนเงียบสงบเมื่อ 10 นาทีก่อนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย  พนักงานเสิร์ฟรวมถึงเจ้าของร้านวิ่งออกมาห้ามแพทซี่กับมาเรีย  บรรดาลูกค้าเริ่มทยอยเดินออกจากร้านเพราะกลัวถูกลูกหลง  ที่เห็นจะหนักใจที่สุดคงจะเป็นคีธได้แต่ส่งเสียงห้าม แต่ทำอะไรสองสาวนั่นไม่ได้    อีไลลุกออกจากโต๊ะเดินไปที่ห้องน้ำ จัดการล้างเศษเค้กออกจากหน้า  เขายืนมองเงาตัวเองในกระจก ก่อนจะถอนหายใจหนัก ๆ เมื่อคิดถึงใครบางคน  

"เลิกบ้าสักทีเถอะน่ะ"เขาย้ำกับตัวเอง  จังหวะที่เขาหันหลังจึงชนเข้ากับคนที่เดินสวนมา

"ขอโทษครับ"อีไลพูดไปส่ง ๆ ไม่ได้มองหน้าคนที่เขาชนเลยด้วยซ้ำ

"ไม่เป็นไรครับ"เสียงทุ่มต่ำเอ่ยตามหลังเขา  

เขากลับออกมา เห็นแม็คกับโทซองนั่งอยู่เพียงสองคนในร้าน  ไร้เงาคีธ แพทซี่ แม่สาวมาเรีย รวมทั้งลูกค้าคนอื่น  ร้านเต็มไปด้วยขนมนานาชนิดบ้างก็อยู่บนพื้น บ้างก็แปะอยู่ที่กระจกร้าน บางส่วนค้างอยู่บนโคมไฟ   โดยมีพนักงานกำลังเก็บกวาดอย่างเร่งรีบ

"ขอเพิ่มเติมนอกเหนือที่นายบอกว่าจะเลี้ยง เป็นช่วยจ่ายค่าขนมทั้งหมดในร้าน แล้วก็ค่าเฟอร์นิเจอร์ กับจาน-แก้วที่เสียหายนี่ด้วยล่ะกัน"แม็คพูดกับเขาในทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะ  อีไลหยิบเช็คออกมา เขียนจำนวนเงินลงในแผ่นกระดาษนั้น แล้วส่งให้เจ้าของร้านที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้  

"หวังว่าคงพอนะครับ"เขาบอก เจ้าของร้านถึงกับตาโต เอามือปิดปากเมื่อเห็นจำนวนเงิน

"ฉันกลับก่อนว่ะ"อีไลหันไปบอกกับแม็คที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์แบบสบายใจ  ส่วนโทซองยังสนุกอยู่กับการกินเค้กของโปรด

"โชคดีนะอีไล"โทซองโบกมือยิ้มหวาน  แม็คพยักหน้ารับ   

อีไลผลักประตูร้าน ยืนมองหิมะสีขาวโปรยปรายรอบตัว  ก่อนที่เขาจะกระชับเสื้อคลุมแล้วเดินจากไป
.
.
.
"เป็นอย่างที่คาด มันสองคนรู้จักกัน"เสียงหนึ่งดังมาจากที่ลับตา  กำลังพูดกับอีกคนทางโทรศัพท์

"เวลานี้ฉันจะจับตาดูมันไว้ ส่วนนายจัดการเรื่องที่โน่นให้เสร็จก็พอ  โอเค ..แล้วเราจะได้มาสนุกกัน หึหึ"

โพสต์ 2013-12-17 21:52:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ณ  ร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่

.... บรรยากาศในร้านช่างหอมหวนรันจวนใจเป็นอย่างมาก เด็กสาวสูงโปร่งร่างบางกำลังเดินเข้ามาในร้านอย่างสบายใจเฉิบ

มือข้างนึงถือซัมซุงโน๊ต3 อีกข้างก็ถือแก้วมอคค่าเย็น แม็คกี้ซึ่งไปทำธุระแวะมาซื้อเค้กกลับไปฝากพี่น้อง

" สวัสดีค่ะ .. " เสียงพนักงานต้อนรับตรงเคาท์เตอร์เอ๋ยขึ้น " รับอะไรดีคะ ? "

" อื้ม... เอาบราวนี่ชีสเค้ก 2ก้อน สตอว์เบอร์รี่ช็อตเค้ก 2  บลูเบอร์รี่ชีสพาย 1 แล้วก็เอา... " เสียงของแม็คกี้ขาดหายไป

เมื่อมีหนุ่มคนนึงเดินเข้ามา ใช่อดีตของอิซาเบล คนที่เธอรักมากที่สุด ' ดีโน่ ' แต่มันคืออดีตล่ะนะ

" เ่อ่อ.. คุณลูกค้าคะ ?? " เสียงของพนักงานลอดเข้ามา

" อุ๊ย! งั้นเอาเค้กกาแฟที่2ก้อนนะ " เด็กสาวจัดแจงสั่งขนมเสร็จพร้อมจ่ายเงิน

" ทั้งหมด 530 ค่ะ " พนักงานวางกล่องใส่เค้กลงตรงเข้าเคาท์เตอร์

" ... " แม็คกี้หยิบถุงกล่องเค้กและวางเงินไว้พอดี แต่สายตาก็เหลือบมองไปโต๊ะข้างหลัง ... ก่อนจะออกจากร้านไป



 เจ้าของ| โพสต์ 2014-1-11 15:26:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด

.......................ภายในร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่

.........หลังเวลาเลิกงาน ลีเฟย์รีบเร่งรุดออกจากกระทรวงเวทมนตร์ ตรงดิ่งมายังร้านเบเกอรี่บนถนนชาริงครอส เพื่อซื้อแซนวิชไส้ทูน่าและขนมอีกสองสามอย่าง หญิงสาวหิวจนตาลายไปหมด เพราะเธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เที่ยง เอาแต่ติดพันกับแฟ้มประวัติที่ทางกองส่งมาให้เธอศึกษา เมื่อลีเฟย์รับประทานจนอิ่มท้องแล้ว เธอก็รีบออกจากร้านไปทันที เมื่อคิดได้ว่าเดี๋ยวยังต้องไปหาที่พักอีก



โพสต์ 2014-6-1 15:40:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด

.......ร้านลิตเติ้ลโฮมเบเกอรี่

       นี่ฉันมาผิดวันหรือไงเนี่ย โชคไม่ดีเอาซะเลย

...............เด็กสาวในชุดเสื้อโค้ทสีน้ำเงินเข้มทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายปนผิดหวังนิดหน่อยที่มาเจอกับร้านเค้กที่ตั้งใจมาแต่กลับมัคนเยอะจนแน่นไปหมดทั้งร้าน เรื่องธรรมดาที่วันอาทิตย์ใครๆก็อยากจะมาใช้เวลาว่างกับสถานที่สาธารณะ มันไม่ใช่ความผิดของใครแต่สิ่งนี้ทำให้เธอเกือบหมดอารมณ์จะสั่งขนมหวานมากินแต่ไหนๆก็ได้มาแล้วทั้งที จะทำเรื่องยื่นขอออกจากคฤหาสน์ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะได้รับอนุมัติต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็สามวันก็เลยไม่อยากให้เสียเปล่า หรือควรจะไปขอนั่งร่วมโต๊ะกับใครสักคนบางทีอาจจะมีคนรู้จักนั่งอยู่ในร้านนี้ สายตาของเด็กสาวพลันไปเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เธอรู้จัก เขานั่งอยู่ที่โต๊ะตรงริมขวาของร้าน  

อัลซายน์ มิค อัลแมเซียสบางทีโชคอาจจะเข้าข้างถ้าเขายอมฉันนั่งด้วยนะ เธอในใจแล้วเดินตรงเข้าไปอัลซายน์ ตอนอยู่ที่ฮอกวอตเธอไม่ค่อยได้คุยกับเขาเท่าไหร่ อาจจะเพราะชั้นปีต่างกันและเขาอยู่สลิธิลีนด้วย แต่แปลกอย่างหนึ่งนิสัยของเขาไม่ค่อยเหมือนคนบ้านสลิธิลีนหรือฝ่ายดำอย่างมาก อัธยาศัยดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

"สวัสดีค่ะ คุณอัลซายน์ ขอนั่งด้วยได้ไหม?"แอนน์เอ่ยถามชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ก่อนแล้วยิ้มบางๆ เขาจะจำแอนน์ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ครั้งสุดท้ายที่เคยคุยกันนี่นานมากเลยทีเดียว

"................."

"ขอบคุณมากค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวน"เด็กสาวนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับเขาแล้วถอดแว่นกันแดดกับหมวกวางลงบนโต๊ะ"มาคนเดียวหรอคะ?"

"................."

"วันนี้คนเยอะนะว่าไหม?"

"................."

"คุณลูกค้าจะรับอะไรดีคะ"พนักงานสาวเดินเข้ามารับออ์เดอร์ ทั้งๆที่ลูกค้าเยอะขนาดนี้ยังสังเกตเห็นลูกใหม่ได้อย่างวดเร็ว น่าประทับใจดีนะ

"ชีสเค้กกับชาวเขียวร้อนค่ะ" เด็กสาวสั่งอะไง่ายๆแต่ดูแล้วอาจจะไม่เข้ากับเท่าไหร่ เพราะชาเขียวไม่ใช่ชาที่ชาวยุโรปนิยม แม้แต่แผนกชาในคฤหาสน์ฮาวเวิร์ดก็ไม่เคยเสิร์ฟชานิดนี้ แต่อ่านมาว่ามันตัดรสหวานเลี่ยนได้ดี ลองดูสักหน่อยก็ไม่เลว

"คุณลูกค้าอีกท่านจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ?"พนักงานสาวหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างแอนน์

"......................"

"รอสักครู่นะคะ"พนักงานสาวทวนรายการที่สั่งไปก่อนจะเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์เพื่อนำขนมมาเสิร์ฟ

"......................."

"อยู่บ้านน่าเบื่อน่ะคะ มีแต่อะไรซ้ำเดิมๆ ก็เลยออกมาเปิดหูเปิดตาซะหน่อยน่ะค่ะ จริงสิ ได้ข่าวว่าคุณได้รับตำแหน่งรองประธาน งานหนักไหม"เธอเริ่มบทสนทนากับเขาระหว่างรอขนมกับชา

"..................."

"แล้วเทอมที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างไปได้สวยไหม?"

"...................."

แอนน์ยิ้มน้อยๆออกมาแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร"เอาล่ะ มื้อนี้ฉันขอเลี้ยงนะคะ ตอบแทนที่อุตส่าแบ่งที่นั่งให้"


โพสต์ 2014-6-1 20:39:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย mick1001 เมื่อ 2014-6-1 20:48

@ ร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่
............ ณ เวลาปิดเทอมอันแสนยืดยาวและน่าเบื่อ ถ้าไม่ออกมานอกบ้าน มิคคงกลายเป็นอัมพาตแน่ๆ
ในวันนี้มิคออกจากตระกูลมาเพียงคนเดียว เพราะทั้งเรียลและวิลต่างมีธุระในตระกูล ทำให้ไม่สามารถออกมาด้วยได้
!!แก๊งๆ!! มิคเปิดประตูร้านเข้าไป พร้อมเสียงกระดิ่งอันจิ๋วที่ถูกแขวนอยู่หน้าประตู เพื่อรอการเปิดให้กับลูกค้าของทางร้าน
"ยินดีต้อนรับค่ะ เชิญนั่งได้เลยค่ะ" พนักงานที่กำลังยุ่งกับการทำเครื่องดื่มตรงเคาท์เตอร์หันมาพูดและหันกลับไปอย่างรวดเร็ว
มิคละสายตาจากเสียงพนักงานคนดังกล่าว ก็ต้อง ตกใจ กับภาพเบื่องหน้า ถ้าคนจะเยอะขนาดนี้ จะให้นั่งตรงไหน
มิคคิดในใจ และเริ่มออกเดินหาที่นั่ง มิคกวาดสายตาจากโซฟาที่ดูเหมือนจะนั่งสบายๆทางซ้าย ผ่านเคาท์เตอร์บริการตรงกลาง
และไปหยุดอยู่ที่เก้าอี้ไม้แข็งๆริมขวาของร้านที่ยังว่างอยู่ มิครีบจ้ำเท้าไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะถูกมักเกิ้ลแย่งไป
ไม่นานนัก มิคทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ไม้แข็งๆ เสมือนเขาเป็นผู้ชนะในการทำสงครามแย่งที่นั่ง ที่สุดท้ายของร้านแห่งนี้........


.....  "สวัสดีค่ะ รับอะไรดีค๊ะ?" นักศึกษาฝึกงานชาวมักเกิ้ลเอ่ยขึ้นขณะที่ยื่นเมนูให้มิค
"แปปนึงนะครับ" มิคหยิบเมนูมาเปิดผ่านๆ เพราะในใจของเขาตั้งใจจะมากินเมนูนี้อยู่แล้ว
"ขอ เค้กแบล็คฟอเรสต์หนึ่ง ชิ้น ครับ" มิคหันขึ้นไปและยิ้มบางๆให้กับนักศึกษาฝึกงานคนนั้น
"กลับบ้านหรือทานที่นี่ค๊ะ?" นักศึกษาจิ้มเบาๆลงไปยังเครื่องรับเมนูตรงหน้า
"ทานนี่ครับ" มิคตอบสั้นๆ
"รับเครื่องดื่มอะไรไหมค๊ะ" มิคเปิดเมนูอีกครั้ง
"เออ............เดียวจะสั่งอีกทีได้ไหมครับ" มิคหัวไปยิ้มบางๆให้กับเด็กฝึกงานคนนั้นอีกครั้ง
"โอเคค่ะ รอสักครู่นะค๊ะ สามารถหยิบน้ำเปล่าบริการตัวเองได้ที่หน้าเค้าเตอร์นะค๊ะ" เด็กฝึกงานโค้งเบาๆก่อนจะเดินไปโต๊ะอื่น
ส่วนมิคนั้น ก็ยังนั่งอ่านเมนูของร้าน ด้วยความใจจด ใจจ่อ อันนั้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่ากิน น่ากินไปหมดเลย
มิคสะบัดความคิดเหล่านั้น และเดินไปกดน้ำเปล่าฟรีของร้าน ที่ตั้งอยู่ข้างๆเคาท์เตอร์ และเดินกลับมาพร้อมกับ
เค็ก
แบล็คฟอเรสต์ ที่ตั้งโดดเด่นด้วยสีน้ำตาลของโกโก้ตัดด้วยสีแดงจากซอสเบอร์รี่ที่ราดอยู่ด้านบน....

... "สวัสดีค่ะ คุณอัลซายน์ ขอนั่งด้วยได้ไหม?" เสียงเกือบคุ้นหูดังขึ้นจากร่างของหญิงสาวเบื้องหน้า มิคละสายตาจากเค้กและค่อยเงยหน้าขึ้น
"อ่อ ได้ครับ เชิญๆ" มิคยิ้มพร้อมเผยมือไปยังเก้าอี้ไม้แข็งๆตรงข้าม และคิดในใจ ใครนะ ใครนะ คุ้นมากๆอ่ะ แต่จำไม่ได้
"ขอบคุณมากค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวน" หญิงสาวคนนั้นนั่งลง พร้อมถอดแว่นกันแดดออก เลดี้ แอนน์! ชื่อของเธอวิ่งเข้ามาในหัวของมิค
"มาคนเดียวหรอคะ?" เลดี้ แอนน์ ถามมิคอย่างเป็นมิตร
"อ่อ ชะ ใช่ครับ" มิคตอบอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มของเธอมันทำให้มิคเริ่มติดอ่าง
"คุณลูกค้าจะรับอะไรดีคะ
" เสียงของพนักงานคนที่ทักมิค ดังขึ้นข้างๆโต๊ะของมิค
"
ชีสเค้กกับชาเขียวร้อนค่ะ" เลดี้แอนน์ ตอบได้อย่างฉะฉานสมกับคนหน้าชื่อของเธอ
"
คุณลูกค้าอีกท่านจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ?" พนักงานคนนั้น หันมาถามมิค และนั่นเป็นคำถามที่มิคไม่ได้เตรียมคำตอบไว้ก่อน
"อ่า เออ งั้นเอา
เค้กแบล็คฟอเรสต์ กลับบ้าน อีกหนึ่งชิ้นนะครับ" มิคตอบอย่างอ้ำๆอึ้งๆ วันเดียวกินแบล็คฟอเรสต์สองชิ้นคงไม่เป็นไรมั้ง
"รอสักครู่นะคะ" พนักงานเดินจิ้มเครื่องรับเมนู และเดินไปจัดแจงขนมที่ได้รับออร์เดอร์ไป

"วันนี้ไม่อยู่ที่ตระกูลหรอครับ" มิคถามเพื่อ ทำลายความเงียบ แม้มันจะดูฝืดๆก็เถอะ
"อยู่บ้านน่าเบื่อน่ะคะ มีแต่อะไรซ้ำเดิมๆ ก็เลยออกมาเปิดหูเปิดตาซะหน่อยน่ะค่ะ จริงสิ ได้ข่าวว่าคุณได้รับตำแหน่งรองประธาน งานหนักไหม
" เลดี้แอนน์ ตอบ และ เธอก็เริ่มบทสนทนาที่ดูดีกว่าที่มิคถาม
"ก็นิดนึงนะครับ ฮ่าๆๆๆ" มิคหัวเราะเบาๆ
"
แล้วเทอมที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างไปได้สวยไหม?" เธอถามต่อ
"ก็โอเคนะ แต่พักหลังๆมานี่ฮอกนักเรียนน้อยลง ทำให้เราจัดการงานได้ไม่สะดวกเท่าไหร่" มิคตอบไปตามความเป็นจริง
เลดี้ แอนน์ พยักหน้าและยิ้มเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร และตอนนี้เอง ชีสเค้ก ชาเขียว และกล่องเค้กแบล็คฟอเรสก็ถูกลำเลียงมาตั้งบนโต๊ะ
"
เอาล่ะ มื้อนี้ฉันขอเลี้ยงนะคะ ตอบแทนที่อุตส่าแบ่งที่นั่งให้" เลดี้ แอนน์พูดขึ้นมา
"อ่าาาา งั้น มื้อหน้า มิคขอเลี้ยงนะครับ" มิคยิ้มหวาน ก่อนจะจะนำส้อมจิ้มแบล็คฟอเรสต์ชิ้นแรก และกินต่อ พร้อมกับหญิงสาวตรงข้าม....
____________________________________________________________
มีพิมพ์ผิดบ้างเล็กน้อยนะครับ
ขอบคุณที่ลากด้วยนะครับ ฮ่าๆๆ ไม่ได้ต่ออาร์นานมาก อาจจะเวิ่นเว้อไปนิดนึง

โพสต์ 2014-10-21 18:33:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Iamchm เมื่อ 2014-10-21 18:34

    ณ ร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่
... หลังจากเกิดความผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับมากาเรียตในเย็นนี้ ลาสท์ก็รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ลิ้มรสของเค้กช็อกโกแลตถ้วยหน้านิ่มและฟินังเช่ช็อกโกแลตที่เขามักจะสั่งถ้ามาที่นี่ เขาเองก็เกือบจะลืมไปด้วยซ้ำว่าที่ตรงนี้คือที่ที่เขาเคยเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้ามาแย่งที่นั่งกับเค้กของเขาเมื่อปีที่แล้วหากไม่ก้มมองจานเค้กที่ว่างเปล่าของตน ผู้หญิงท่าทางแปลก ๆคนนั้น รวมเวลาปีกว่าแล้วที่ลาสท์ไม่ได้พบเจอเธอเพราะลาสท์เองก็ไม่ได้มาที่นี่อีกเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับชีวิตของลาสท์มากมายนัก คงไม่แปลกหากเขาจะจำเธอไม่ได้
    แต่ถึงแม้ว่าการเข้ามาครั้งล่าสุดจะนานเท่าไหร่ก็ตาม ความอร่อยของของโปรดของเขาอย่างเค้กช็อกโกแลตถ้วยหน้านิ่มและฟินังเช่ช็อกโกแลตก็ยังคงเหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยน ลาสท์ส่งสัญญาณเช็คบิล และออกจากร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่ไปทันทีหลังจ่ายเงินตามจำนวนที่พนักงานแจ้ง ...

โพสต์ 2014-12-21 15:29:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ณ ร้านลิตเติลโฮมเบเกอรี่

ชายร่างเล็ก เดินเปลี่ยฃวคนเดียวมาเรื่อยๆ เขาได้ไปร่วมงานสมใจอยาก ตอนนี้มีคนเข้ามาร่วมงานอย่างล้นหลาม วันนี้เขาเหนื่อย และสนุกมามากพอแล้ว เขาออกมาจากคฤหาสน์ เขาอยากเดินเล่น และคิดสูตรขนมที่จะเอาให้ไปพี่ๆน้อง ในวันพรุ่งนี้ ที่ๆเขาตัดสินใจมาคือ ถนนหนทางของมักเกิ้ล เขาเดิน และ คิด เดิน และ คิด โดยไม่ได้สนใจทางข้างหน้า จนกระทั่ง เสียงใครบางคนดังขึ้น

" นี่ ขนมร้านนี้ อร่อยจริงๆเลยเนอะ "

" ใช่ บรรยากาศก็ดีมากๆ "

นั้นคือเสียงของมักเกิ้ลสาวสองคน ที่เดินออกมาจากร้านขนมหวานร้านหนึ่ง เขามองตาม อร่อยงั้นเหรอ เฮอะ จะอร่อยสู้ฝีมือของฉันรึเปล่า จะแค่ไหนกันเชียว เขาคิด เขายิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ และปรับสีให้เป็นปกติ ก่อนจะก้าวเข้าไปในร้าน ภายในบรรยากาศเงียบๆ สงบอย่างมาก เขาเดินดุ่มๆมายังเคาน์เตอร์ ก่อนจะมองเข้าไปในกระจกใส มันมีขนมเค้กอยู่หลากหลายชนิด

" เอาเค้กช็อคโกแลตอันนี้ครับ " เขาชี้ และจิ้มๆ ให้ตรงกับขนมที่เลือก

" ไปนั่งรอไป " พนักงาน คนนี้ดูไม่สนใจเท่าไหร่ เธอใส่หูฟัง และทำงานไปด้วย ไม่แม้แต่จะมองหน้าของเขา เขาจึงเดินละไป ยังโต๊ะเล็กๆ ที่มุมสงบภายในร้าน โต๊ะชุดนี้นั่งได้เพียงสองคนเท่านั้น แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว ความสงบถูกแทรกด้วยเสียงกระดิ่งหน้าประตู เขาไม่ได้สนใจ ว่าใครจะมา จนกระทั่ง ...

" ไร้มารยาท " เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น เขาอยู่ในชุดดำ คล้ายบอดี้การ์ด เขาเป็นชายร่างสูง กำยำ ข้างๆ คือ เด็กสาวคนหนึ่ง ดูแล้ว น่าจะมาจากตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง ในละแวกนี " นี่เธอ ฟังอยู่รึเปล่า "

" หะ " พนักงานสาวคนเดิม เงยหน้าขึ้น และมองเห็นชายคนนั้นอย่างเต็มตา ตัวเธอสั่นเล็กน้อย " ขะ .. ขะ ขอโทษค่ะ "

เธอสมควรจะโดนแบบนั้นคำพูด คำจา ที่ไร้อารมณ์ เธอควรจะใส่ใจ และพูดจาดีกับลูกค้ามากกว่านี้ เดวิดมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

" จำไว้ เธอต้องเคารพเธอ " ชายร่างสูงพูดอีกครั้ง " และ ... " เสียงของเขาถูกขัดด้วยใครคนหนึ่ง

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" แต่ คุณหนูครับ " ชายร่างสูงขมวดคิ้ว ในสิ่งที่ได้ยิน

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" มะ. ไม่เป็นไรค่ะ " พนักงานโค้งเล็กๆ ท่าทางเขาดูเปลี่ยนไปมาก " ระ .. รับอะไรดีคะ "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" กะ กะ กรุณา รอ รอ สักครู่ค่ะ " พนักงานคนเดิมดูกลัวอย่างมาก แต่เด็กสาวยังตอบ และพูดด้วยท่าทีที่ร่าเริง

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious  

" นี่ " เดวิดเดินไปสะกิดแขน เด็กสาวร่างเล็ก เธอตัวเล็กกว่าเขาเพียงเล็กน้อย " ไปนั่งด้วยกันสิ " เขาอยากมีเพื่อน ตั้งแต่ที่เห็นเธอ เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่า เธอไม่ใช่มักเกิ้ล เธอคือแม่มด และเขาก็ไม่มีเพื่อนสักคน เขาเลยชวนเธอ

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" เอาน่า ไปคุยกันหน่อย " เขายิ้ม และถือวิสาสะ จับแขนของเธอ และพาเดินมายังโต๊ะของเขา

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" ขอโทษ " เขาปล่อยมือ จากแขนเล็กๆ " ฉันไม่ได้ตั้งใจ "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" ฉันรู้นะ ว่าเธอไม่ใช่พวกมักเกิ้ลน่ะ " เขาพูด แต่ประโยคกลับเบาลง " ฉันสัมผัสได้ "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" ใช่แล้ว ฉัน วินเซนโซ เดวิด เลอร์ลูส " เขาแนะนำตัว " แล้วเธอ.. " ดวงตากลมโต สะดุดไปเห็นสร้อยคอของเธอ จี้ของมันคือ สัญลักษณ์การินเซียส ..

" คุณการินเซียส " เดวิดลุกขึ้นโดยทันที และโค้ง

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" สร้อยนั้น " เดวิดรับรู้ว่า ตระกูลของเธอคือ ตระกูลฝ่ายดำ และ เป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่เสียด้วย " และ ผะ ผม ขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อกี้ "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" จริงเหรอครับ " เขายิ้ม และนั่งลง " แล้ว คุณ .. เอ่อ เธอ ชื่ออะไรล่ะ "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" ยินดีที่ได้พบเธอ " เขายิ้มอีกครั้ง " อลิซ "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" เธอเรียนที่ไหนเหรอ " เขายิงคำถาม

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" โอวว หวังว่าะเราจะได้พบกัน " เดวิดยิ้มอีกครั้ง

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" ขออนุญาติค่ะ " พนักงานคนเดิม เอาขนมที่ถูกสั่งมาเซิร์ฟ หลังจากทิ้งให้เขาและเธอรอมาสักพัก พนักงานคนนี้ค่อยๆวาง จานทีละใบ แต่แล้วมือของเธอก็พลาดไปโดนแจกันข้างๆ จนมันเกือบจะตก

" ไซคิดส์ " เดวิดพูดเบาๆ เขาตกใจ และ แจกันที่กำลังจะตกเมื่อครู่ก็กลับมายังที่เดิม

" เห้ย " พนักงานหันไปแบบ งงๆ " สงสัยจะคิดไปเอง " จากนั้น เธอจึงเดินกลับไป

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" มันเป็นความสามารถพิเศษน่ะ " เขายิ้มอย่างภูมิใจ " เธอเป็นฝ่ายดำจริงๆเหรอ " เดวิดยังคงสงสัย ก็เธอไม่ดูเหมือนพวกฝ่ายดำที่ดูโหดร้ายเลยสักนิด เธอน่ารัก อ่อนหวาน ขี้เล่น มันทำให้เขายังไม่เชื่อสนิทว่าเธอคือฝ่ายดำ

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" ว้าว โอเค ฉันเข้าใจแล้ว " เขามองสิ่งที่เธอทำ มันคือสิ่งที่ยืนยันว่าเธอ คือฝ่ายดำจริงๆ

" ฉันได้ยินมาว่า ทายาทตระกูลการินเซียส มีความสามารถพิเศษหลายๆอย่าง " " แล้วเธอล่ะ อลิซ .. "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" อืมม .. " เขาตั้งใจ ดูในสิ่งที่เธอจะทำ

เป้ง ! เสียงแก้วใบหนึ่งบนเคาน์เตอร์ แตก แล้วอยู่ๆ เศษแก้วทั้งหมด ก็กลับมาปะติดปะต่อกันดังเดิม พนักงานตกใจเสียงแก้ว และหันมา แต่กลับไม่พบที่มาของเสียง
เธอทำหน้าเลิกลัก สีหน้าดูงุนงง และหันกลับไปทำงานต่อ

" ร้ายกาจ " ดวงตาของเขาโตขึ้นในทันที และหันมามองหน้าเธอ ที่ยังคงยิ้มแบบขี้เล่น


" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious


" ฮ่าๆ " เธอและเขา หัวเราะในท่าทางของพนักงาน เมื่อครู่

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" โอเค " เขามอง เค้กตรงหน้าเธอ หมดแล้วจริงๆด้วย ในระหว่างที่คุยกัน เดวิดก็ลืมมันไปเสียสนิท " หวังว่าเราจะได้พบกันอีก "

" .................... " Elizabeth Himeko Kalynsious

" บายย เพื่อนคนแรกของฉัน " เขายิ้มและมองเธอจากไป ..

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตามสัญญานะจ๊ะ : ]
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

รายละเอียดเครดิต

รายชื่อผู้กระทำผิด|Mobile|Archiver|HOGWARTS THAI  

GMT+7, 2019-9-18 01:44 , Processed in 0.097264 second(s), 17 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X3.2 R20160601, Rev.48

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้